Categories
รวมบทความ

สมเด็จบางขุนพรหม

สมเด็จบางขุนพรหม

สมเด็จบางขุนพรหม

สมเด็จบางขุนพรหม พรือพระสมเด็จบางขุนพรมหม พ.ศ.2509ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจุบัน ยังคนมีผู้คนเสาะหา มาสะสมไว้บูชาจนทุกวันนี้ นักสะสมวัยรุ่นต่างนิยมเสาะหามาเก็บไว้ เพราะว่า พระสมเด็จบางขุนพรมหม นั้นถือได้ว่ามีมีพุทธคุณสูง แถมเป็นที่ศรัทธา ของผู้คนส่วนราคานั้นไม่ต้องพูดถึงเลย ถ้าสภาพ สวยๆราคาเช่ามาบูชา นั้นเริ่มตั้งแต่หลักแสน ไปจนหลักล้านแล้วแต่ สภาพความสวยของพระสมเด็จ

ด้วยเหตุ ที่มีผงเก่า หรือชิ้นส่วนแตกหัก ของสมเด็จบางขุนพรหม เมื่อคราวเปิดกรุปีพ.ศ. 2500 มีมวลสารสําคัญมีพุทธคุณสูง หากสภาพพระสมเด็จ สวยๆราคานี่แรงมากเลยนะ นั้นจึงทําให้ สมเด็จบางขุนพรมหม เป็นที่ต้องการ ของผู้คนเพื่อเสาะหา มาไว้บุชา นั้นเอง

สมเด็จบางขุนพรหม

พระสมเด็จบางขุนพรมหม การจัดสร้าง

การจัดสร้างสมเด็จบางขุนพรหม พ.ศ.2509 นั้นเริ่มสร้าง มาตั้งแต่เดือนต.ค. พ.ศ.2508 มาแล้ว เสร็จปลายเดือนพ.ย. พ.ศ.2508 ได้ทำพิธีการสร้างตำผง และกดพิมพ์ พระกันภายใน พระอุโบสถ โดยหลวงพ่อชม เป็นผู้กดพิมพ์ เป็นปฐมฤกษ์ จากนั้น คณะกรรมการ และผู้มีจิตศรัทธา ต่างร่วมแรงร่วมใจ ช่วยกันทำจนสําเร็จ

รายนาม พระเกจิอาจารย์ ด้านเนื้อหามวลสารหลัก ของพระขุนพรหม ปี 09 คือ ชิ้นส่วนพระสมเด็จ ที่ชำรุดแตกหัก และดินกรุ ที่ได้จากการเปิดกรุของทางวัด เมื่อปี พ.ศ.2500 ผงพุทธคุณ จากพระคณาจารย์ต่างๆ รวมไปถึง ปูนขาว ปูนเปลือกหอย น้ำมันตังอิ๊ว น้ำผึ้งเกสร ดอกบัวหลวง ดอกพิกุล

ที่นั่งปรกบริกรรม ปลุกเสกประกอบด้วย หลวงปู่นาค วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพ หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม นครปฐม หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม นครปฐม อาจารย์ทิม วัดช้างให้ ปัตตานี ท่านอาจารย์ อำพล วัดปราสาทบุญญาวาส กรุงเทพฯเป็นต้น

สมเด็จบางขุนพรหม

สมเด็จบางขุนพรมหม พ.ศ.2509

มาส่องดูสภาพ ผิวด้านหน้าองค์นี้ เป็นพระที่ไม่ผ่านการใช้หรือผ่านการสัมผัสมาก่อน ถึงแม้ว่า ไม่ถึงกับสวยกริ๊บ แต่ก็ดูง่ายตำหนิครบถ้วน เป็นพิมพ์เกศทะลุซุ้มพิมพ์เอ คราบแป้ง คลุมผิวด้านหน้า ยังมีให้เห็น มีก้อนผงเก่าของ สมเด็จบางขุนพรหม กระจายทั้งด้านหน้า และด้านหลัง มีสังฆาฏิ มีเนื้อเกิน ที่ซอกรักแร้ซ้าย มีเส้นชายจีวรพาด มาที่เข่าซ้าย

ปลายฐาน ชั้นกลางหยักเหมือน ขาสิงห์ และ ปลายฐานซ้ายองค์พระแหลมคม หันมาดูด้านข้าง และด้านหลัง สภาพความแห้ง และร่องรอยเป็นธรรมชาติ มีรอยปูไต่ ซึ่งเกิดจากปาดด้านหลัง ไปถูกก้อนผงเก่าและครูดไปตามพื้นผิว ที่ยังไม่แห้ง เห็นแล้วสบายใจได้สำหรับองค์นี้ว่าดูง่ายสบายตาและแท้แน่นอน

พระสมเด็จ

เป็นที่ทราบ กันว่าเป็นพระ ที่บรรจุในกรุ ดังนั้นเมื่อผ่านกาลเวลา ยาวนานจึงมักจะเกิดคราบกรุ เมื่อผ่านกาลเวลา ยาวนาน จึงมักจะเกิดคราบกรุ บางองค์ จะมีคราบกรุหนามาก จนองค์พระ ทั้งองค์ บางองค์ก็จะมีคราบกรุน้อยจน กระทั่งเกือบ ไม่ปรากฏคราบกรุเลย

บางองค์ มีคราบกรุจับหนา และเกาะติดกันเป็นสององค์ หรือสามองค์ หรือ กระทั่งมีบางองค์ ยึดติดกัน เป็นก้อนกลม เหมือนลูกตะกร้อ ขนาดใหญ่ คราบกรุเป็นเม็ด หรือ เม็ดทราย และคราบกรุ เป็นคราบดิน ในกรุพระเจดีย์นั้นเอง

