Categories
รวมบทความ

หลวงปู่ชา

หลวงปู่ชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง

วัดหลวงปู่ชา

ประวัติวัดหนองป่าพง

หลวงปู่ชา จำอยู่ที่วัดหนองป่าพง ตั้งอยู่ที่บ้านพงสว่าง ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวัดที่มีบรรยากาศที่ร่มรื่น ยิ่งนัก เงียบสงบ เหมาะแก่การเล่าเรียนพระธรรมวินัยและปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน นอกจากนี้วัดหนองป่าพงยังเป็นต้นแบบของวัดป่ากว่า 100 แห่งในประเทศไทย และอีกหลายแห่งในต่างประเทศ วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2497 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของวัดหนองป่าพงเมื่อพระโพธิญาณเถระ ชา สุภัทโธ ได้เดินธุดงค์มาถึง “ดงป่าพง” พร้อมด้วยลูกศิษย์จำนวนหนึ่ง

วัดหลวงปู่ชา

จากนั้นก็ได้ทำการปักกลดเรียงรายอยู่ตามชายป่าประมาณ 5-6 แห่ง ดงป่าพงในสมัยนั้นมีสภาพเป็นป่าทึบรกร้าง ใจกลางป่ามีหนองน้ำใหญ่ที่มี กอพง ขึ้นอยู่หนาแน่น ชาวบ้านจึงเรียกป่าแถบนี้ว่า หนองป่าพง ในระยะแรก ๆ หลวงปู่ชา และลูกศิษย์ต้องต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวกับไข้ป่า ยามป่วยหายารักษายาก ต้องต้มบอระเพ็ดฉันไปตามมีตามเกิด โดยไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากผู้อุปฐากเลย

เมื่อชาวบ้านเห็นก็เกิดความเลื่อมใส จึงพากันมาสร้างอาคารต่าง ๆ ที่จำเป็นเช่น ที่พักสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม กุฏิ ศาลา โรงฉัน หอระฆัง เสนาสนะอื่น ๆ จนมีสภาพเป็นวัดที่สมบูรณ์ ภายในบริเวณวัดมีสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจมากมาย เช่น พระอุโบสถ มีลักษณะแตกต่างจากโบสถ์ทั่ว ๆ ไป เป็นต้นว่าไม่มีผนัง ประตู หน้าต่าง เครื่องประดับลวดลาย

เจดีย์พระโพธิญาณเถร เป็นสถาปัตยกรรมที่มีรูปแบบผสมผสานระหว่างศิลปะอีสานกับล้านช้าง สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิหลวงปู่ชา หอระฆัง ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของหอฉัน ตามผนังประดับด้วยภาพปูนปั้นเรื่องราวพุทธประวัติ และสัตว์ที่อยู่ในป่าตามธรรมชาติของวัดหนองป่าพง

วัดหลวงปู่ชา

วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี มีเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ เป็นวัดที่มีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เหมาะแก่การเล่าเรียนพระธรรมวินัยและปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน  เมื่อ พ.ศ. 2497 พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) ได้ทำการบุกเบิกปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสมแก่การปฏิบัติธรรมและได้จัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์ขึ้นและเปลี่ยนสภาพเป็นวัดในโอกาสต่อมา

วัดหนองป่าพงเป็นต้นแบบของวัดป่ากว่า 100 แห่งในประเทศไทย และอีกหลายประเทศทั่วโลก ทั้งออสเตรเลีย ฝรั่งเศส แคนาดา เยอรมัน อิตาลี มาเลเซีย นิวซีแลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ อังกฤษ สหรัฐอเมริกาพระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) เป็นตัวอย่างของพระสงฆ์

วัดหลวงปู่ชา

ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แม้จะมีศาสนิกชนมากมายแต่ก็ไม่สร้างความแตกแยกให้เกิดนิกาย หรือเข้าไปพัวพันกับการเมืองจนเป็นเรื่องแตกแยก วัดจะเน้นความเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่ฟุ่มเฟือยหรือสะสม คงความเป็นพุทธ คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน อย่างแท้จริง วัดหนองป่าพง เปิดให้เข้าชมตอนเช้า เวลา 10.30-12.00 น. ตอนบ่าย เวลา 14.00-18.00 น.  

