Categories
รวมบทความ

หลวงปู่ทอง

หลวงปู่ทอง วัดลาดบัวขาว(ราชโยธา) เขตสะพานสูง

วัดหลวงปู่ทอง

วัดลาดบัวขาว เป็นวัดราษฎร์สังกัด คณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ในแขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันคือ พระครูปทุมโชติวัฒน์ วัดลาดบัวขาวตั้งเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ. 2310 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2367 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 14 เมตร ยาว 28 เมตร 

ประวัติหลวงปู่ทอง

หลวงปู่ทอง

หลวงปู่ทอง อายะนะ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2363 ตรงกับปลายสมัยรัชกาลที่ 2 เป็นบุตรของนายฮวด แซ่ลิ้ม ชาวจีนฮกเกี้ยน มารดาเป็นชาวมอญ ต่อมาท่านได้อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. 2384 ได้อุปสมบท ณ วัดเงินบางพรม ตลิ่งชัน โดยมีท่านเจ้าคุณ วินัยกิจจารีเถระ (ภู่) อดีตเจ้าอาวาสองค์ที่ 2 ของ วัดเงินบางพรม เป็นพระอุปัชฌาย์

ได้รับฉายาตามภาษามคธว่า อายะนะ หลังจากอุปสมบทมา ได้พำนักจำพรรษา ณ วัดแห่งนั้นเพื่อศึกษาพระธรรมวินัย และคอยอุปัฏฐากพระอุปัชฌาย์ของท่านภายหลังได้ธุดงค์วัตร เพื่อแสวงหาโมกขธรรม เมื่อพระราชโยธาก่อสร้างวัดราชโยธา เสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้นิมนต์ท่านให้มาเป็นเจ้าอาวาส ท่านจึงเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของ วัดราชโยธาท่านเป็นยอดพระเกจิที่เก่งมากๆในสมัยก่อน

อุปสมบท 

หลวงปู่ทอง ในปี พ.ศ.2384 อายุได้ 21 ปีเต็ม ท่านได้อุปสมบท ณ วัดเงิน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯโดยมีท่านเจ้าคุณวินัยกิจการีเถร (ภู่) เป็นพระอุปัชฌาย์บวชแล้วหลวงปู่ทองได้พยายามศึกษาเล่าเรียนวิชาธรรมต่างๆ ตลอดถึงข้อวัตรปฏิบัติธรรมกรรมฐาน เจริญตามพระโอวาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัม พุทธเจ้าโดย ยึดถือระเบียบและวินัยอย่างเคร่งครัด จนอายุได้ 30 ปี พระอุปัชฌาย์จึงสั่งให้ มาครองวัดราชโยธา ซึ่งการสร้างวัดราชโยธานี้เป็นสมัยต้นรัชกาลที่ 4

ท่านเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปแล้ว ว่าเป็นปรมาจารย์ ผู้รอบรู้ ทั้งทางโลกและทางธรรม มีความเจนจบสิ้นทั้ง พุทธศาสตร์ และไสยศาสตร์ท่านเป็นพระภิกษุผู้ทรงศีล จริยวัตรอันแก่กล้า ทรงวิทยาคม เป็นที่เลื่องลือในกฤษฎาภินิหารตลอดอายุ 117 ปี ของ พระคุณเจ้าได้บําเพ็ญประโยชน์แก่พุทธศาสนานานัปการ จนได้ รับการยกย่องศรัทธาจากมหาชน และลูกศิษย์ทุกชั้นว่า

หลวงปู่ทอง

ท่านเป็นพระอาจารย์ผู้มี กฤษฎาภินิหาร มหัศจรรย์ ปาฏิหาริย์ มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ มีปณิธานหนักแน่นในพระกรรมฐาน มักน้อยสันโดษ ชานาญในทางอิทธิเวท ไม่ว่าจะนั่ง นอน ยืน เดิน ท่านยึดมั่นในพระกรรมฐานเป็นอารมณ์พระคุณเจ้าหลวงปู่ทอง เป็น ผู้มีอํานาจจิตกล้าแข็ง ได้รับความเคารพยกย่องจากมหาชนทั้งใกล้และไกล จนมีประชาชนหลายอาชีพ หลายประเภทเลื่อมใสฝากตัวเป็นลูกศิษย์มากมาย

