Categories
รวมบทความ

พระอาจารย์วิชัย

พระอาจารย์วิชัย

ประวัติ พระอาจารย์วิชัย เขมิโย วัดถ้ำผาจม อ.แม่สาย จ.เชียงราย

พระอาจารย์วิชัย ชื่อ เดิม วิชัย คล่องแคล่ว เกิดวันจันทร์ ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 7 ปีระกา ตรงกับวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2488 ณ ที่บ้านหินลาด ตำบลกุดชมภู อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นบุตรคนที่ 3 ของนายบัว นางกอง คล่องแคล่ว สำหรับคุณแม่บวช เป็นแม่ชีอยู่ด้วยขณะนี้

พ่อนั้นตายเสียตั้ง แต่ข้าพเจ้า อายุได้ 1 ขวบกว่า ๆ อาชีพเดิมของบิดามารดา คือการทำนา ตามบรรพบุรุษ หลายชั่วคน เมื่อตอนเล็ก ๆ ข้าพเจ้าชอบอยู่กับยาย คือแม่เอาข้าพเจ้าไปฝาก ยายไว้ซึ่งอยู่คนละบ้าน เพราะแม่ของข้าพเจ้าท่านได้ ไปแต่งงานใหม่ ทำให้ข้าพเจ้ากับน้องได้ไปอยู่กับยายเริ่มรู้จักกับความว้าเหว่อ้างว้างของ ลูกที่กำพร้าพ่อและพลัดพรากจาก แม่เมื่อข้าพเจ้าอายุได้ 7 ขวบ

ยายก็ให้เข้าเรียนหนังสือ ที่โรงเรียนบ้านแก่งเจริญ ข้าพเจ้าทำงานหนักที่พอจะทำได้มาตั้งแต่เด็ก ๆ จะเรียกว่าเป็นชีวิต ทั้งกำพร้าพ่อแม่ก็ว่าได้เพราะไม่ค่อยจะได้อยู่กับแม่ข้าพเจ้า ได้ช่วยยายและพวกน้าผู้หญิงผู้ชายทำงาน กล่าวคือเมื่อตื่นขึ้นมาก็ต้อง

ไปตักน้ำใส่ตุ่มน้ำกินน้ำใช้ เพราะหมู่บ้าน ที่อยู่นั้นบ่อน้ำอยู่ห่างไกลออกไปประมาณ 1 กม. และเมื่อตักน้ำกินมา ไว้เต็มตุ่มแล้ว ข้าพเจ้าก็ต้องลงไปตักน้ำในแม่น้ำมูลมาใช้และรด ห้างพลูกินหมากให้ยาย นี่เป็นงานประจำตอนเด็กนอกจากนั้น ยังต้องช่วยน้า ผู้หญิงตำข้าวด้วย เพราะสมัยนั้นหมู่บ้านแถบนี้ยังไม่มีโรงสีข้าว

ชีวิตในวัยเด็ก

วัยเด้กในตอนนั้นผม ตกระกำลำบาก เด็กเพื่อนฝูงรุ่นเดียวกันเขาสบายกันมาก ส่วนข้าพเจ้าเวลากินก็แสน จะลำบาก แม้แต่เวลานอนก็ลำบาก ถึงฤดูทำนาต้องไปนอน ที่กระท่อมนา กับน้าผู้ชาย ตื่นเช้ามาต้อง นึ่งข้าวเหนียวหุงข้าวให้น้า เพราะน้าตื่นขึ้นมา ก็รับไปไถนา เมื่อหุงข้าวเสร็จ ก็ต้องหามฟืนกลับบ้านซึ่งห่างจาก ทุ่งนาประมาณ 4 กม. พอถึงบ้านก็ต้องรีบกินข้าวไปโรงเรียน ระยะทางจากหมู่บ้านไปถึงโรงเรียน 3 กม.

สมัยนั้นยังไม่พัฒนา ทางการให้ 3 – 4 หมู่บ้านไปเรียนหนังสือรวมกันที่โรงเรียนแห่งเดียว ทำให้เด็กนักเรียน แต่ละหมู่บ้านต้องเดินไปเรียนกันทางไกลหน่อย พอเลิกเรียน ในตอนบ่าย ก็เดินกลับบ้านรีบกินข้าว ซึ่งส่วนมากเป็นข้าวเหนียวในก่องข้าวหรือ กระติบเย็นชืดกับปลาร้าและพริกแทบ ทุกวัน อร่อยมากเพราะหิว

คนเราเมื่อหิวกินอะไร ก็อร่อยทั้งนั้น จากนั้นก็เอากระบุง ใส่ปุ๋ยคอกหาบไปทุ่งนาวันละหาบ เฉพาะตอน เย็นการไปนาและ กลับมาบ้านนั้น บ่าของข้าพเจ้าจะไม่ว่างจากไม้คานเลย
เพื่อนฝูงที่เขามี นาอยู่ใกล้กัน 4 – 5 คน เขาเดินไปตัวเปล่า เดินมาตัวเปล่าหยอกล้อกันบ้าง วิ่งไล่จับกันสนุกสนาน ส่วนข้าพเจ้า ทำไม่ได้เพราะบ่าต้องหาบคอน ใส่ของหนังอึ้ง หมดสนุกสนาน มีแต่ความเศร้าสร้อย

บรรพชา

พระอาจารย์วิชัย

เริ่มบวชเป็น สามเณร อายุ 17 ปี พ.ศ. 2506 ณ วัดเวฬุวัน บ้านหนองไผ่ ตำบลดอนจิก อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลธานี โดยมีท่านพระครูสุนทรธรรมวิบูลย์ เป็นพระอุปัชณาย์ บวชในช่วง 10.00 น. ตกกลางมาก็เริ่มปฏิบัติสมาธิเป็นแล้ว เพราะเคยฝึกมาก่อนบวช การนำจิตเข้าสู่สมาธิจึงทำได้พอสมควร ปฏิบัติมา ตลอดทุก ๆ วันในพรรษาแรก จิตก็เข้าสมาธิได้สม่ำเสมอแล้ว