ประวัติ หลวงปู่ชา

หลวงปู่ชา

หลวงพ่อชา สุภทฺโท เป็นลูกอีสานโดยกำเนิด ท่านเกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของอำเภอวารินชำราบ ชื่อบ้านก่อ เมื่อวันศุกร์ ที่ 17 มิถุนายน 2461 แรม 7 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเมีย

ท่านเป็นบุตรคนที่ 5 ของนายมา และนางพิมพ์ ช่วงโชติ มีพี่น้องร่วมมารดา 10 คน ท่านเป็นคนช่างพูด และมีลักษณะผู้นำมาตั้งแต่เด็กๆ เมื่ออยู่กับหมู่เพื่อน ไม่ว่าจะเล่นหรือทำอะไรก็ตาม ท่านมักเป็นผู้วางแผนมอบหมายหน้าที่แก่คนอื่นเสมอ โดยปกติท่านเป็นคนอารมณ์ดี ร่าเริง วันไหนขาดท่าน เพื่อนๆ จะเงียบเหงา คุยหรือเล่นไม่ค่อยมีรสชาติ

ลักษณะเด่นอีกประการหนึ่งของท่าน คือ ความรักสันติ ไม่เคยมีใครเห็นท่านมีเรื่องราวทะเลาะเบาะแว้งเป็นปากเป็นเสียงกับใคร โดยเฉพาะการชกต่อยข่มเหงรังแกกับผู้อ่อนแอกว่านั้น ยิ่งไม่มีเลย ตรงกันข้ามเมื่อเพื่อนฝูงมีปัญหาขัดใจกัน ท่านจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยคลี่คลายให้เรียบร้อยได้ด้วยความสามารถอันเป็นลักษณะเฉพาะตัว ประกอบกับปกติท่านเป็นคนมีน้ำในโอบอ้อมอารี และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกคนเสมอ เพื่อนๆ ก็เลยเกรงใจ

หลวงปู่ชา

หลวงพ่อเติบโตขึ้นมาในบรรยากาศอบอุ่นและมั่นคง ครอบครัวของท่าน จัดว่ามีฐานะมั่งคั่ง

ครอบครัวหนึ่งในหมู่บ้าน และมักสงเคราะห์ผู้ยากจนกว่าในยามข้าวยากหมากแพงอยู่เสมอ ตัวท่านเองเป็นเด็กที่มีกำลังวังชา กระฉับกระเฉงว่องไว ธาตุไฟแรง กินจุเป็นนิสัย แต่ความที่ท่านเป็นคนขยันไม่อยู่นิ่ง จึงสามารถช่วยงานในครอบครัวได้เป็นอย่างดีตั้งแต่อายุยังน้อย

ชีวิตในร่มกาสาวพัสตร์ หลวงปู่ชา

ในขณะนั้นหลวงปู่ชา มีอายุ ๑๓ ปี เมื่อโยมบิดาได้นำไปฝากกับท่านเจ้าอาวาส และได้รับการฝึกหัดอบรมให้รู้ระเบียบการ บรรพชาดีแล้ว จึงอนุญาตให้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๔๗๔ โดยมีพระครูวิจิตรธรรมภาษี(พวง) อดีตเจ้าอาวาสวัดมณีวนาราม เป็นพระอุปัชฌาย์

เมื่อบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว ก็ได้ท่องทำวัตรสวดมนต์ เรียนหนังสือพื้นเมือง(ตัวธรรม) และได้ศึกษานักธรรมชั้นตรี อยู่ปฏิบัติครูบาอาจารย์เป็นเวลา ๓ พรรษา เนื่องจากมีความจำเป็นบางอย่าง จึงได้ลาสิกขาออกไปทำงานช่วยบิดามารดาตามความสามารถของตน ตั้งอยู่ในโอวาทของบิดามารดา มีความเคารพบูชาในพระคุณของท่าน พยายามประพฤติตนเป็นลูกที่ดีของท่านเสมอมา

