Categories
รวมบทความ

พระซุ้มกอกําแพงเพชร

พระซุ้มกอกําแพงเพชร

พระซุ้มกอกําแพงเพชร มีกูไว้ไม่จน จัดว่าอยู่ในชุดเบญจภาคีของพระเครื่องเมืองไทยพระกำแพงซุ้มกอ จัดเป็นพระที่สุดยอด ที่ผู้คนต่างให้ความเคารพนับถือเมืองกำแพงเพชร เป็นพระที่อมตะ ทั้งพุทธศิลป์ และพุทธคุณ ถูกจัดอยู่ในชุดเบญจภาคี ที่สูงสุดของพระเครื่องเมืองไทย พระกำแพงซุ้มกอ หรือพระซุ้มกอกําแพงเพชร เป็นพระที่ทำจากเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ และทำจากเนื้อชิน ก็มี มีหลายกรุด้วยกัน

ข้อสันนิษฐานคือ..ระหว่างปีพ.ศ ๒๓๘๐–๙๐ พระวชิรญาณรัชกาลที่ 4 เมื่อทรงสถาปนาลัทธิธรรมยุติแล้ว ได้นำคณะพระภิกษุ นักปราชญ์ ราชบัณฑิตผู้มีความรู้ออกธุดงค์ สำรวจวิถี ชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร และสำรวจเมืองโบราณเช่น เมืองศรีเทพ เมืองสุโขทัย เมืองลพบุรี เมืองพิษณุโลก เมืองไชยนาทบุรี เมืองพิจิตร เมืองสุพรรณ

พระมหาโตได้ร่วมคณะ สำรวจด้วย การสำรวจได้ค้นพบบันทึก จารึก คำภีร์ เอกสาร ใบลานจารเงิน จารทองยุคสุโขทัย ค้นพบพระพุทธรูป เนื้อโลหะศิลปยุคสมัยต่างๆ ค้นพบหลักศิลาจารึก หลักที่หนึ่ง ค้นพบพระกรุเนื้อดิน ชิน ผง ค้นพบจารึก วิธีสร้าง พระกรุเนื้อดิน เเละค้นพบคาถาชินบัญชรบริเวณลานทุ่งเศรษฐี เมืองกำเเพงเพชร

พระซุ้มกอกําแพงเพชร

ต่อมาในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ปีพ.ศ ๒๓๙๔ พระวชิรญาณทรงลาผนวช เสด็จขึ้นครองราชย์เป็น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔. โปรดให้รื้อฟื้นนำเอาพุทธศาสนา ขนบ ธรรมเนียม จารีต ประเพณี คตินิยมความเชื่อ แบบยุคอาณาจักรสุโขทัยมา ใช้ปฏิบัติในรัชกาลของพระองค์ สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันปีพ.ศ ๒๓๙๕

สมเด็จพระพนรัต(ฤกษ์)เจ้าอาวาสวัดระฆังฯสิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ .โปรดเกล้าสถาปนาพระมหาโต จากวัดมหาธาตุฯขึ้น เป็นพระราชา คณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ พระเทพกวี(โต พฺรหมฺรํสี)โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังฯแต่บัดนั้น

พระซุ้มกอกําแพงเพชร

พระซุ้มกอกําแพงเพชร เป็นพระเครื่องยอดนิยมอันดับหนึ่งของ เมืองกำแพงเพชร และเป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคี อันประกอบด้วย พระสมเด็จฯพระนางพญา “พระรอดพระผงสุพรรณ พระซุ้มกอ พระซุ้มกอกํา แพงเพชร พระซุ้มกอมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 พิมพ์ทรง ๑) พิมพ์ใหญ่มีลายกนก ๒) พิมพ์ใหญ่ไม่มีกนก (สีดำอมน้ำตาล) หรือซุ้มกอดำ ๓) พิมพ์กลาง ๔) พิมพ์เล็ก ๕) พิมพ์ขนมเปี๊ยะ

พระซุ้มกอกําแพงเพชร

พระซุ้มกอ พระกำแพงซุ้มกอ นั้นนอกจากเนื้อดิน ยังพบเนื้อชิน และชนิดที่เป็นเนื้อว่านล้วน ๆ ก็มีแต่น้อยมาก
พระซุ้มกอ ที่ขุดค้นพบนั้นจะปรากฏอยู่ตาม บริเวณวัดบรมธาตุ วัดพิกุล วัดฤาษีและตลอดบริเวณลานทุ่งเศรษฐี
พระซุ้มกอ ที่ไม่มีลายกนก ที่มีสีน้ำตาล นั้นจัดเป็นพระที่หาได้ยากมาก เพราะส่วนใหญ่จะมีสีดำ

 พระซุ้มกอกําแพงเพชร เป็นพระพุทธคุณนั้น ไม่ต้องพูดถึง เพราะพระกำแพงซุ้มกอ มีครบเครื่องไม่ว่าเรื่อง เมตตา มหานิยม แคล้วคลาด ตลอดจนเรื่องโชคลาภ จนมีคำพูด ที่พูดติดปาก กันมาแต่โบราณกาลว่า “มีกูแล้วไม่จน” ประกอบกับพระกำแพงซุ้มกอ ถูกจัดอยู่หนึ่งในห้าเบญจภาคี

พระซุ้มกอ

ประวัติความเป็นมาของพระซุ้มกอ

 พระเครื่องซุ้มกอกำแพงเพชร มีตำนานปรากฏชัดเจนจากการพบจารึกบนแผ่นลานเงินในกรุขณะรื้อพระเจดีย์องค์ใหญ่ของวัดพระบรมธาตุ เมืองนครชุม และเมื่อ พ.ศ.2392 สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี แห่งวัดระฆังฯ ซึ่งขึ้นมาเยี่ยมญาติที่เมืองกำแพงเพชร ก็ได้อ่านศิลาจารึกอักษรไทยโบราณ ที่วัดเสด็จ ฝั่งเมืองกำแพงเพชรมีอยู่