ประกอบกับการที่ท่าน เป็นผู้ให้ธรรมะ โดยอุปมาเปรียบเทียบคําพูดทั้งทางโลกและทางธรรมอยู่เสมอมิได้ขาด จึงเป็นเสน่ห์อีก ประการหนึ่งที่ทําให้ผู้ที่ได้สนทนากับ ท่านมีความรู้สึกสบายใจ มองเห็นความจริงที่ท่านกล่าวทุกประการนับว่าเป็นจุดรวมทางใจของกลุ่มชนและบรรดาลูกศิษย์ให้ประกอบแต่ความดีจํานวนมิใช่น้อย เป็นที่ปรากฏแจ้งชัดทั้งในอดีตและในปัจจุบันว่า

บรรดาลูกศิษย์ลูกหาหรือผู้ที่ได้เคยพบเห็นวิสาสะกับท่านแล้ว มักจะเป็นผู้ที่ได้ประกอบสัมมาอาชีพโดย ถูกต้องกับหลักธรรม และมีเมตตาธรรมในส่วนตน กับเสียสละให้แก่ ประโยชน์ของ ส่วนรวมและประเทศชาติพระคุณเจ้าหลวงปู่ทองเป็น ผู้ทรงคุณธรรมเป็นเลิศ หมั่นเพียรในการประกอบกิจทางพระศาสนา ทําวัตร สวดมนต์ ทั้งในด้านกิจ นิมนต์ท่านก็มิได้ว่างเว้น นอกจาก จะอาพาธ

และในด้านประกอบศาสนกิจ ทําสังฆกรรม ให้การอุปสมบทแก่กุลบุตรโดยมิได้เลือกว่าเป็นใคร มาจากไหน ถ้าไม่ขัดต่อบทบัญญัติ ทางพระวินัยแล้วท่านเป็นรับนิมนต์โดยถ้วนหน้า วัดราชโยธา เป็นวัดที่มีคนไทยน้อย แต่ห้อมล้อมด้วยชาวไทย อิสลามโดยส่วนมาก

ชายไทยอิสลามหลายคนได้ มีความเคารพบูชาหลวงปู่ทองอย่างหมดหัวใจ ก็เพราะได้พบความอัศจรรย์ ครั้งที่ปล่อยวัวควายมาถ่ายมูลในวัดหลวงปู่ทอง เลยทรมานเจ้าของด้วยการทําให้หาไม่พบ แล้วให้ไปเปิดกะลามะพร้าว จึงพบ ควายหนึ่งฝูง 7 ตัวดังนี้ จึงมีคําพูดเล่าต่อๆ กัน มาในหมู่ไทยอิสลามและคนไทยว่าขี้ควายอยู่ ควายไม่อยู่ ขี้ควายไม่อยู่ควายอยู่”ดังนั้น ลานวัดจึงสะอาดไม่เลอะเทอะอย่างแต่ก่อน

พระคุณเจ้าหลวงปู่ทอง จึงเป็นเสมือนดวงประทีป ที่ส่องสว่างอยู่ท่ามกลางหมู่ชนอิสลามหลวงปู่ทอง อายะนะ แห่งวัดราชโยธา แขวงประเวศ เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ท่านเป็นพระผู้ทรงคุณธรรมสูง มีความมานะพยายาม นําคุณประโยชน์แก่พระ พุทธศาสนาเป็นอเนกประการ

ส่วนลูกศิษย์ของหลวงปู่ทองก็มี หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว ซึ่งเป็นศิษย์ก้นกุฏิของท่านเพราะท่านเป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้เอง และตอนที่หลวงปู่เผือกสร้างพระ หลวงปู่ทอง ก็ยังมอบผงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
ซึ่งท่านแบ่งมาจากสมเด็จพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)

ศิษย์พี่ของท่าน ให้หลวงปู่เผือก ไปสร้างพระด้วยนอกจากนี้ ยังมีพระเกจิอาจารย์อีกหลายท่านที่มาขอ เรียนวิชาเพิ่มเติมจากหลวงปู่ทอง เช่นหลวงปู่เหลือ วัดสาวชะโงก ฉะเชิงเทราหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยาหลวงปู่คง วัดบางกะพ้อม สมุทรสงครามหลวงปู่จาด วัดบางกะเบา ปราจีนบุรีหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ

หลวงปู่ทอง

ภาษีเจริญหลวงพ่อคล้าย วัดสวนขันธ์ นครศรีธรรมราชหลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพระองค์ สมุทรสาคร หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง ภูเก็ตหลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ชลบุรีและศิษย์ ที่เป็นฆราวาส เช่นอาจารย์แก้วคำวิบูลย์ (บวชเป็นพระแล้วต่อมาศึกเป็นฆราวาสอาจารย์แถว กรเดชอาจารย์เจ็ก