อุปสมบท

พรรษาที่สอง สอบนักธรรมตรีได้ และการปฏิบัติ เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ ในกลางพรรษาที่สอง พระพุทธองค์ทรง เสด็จมาประทับอยู่ที่หิ้งพระ แย้มพระโอษฐ์อยู่นานพอสมควร จึงเสด็จไปพ.ศ.2508 ย้ายมาอยู่วัดสว่างอารมณ์ บ้านเสียม ตำบลหัวดอน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี

เรียนนักธรรมชั้นโท แต่ก็สอบไม่ผ่าน ออกพรรษา หมดเขียนกฐิน ก็ได้บวชเป็นพระภิกษุ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2508 เวลา 6.00 น. บวชไม่กี่วันก็ได้เดินธุดงค์ไปประเทศ ลาวกับหลวงปู่ไพ ไปพบหลวงพ่อมหาผ่อง เมืองโพนทอง ไปภูมะโรง พบอาจารย์บุญมาก ข้ามยนต์ไปที่จังหวัดปากเซ แล้วก็เดินธุดงค์ไปเรื่อยๆ จนถึงบ้านยิก

เลยไปถึงอัตบามือ ใกล้เมืองสาลวัน ติดต่อเขตแดนลาว เวียดนาม ย้อนกลับมา ทางประเทศลาวนาน พอสมควร จึงได้กลับขึ้นมาประเทศไทย ปี 2509 จำพรรษาอยู่วัด บ้านหัวดูน ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ปฏิบัติไปด้วยศึกษาธรรม ไปด้วย ก็สอบนักธรรมชั้นโทได้ กลับมาอยู่วัดสว่างอารมณ์ บ้านเสียมอีกครั้งหนึ่ง ศึกษานักธรรมชั้นเอกต่อ

ออกธุดงค์

มุ่งหน้าต่อไปทางอุดธานี เดินธุดงค์อยู่ตามภูเก้า อำเภอหนองบัวลำภู ขณะนี้เป็นจังหวัดไปแล้ว และเดินอยู่หลายอำเภอ เพราะแถบนั้นมีป่าเขามาก ในปีนั้นก็ได้เดินกลับมาจำ พรรษาอยู่วัดบ้านกุดจิก ตำบลห้อยเกิ้ง อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ออกพรรษา เดินทางไปเวียงจันทร์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศลาว นานพอสมควรก็ได้ข้ามมาประเทศไทย
ปี พ.ศ. 2513 จำพรรษาอยู่บ้านกุดจิกต่อ

พระอาจารย์วิชัย

ออกพรรษาก็ได้เดินทาง กลับไปเวียงจันทน์อีกพอ อาการป่วยทุเลาลงแล้ว ก็เดินทางต่อ มุ่งสู่ภาคเหนือ มีจังหวัดเชียงใหม่เป็นจุดแรก ได้ยินกิตติศัพท์ของครูบาอินทจักร วัดน้ำบ่อหลวง จิตมีความตั้งใจจะไปศึกษาธรรมกับท่าน ก็ได้ไปถึงเชียงใหม่

ตามความตั้งใจ ครั้งแรกไปพักอยู่ที่วัดอุโมงค์ ย้ายไปพักอยู่ 4วัดเมืองบาง จากนั้นจึงได้เดินไปวัดน้ำบ่อหลวง อำเภอสันป่าตอง บำเพ็ญเพียรปฏิบัติอยู่ที่นี่นานพอสมควร และได้มาตั้งใจท่องปาฏิโมกข์จบอยู่ที่วัดนี้ ท่องอยู่ 24 วันพอดี

ความคิดที่จะเดินทางไปจำพรรษา ที่ประเทศพม่า ยังสะกิดใจอยู่ตอลด จึงได้กราบลาครูเจ้าอินทจักร์ เดินทางต่อไป จากเชียงใหม่เข้าจังหวัดลำพูน มาพักศึกษาธรรมกับ ครูบาเจ้าพรหมจักร์ ก็เป็นเวลานานพอสมควร ก็เดินทางต่อขึ้นไปทางจังหวัดลำปาง เลยไปถึงเชียงราย ต่อถึงอำเภอแม่สาย ข้ามไปประเทศพม่า จะเดินทางต่อไปเชียงตุง

กะว่าจะจำพรรษา ที่จังหวัดเชียงตุง บังเอิญเจ้าหน้า ที่พม่าไม่ยอมให้ไป จึงได้เดินวนไปมาในแถวเชียงรายหลายอำเภอ ที่สุดจวนจะเข้าพรรษา จึงได้มาพักจำพรรษาอยู่ที่ถ้ำผาจม ซึ่งขณะนั้นยัง เป็นป่าเขาอยู่มาก และเงียบสงบ เหมาะสมกับผู้แสวงหา ความวิเวกดี ในพรรษานั้นจึงได้ตั้งใจปฏิบัติเต็มทีปี พ.ศ. 2518 ก็ได้ย้อนกลับมา จำพรรษาอยู่วัดถ้ำผาจมอีกครั้งหนึ่ง จนถึงในปัจจุบันนี้ แต่ละปีนั้น จะออกแสวงหาวิเวกตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นประจำทุกปี

ขอขอบคุณบทความคุณประโยชน์ โดย ufabet.com

เครดิต >>> https://ufabets5.com/