ในจารึกได้กล่าวถึงพิธีการสร้างพระ อุปเท่ห์การอาราธนาพระ รวมถึงพุทธานุภาพอย่างมหัศจรรย์ ของพระเครื่องสกุลกำแพงเพชรทั้งหลาย นอกจากนี้ในพระราชนิพนธ์ เรื่องเสด็จประพาสกำแพงเพชร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งเขียนในปี พ.ศ. 2449 ก็ได้กล่าวถึงจารึกบนแผ่นลานทอง อันมีข้อความเกี่ยวกับการขุดพบพระต่างๆ ตามกรุต่างๆ หลักฐานชิ้นสำคัญ อันเกี่ยวกับเมืองกำแพงเพชร 

พระซุ้มกอ

พระซุ้มกอสร้างโดยพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งดำรงพระยศผู้ครองเมืองชากังราว ในฐานะเมืองหน้าด่านสำคัญของอาณาจักรสุโขทัย ก่อนที่จะได้ทรงรับสถาปนาเป็นกษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์สุโขทัย ดังนั้นอายุการสร้างของพระซุ้มกอจนถึงปัจจุบัน จึงมีประมาณ 700-800 ปี

พระซุ้มกอที่ได้รับความนิยมมีทั้งหมด 4 พิมพ์คือพระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่มีกนกพระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ไม่มีกนกพระซุ้มกอ พิมพ์กลางพระซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ

พระซุ้มกอ

เนื้อของพระซุ้มกอกําแพงเพชรมีดังนี้

มีเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ เป็นเนื้อที่ได้รับความนิยมสูงสุดเนื้อว่าน แบ่งเป็นเนื้อว่านล้วน ๆ และเนื้อว่านหน้าทองคำ เนื้อว่านหน้าเงินเนื้อชินเงินเนื้อว่านและเนื้อชินเงิน ปัจจุบันหาพบยากพิมพ์ใหญ่มีลายกนก เป็นพิมพ์ที่พบเห็นแพร่หลาย เป็นพระปางสมาธิ บนฐานบัว มีซุ้มลายกนกรอบองค์พระ เป็นพระดินเผา ผสมว่านและเกสรดอกไม้ ตามผิวจะมีจุดแดง ๆ เรียกว่า แร่ดอกมะขาม

ซึ่งเป็นวัตถุธาตุตะกูลเหล็กไหล จุดดำเรียกรารัก จับกระจายเป็นหย่อม ๆพิมพ์ใหญ่ไมมีลายกนก คือพระซุ้มกอดำ เป็นเนื้อที่หายากมาก ราคาแพง พบที่กรุวัดบรมธาตุ, วัดพิกลุล, และกรุนาตาคำพิมพ์กลาง มีลักษณะใกล้เคียงกับพิมพ์ใหญ่ลายกนก เพียงแต่บางและตื้นกว่า หายากครับพิมพ์ขนมเปี๊ยะ ความจริงก็เป็นพิมพ์ต่าง ๆ นั่นเอง เพียงแต่ไม่ได้ตัดขอบมนออก จึงดูคล้ายขนมเปี๊ยะ นี่คือเนื้อต่างๆของ พระซุ้มกอกําแพงเพชร

พระซุ้มกอ

การค้นพบพระกำแพงซุ้มกอ

 เมื่อ พ.ศ.2392 สมเด็จ พระพุฒาจารย์โต วัดระฆัง ได้ไปเยี่ยมญาติที่เมืองกำแพงเพชร ได้พบศิลาจากรึก ที่วัดเสด็จ จึงทราบว่า มีพระเจดีย์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง ฝั่งเมืองนครชุมเก่า ท่านจึงชักชวนเจ้าเมืองออกสํารวจ ก็พบเจดีย์ 3 องค์ อยู่ใกล้ ๆ กัน แต่ชำรุดมาก จึงได้ชักชวนเจ้าเมือง ทำการรื้อพระเจดียเก่าทั้ง 3 องค์ รวมเป็นองค์ เดียวกัน

เมื่อรื้อถอน จึงพบพระเครื่อง ซุ้มกอจำนวนมาก จึงนำเข้ากรุงเทพ ส่วนหนึ่งพร้อมเศษ อิฐหิน และบรรทึกใบลาน แล้วนำมาสร้าง พระสมเด็จ ของท่านจนขึ้นชื่อ ลือกระฉ่อน เพราะสร้างตามสูตร การสร้างพระซุ้มกอ ส่วนการสร้างเจดีย์ ยังไม่ทันแล้วเสร็จ เจ้าเมืองก็ด่วนลาลับ

พระซุ้มกอ

ต่อมาพระยาตะก่า ขุนนางพม่า จึงปฏิสังขรณ์ต่อ จนเสร็จ จึงมีรูปลักษ์เป็นเจดีย์พม่า พระกำแพงซุ้มกอ เป็นพระศิลปะสุโขทัย ยุคต้น สร้างประมาณ พ.ศ.1900 สมัยพญาลิไท ขุดค้นพบ หลายกรุ โดยครั้งแรกพบ ณ วัดพระบรมธาตุ โดย หลวงปู่โต ต่อมา พ.ศ.2490 และ 2501 ก็พบอีก แต่ไม่มาก ปี 2505 และ 2509 พบจากกรุวัดพิกุลทอง วัดฤาษี วัดหนองลังกา และวัดซุ้มกอ