สำนัก สามแยกไฟฉายอาจารย์เที่ยง น่วมมานา สำนักบ้านมีดีในสมัยก่อนหลวงปู่ทอง ท่านเป็นพระที่มีอาวุโสสูง และทรงไว้ซึ่งวิทยาคมแก่กล้าดังนั้นไม่ว่าใครก็ล้วนมาขอเรียนวิชาต่างๆจากท่าน

สำหรับพระเครื่องวัตถุมงคล ต่างๆ หลวงปู่ทองก็สร้างไว้พอสมควร เนื่องจากลูกศิษย์นั้นศรัทธาท่าน มากเลยขอท่านสร้างและให้ท่านอธิฐานจิตปลุกเสกให้ เช่น ลูกอมชานหมาก หมากทุย(ไข่นกคุ้ม) ตะกรุดฝาบาตร ผ้ายันต์เขียนมือ เสื้อยันต์พระเนื้อดินเนื้อ

ผงหลังยันต์ตรีนิสิงเห พิมพ์สมเด็จ พิมพ์ต่างๆ(ยุคต้น) ร.ศ.112(พ.ศ.2436-39)พระเนื้อเมฆพัตรพิมพ์ต่างๆ(ยุคกลาง)ประมาณปี (พ.ศ.2459-60)พระเนื้อดินพิมพ์ ลพ.โต พิมพ์นางพญา พิมพ์ปิดตายันต์รอบ พิมพ์ปิดตาเม็ดขนุน พิมพ์ลีลา ประมาณปี(ยุคปลาย พ.ศ.2476)
และเหรียญยอดนิยม อย่างเหรียญ หน้าลอย (พ.ศ.2477) เหรียญหน้าจม(พ.ศ.2480) ซึ่งอาจารย์แก้ว คำวิบูลย์ได้จัดสร้าง


วัตถุมงคลรุ่นต่างๆปัจจุบัน ไม่ค่อยได้เห็นกัน เพราะหายากมาก คนรุ่นนั้นต่างเก็บไว้ใช้กันหมด ที่เราพอจะได้เห็นกันบ้างก็คือ สมเด็จเขียวเหนียวจริงหรือพระสมเด็จกรุบึงพระยาสุเรนทร์ซึ่งท่านปลุกเสกให้แม้แต่ตอนสงครามอินโดจีน พระยาพหลพลพยุหเสนา ลูกศิษย์ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ยังได้นิมนต์ท่านขึ้นเครื่องบิน ไปโปรยทรายเสก

รอบวัดพระแก้ว และสนามหลวง รวมทั้งบริเวณใกล้เคียงเพื่อให้คุ้มครอง มิให้เป็นอันตรายจากระเบิดของข้าศึกและยังได้ขอร้องให้ท่านสร้างเสื้อยันต์เพื่อแจกทหารไปใช้ในสงครามซึ่งเสื้อยันต์นี้มีกิตติศัพท์

หลวงปู่ทอง

เลื่องลือกันมาก ว่าแคล้วคลาดยิงไม่ถูกหรือโดนยิงแล้วไม่เป็นอะไรบางคนโดนยิงล้มลง ก็ยังลุกขึ้นมาสู้ใหม่ได้ จนได้รับฉายาว่า ทหารไทยเป็นทหารผีซึ่งตอนนั้น เสื้อยันต์ที่ท่านสร้าง จะจารเขียนด้วยดินสอดำ

มรณภาพ 

หลวงปู่ทองท่านเป็นพระที่ความ ศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง ท่านมีอภิญญาจิตรและปาฏิหาริย์มากมายแม้แต่คน จะถ่ายรูปท่าน ก็ยังถ่ายไม่ติดเลยครับ ทำให้ปัจจุบัน จึงไม่ค่อยมีรูปท่านให้เห็นกันจะมีที่เห็นก็เพียงรูปเดียวที่ชัดสุด ก็คือ รูปที่บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายร่วมกัน

ไปอ้อนวอนขอถ่ายรูปท่าน
ซึ่งเป็นรูปที่ท่านกำลังลงบันไดไปฉันเพลเท่านั้น ส่วนรูปที่แอบถ่ายตอนท่านฉันเพลนั้นไม่ชัดติดเป็นเงาๆ เท่านั้นหลวงปู่ทองท่านมรณภาพ ปีพ.ศ. 2480 สิริรวมอายุได้ 117 ปี นับเป็นยอดพระเกจิอาจารย์แห่งอาจารย์ของเมืองไทยที่หาได้ยากยิ่งในปัจจุบันครับ

ขอขอบคุณบทความดีๆ ประวัติเกจิเลื่องชื่อ โดย ufabet.com

Credit : https://ufabets5.com/