หลวงปู่ชา

อุปสมบท

ครั้นอยู่ต่อมาอีกหลายปี ไม่ว่าจะทำงานอะไรอยู่ที่ไหน ความสนใจในการอุปสมบทเพื่อศึกษาธรรม ดูเหมือนคอยเตือนให้มีความสำนึกอยู่เสมอ คิดอยากจะบวชเป็นพระ ได้ปรึกษากับบิดามารดา เมื่อตกลงกันดีแล้ว บิดาจึงนำไปฝากที่วัดบ้านก่อใน ปัจจุบันเป็นที่ธรณีสงฆ์เพราะร้างมานานแล้ว และได้อุปสมบทที่พัทธสีมาวัดก่อใน ต.ธาตุ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ.2542 เวลา 13.55 น. โดยมี

  • ท่านพระครูอินทรสารคุณ เป็นพระอุปัชฌาย์
  • ท่านพระครูวิรุฬสุตการ เป็นพระกรรมวาจาจารย์
  • พระอธิการสวน เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ท่านได้รับฉายาว่า สุภทฺโท ผู้เจริญด้วยดี

เมื่ออุปสมบทแล้ว พรรษาที่ 1-2 จำพรรษาอยู่ที่วัดก่อนอก ได้ศึกษาปริยัติธรรม และสอบนักธรรมชั้นตรีได้ พระชา สุภทฺโท ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดก่อนอก ๒ พรรษา ระหว่างนั้นได้ศึกษาพระปริยัติธรรม สอบได้นักธรรมชั้นตรี แม้ที่วัดนี้ท่านจะยังไม่ได้ฝึกฝนอะไร แต่ก็ได้พิจารณาเห็นความเป็นไปหลายสิ่งหลายอย่าง การบวชๆ สึกๆ

ของพระภิกษุสามเณรทั้งหลาย ท่านเห็นว่าเป็นเรื่องโง่มาก การบวชเป็นเรื่องยาก การสึกนั้นง่าย ท่านถือว่าคนพวกนี้มีบุญน้อย ที่เห็นชีวิตแบบโลก ดีกว่าชีวิตนักบวช นอกจากนี้ท่านยังต้องผจญกับความหิว ความอยาก ที่กลุ้มรุมท่านเป็นอย่างมาก เพราะปกติท่านเป็นคนที่เจริญอาหารอยู่แล้ว ความอยากเกี่ยวกับอาหารการฉัน จึงเล่นงานท่านอย่างหนักทีเดียว

หลวงปู่ชา

มรณภาพ

เมื่ออายุย่างสู่วัย ๖๐ หลวงพ่อก็มีอาการผิดปกติทางร่างกายเกิดขึ้น เริ่มจากรู้สึกว่า ร่างกายโงนเงน การทรงตัวไม่ค่อยดี มีอาการปวดเมื่อยบริเวณต้นคอ บางครั้งหลวงพ่อมีอาการทรุดหนัก แต่เมื่อลูกศิษย์ลูกหามาเยี่ยม ท่านจะนั่งพูดคุยด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลูกศิษย์ต่างวิตกเรื่องการอาพาธของหลวงพ่อ แต่ท่านกลับห่วงการประพฤติปฏิบัติของลูกศิษย์มากกว่า

อาการของหลวงพ่อมีแต่ทรงกับทรุดเรื่อยมาจนกระทั่งเช้ามืดวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2534 เวลา 05.20 น. หลวงพ่อได้ละสังขารไปด้วยอาการสงบ ภายในกุฏิพยาบาล ท่ามกลางความเศร้าสลดของบรรดาลูกศิษย์

ตลอดชีวิตสมณะของหลวงพ่อท่านได้สร้างคุณงามความดีมากมายเกินกว่าที่จะกล่าวถึงให้ครอบคลุมทั้งหมดได้ สำนักวัดหนองป่าพงและสาขาน้อยใหญ่ อันเป็นวัดซึ่งมุ่งประโยชน์ด้านปฏิบัติเพื่อนำผู้คนไปสู่ความพ้นทุกข์อย่างแท้จริง

ขอขอบคุณบทความประวัติเกจิอาจารย์ดีๆ โดย ufabet.com

เครดิต https://ufabets5.com/