Categories
รวมบทความ

หลวงปู่บุญมา

หลวงปู่บุญมา

หลวงปู่บุญมา โชติธมฺโม วันนี้เราจะมาพูดกัน ถึงพระเกจิแห่งเมืองปราจีนบุรี ฮือฮาเหรียญหลวงปู่บุญมาช่วยรอดตายปาฏิหาริย์ หลวงปู่บุญมา โชติธมฺโม วัดบ้านแก่ง จังหวัดปราจีนบุรีโลกยุคใหม่ เจริญก้าวหน้าขึ้น สิ่งลี้ลับและความอาถรรพ์ต่างๆ ก็เริ่มลดน้อยลง สมัยก่อนพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิชาอาคมมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ

พระครูสุนทรโชติธรรม หรือ หลวงปู่บุญมา ท่านอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดทุ่งแฝก หมู่ 2 ต.กบินทร์บุรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยมี พระครูศรีวิเลิศ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สวัสดิ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการกรอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า โชติธมฺโม

เมื่อบวชแล้ว ท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัย จนสามารถสอบนักธรรมเอกได้ในเวลาต่อมา จังหวะนั้นเองทางวัดบ้านแก่ง ว่างสมภารลง หลวงพ่อใหญ่ก็ได้สั่งให้ มาเป็นสมภารวัดบ้านแก่ง สืบแทนหลวงพ่อทองดีที่มรณภาพ

สมัยนั้นวัดบ้านแก่งและหมู่บ้านค่อนข้างทุรกันดาร ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง ความเป็นอยู่ของชาวบ้านไม่ค่อยดี วัดก็เลยไม่รุ่งเรืองตามสภาพ ขณะอยู่วัดหลวงปู่บุญมาก็ฝึก วิปัสสนากรรมฐาน โดยเฉพาะพระกรรมฐานนั้น ท่านให้ความสนใจเป็นพิเศษ ได้รับถ่ายทอดวิชาจากหลวงปู่เอี่ยมนำมาปฏิบัติด้วยตนเองอย่างเคร่งครัด

แต่ละรูปล้วนมีชื่อเสียง สาธุชนคนใจบุญรู้จักกันถ้วนทั่ว และพระเกจิอาจารย์เหล่านั้นก็ล้วนแต่เป็นพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทั้งสิ้น และพระดีนั้นก็ย่อมไม่อวดอ้างคุณความดี

ทำให้มองไปว่าพระเกจิอาจารย์ยุคใหม่หายากที่บ้านแก่ง ตำบลวังตะเคียน หมู่ ๓ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี

มีผู้ไปพบพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเรืองวิชาอาคมจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านแก่ง ตำบลวังตะเคียน ความเล่าลือปากต่อปาก และจากประสบการณ์ทางวัตถุมงคลที่ท่านสร้างขึ้นมาแสดง พลังอิทธิปาฏิหาริย์อยู่ยงคงกระพัน ชื่อเสียงของ “พระครูสุนทรโชติธรรม หรือ หลวงพ่อบุญมา โชติธมฺโม ค่อย ๆ เริ่มปรากฏและโด่งดังในพื้นที่อย่างรวดเร็วเมื่อกาลเวลาผ่านมา

หลวงปู่บุญมา

ย้อนอดีต ในปีพุทธศักราช ๒๔๘๒  ตรงกับวันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน ปีเถาะ  ครอบครัว จิตศรี โดย นายพ่วง และ นางทองคำ  จิตศรี ไผ่เจริญ ได้บุตรคนที่สองของครอบครัว คนแรกเป็นผู้หญิงชื่อ เด็กหญิงเลียบ  จิตศรี คนที่สองตั้งชื่อเรียกขานว่า เด็กชายบุญมา  จิตศรี และหลังจากให้กำเนิดเด็กชายบุญมาแล้ว 

ปีต่อ ๆ มานางทองคำได้ให้กำเนิด สมาชิกในครอบครัวอีก 2 คน คือ  เด็กชายสุวิทย์ และ เด็กหญิงสมหมาย  จิตศรี รวมลูก 4 คน  สมาชิกทั้งบ้าน 6 คนทั้งนายพ่วงและนางทองคำ มีอาชีพทำนา  ฐานะทางบ้านก็พอมีพอกินปานกลาง  แต่มาระยะหลังมีลูก 4 คน  ทำให้อาหารการกินฝืดเคือง  เด็กชายบุญมาเจริญวัยตามกาลเวลา