พระสมเด็จ

ซึ่งในสมัยโบราณการ สร้างพระเจดีย์ ยังคงใช้ระบบโบราณ คือก่อด้วยอิฐดินเผาโดยรอบ ภายในใช้ไม้เนื้อแข็ง ที่มีความแข็งแกร่ง ค้ำยันกำแพงภายในให้แข็งแรง เพราะฉะนั้น เมื่อสร้างพระเจดีย์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ภายนอก ฉาบปูนทาสี และเปิดช่อง ระบายอากาศ ไว้เป็นช่องเล็กๆเพื่อป้องกัน มิให้ภายใน พระเจดีย์ มีความร้อนจัด

ทำให้อากาศ ขยายตัว ขยายตัวจนดันให้กำแพง พระเจดีย์ เกิดร้าวและแตกได้ พระที่บรรจุลง ส่วนใหญ่จะอยู่ด้านล่างใจกลาง พระบางองค์ ก็จะคงค้างอยู่ตามบริเวณ ไม้ค้ำภาย ในพระเจดีย์ ในเวลากลางวัน พระเจดีย์จะตากแดด ทั้งวันความร้อน แผดเผาและอบ ตกเวลากลางคืนอากาศจะเริ่มเย็นลงและเย็นจัด ในเวลาย่ำรุ่งด้วยความร้อน ที่อบอ้าวและความเย็นจัดนี่เอง เป็นเหตุให้พระสมเด็จฯ เกิดปฏิกิริยาภายในกรุพระเจดีย์

พระเครื่อง

พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม ที่มีความลึกดีเรียบร้อย ไม่มีขี้กรุ แต่จะเห็นผิวบางๆ เป็น สีน้ำตาล เข้มฝังอยู่บนผิว ขององค์พระ ย่อมหมาย ถึงองค์พระมีการปอกผิวขี้กรุ ออกให้ดูเรียบร้อย ในสมัยโบราณพระสมเด็จ วัดบางขุนพรหม มักจะมีการโกน หรือขูด ขี้กรุออก เพื่อให้ดูลึกและสวยงาม แต่ในปัจจุบัน นักนิยม พระจะไม่นิยมตบแต่ง พระเท่าที่ควร มักจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ

คราบกรุฟอง เต้าหู้ เป็นคราบกรุ อีกอย่าง ซึ่งมีลักษณะ คล้ายๆ ฟองเต้าหู้มีครบเต็ม ทั้งองค์พระสมเด็จ วัดบางขุนพรหม บางองค์ จะให้ช่างซ่อมพระทำการลอก ผิวกรุฟองเต้าหู้ออกทั้งองค์ เพื่อให้องค์พระ ดูลึกและคมชัดยิ่งขึ้น ก็อีกเช่นกัน วงการนักนิยม พระก็จะถือว่า เป็นพระ ที่ตบแต่งเช่นกัน คราบฟองเต้าหู้นี้ เกิดจากคราบหินปูน ในอากาศตกลงมาห่อหุ้มบนองค์พระและ จับตัวแข็งกรอบ เป็นแผ่นคราบฟองเต้าหู้

สมเด็จบางขุนพรหม

คราบกรุเป็นเม็ด คราบกรุ บางองค์ เป็นเม็ดเล็กๆสภาพคล้ายๆ เหมือนเม็ดทรายเลยนะ แต่บางชนิด ก็เป็น เม็ดโต ซึ่งเกิด จากฟองอากาศ หินปูนที่ตกลง บนผิวพระ และจับตัวกับ หยดน้ำ เมื่อแข็งตัว จะแข็งเป็นเม็ดทราย ถ้าคราบกรุเม็ดทราย ที่สม่ำเสมอ และเป็น เม็ดเล็กๆ จะดูสวยงามมากสภาพของขี้กรุ เป็นเม็ดจะแข็ง และมักจะไม่ปรากฏ มีการขูดตบแต่งใดให้เห็นเลยนั้นเอง

คราบดิน คือจะเป็น คราบดิน ภายในใต้กรุพระเจดีย์ เมื่อผสมกับคราบหินปูนใน อากาศที่ตกลงนั้น ผสมกับดินจับบนพระสมเด็จฯ จะมีลักษณะค่อนข้างแข็ง และมีสีดินจับอยู่ ทั้งองค์ หรือเกือบ ทั้งองค์ ดินที่ผสมกับหินปูน จะมีเอกลักษณ์ พิเศษที่ไม่เหมือนดินทั่วไป อันเป็นเอกลักษณ์ของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมนั้นเอง

บางขุนพรหม
.

เมื่อครั้งท่านเจ้า ประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สร้างพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม และบรรจุกรุพระเจดีย์เสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ประชาชนพลเมืองได้ทราบข่าวและบอกเล่าสืบต่อๆกันมาว่าซึ่งตอนนั้นชาวบ้านเป็นโรคล้มตายเป็นจํานวนมากสมัยก่อนเรียกว่าห่าใหญ่ ระบาดทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล และต่อมาใครที่มีพระสมเด็จ ของท่านให้อาราธนาเอาแช่ลงทำน้ำมนต์ดื่มกินจะสามารถป้องกันและรักษาโรคให้หายได้ไม่น่าเชื่อ หลังจากนั้นผู้คน ก็พา กันหาย จากโรคภัย