จวนจบกระทั่งถึงวัยที่ จะต้องได้รับการศึกษาเล่าเรียน  ผู้เป็นพ่อส่งเด็กชายบุญมาให้ไปอยู่กับ หลวงพ่อเขียน หรือ พระครูประสารวุฒิคุณ เจ้าอาวาสวัดบ้านกุง  ซึ่งเด็กชาย บุญมามีศักดิ์เป็น หลานของหลวงพ่อเขียน  สมัยนั้นหลวงพ่อเขียนเป็นพระเกจิอาจารย์เก่งทางด้านอยู่ยงคงกระพันเด็กชายบุญมาอยู่รับใช้หลวงพ่อเขียน

และศึกษาเล่าเรียนที่ โรงเรียนวัดบ้านกุง  จนกระทั่งจบการศึกษาประชาบาลชั้นประถมปีที่ 3  นายพ่วงผู้เป็นพ่อก็ไปรับตัวกลับให้มาอยู่กับ หลวงปู่เอี่ยม  พระเกจิอาจารย์ที่มีคนให้ความ เคารพนับถือกันมาก  ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อใหญ่  หลวงปู่เอี่ยมนั้น  มีวิชาอยู่ยงคงกระพันชาตรี  หลวงปู่เอี่ยม รับเด็กชายบุญมา ไว้เป็นลูกศิษย์แล้ว ก็ส่งให้เรียนต่อชั้นประถมปีที่ 4 จนจบพอโต

เป็นหนุ่มหลวงปู่เอี่ยม ก็สอนวิชาอาคม ให้ร่ำเรียนอักขระวิชาต่าง ๆ ฝึกให้ทำจิตให้เป็นสมาธิ  สอนการนั่งวิปัสสนากรรมฐาน ขั้นต้นให้นายบุญมาใช้ชีวิตทางโลกอยู่จนกระทั่งอายุ 25 ปี เข้าวัยเบญจเพศจึงหันหน้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เป็นศิษย์พระตถาคต เจริญรอย ตามพระพุทธองค์ โกนหัวปวารณาตัวอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดทุ่งแฝก หมู่ 2 ตำบลกบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี

เมื่อบวชแล้ว ภิกษุหนุ่มนามบุญมาก็ศึกษาพระธรรมวินัย จนสามารถสอบนักธรรมเอกได้ในเวลาต่อมา  จังหวะนั้นเองทางวัดบ้านแก่ง ว่างสมภารลง  หลวงพ่อใหญ่ก็ได้สั่งให้ พระอธิการบุญมา มาเป็นสมภารวัดบ้านแก่ง สืบแทนหลวงพ่อทองดี ที่มรณภาพ 

พระอธิการบุญมา พอมาอยู่วัดบ้านแก่ง ก็ทำนุบำรุงพัฒนาวัดตามแต่อัตภาพ  สมัยนั้นวัดบ้านแก่ง และหมู่บ้านค่อนข้าง ทุรกันดาร ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ไม่ค่อยดี  วัดก็เลยไม่รุ่งเรืองตามสภาพ  ขณะอยู่วัดพระอธิการบุญมา ก็ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน โดยเฉพาะพระกรรมฐานนั้น

พระอธิการบุญมา ให้ความ สนใจเป็นพิเศษ  ได้รับถ่ายทอดวิชาจากหลวงปู่เอี่ยมนำมาปฏิบัติด้วยตนเอง อย่างเคร่งครัดหลวงพ่อบุญมา ทำกรรมฐานโดยกำหนดเอาแสง สว่างจากเปลวเทียนเป็นหลัก  เพ่งกสิณจากเปลวแสงเทียนที่เรียกกันว่า เตโชกสิณ  คือ การทำสมาธิจิตเพ่งแสงสว่างแห่งเปลวไฟ 

หลวงปู่บุญมา

ภิกษุที่ทำได้ต้องมีสมาธิ มั่นตั้งอยู่ในกรรมฐาน กำหนดเอาธาตุทั้ง ๔ อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นมั่นคง แล้วพุ่งกระแสจิต สู่สิ่งที่กำหนดนั้น จนดวงจิตสงบนิ่งบังเกิดความสว่างขึ้นกลางมโนจิต อันเป็นการบรรลุมรรคผลในระดับหนึ่ง 

นั่นคือการสามารถกำหนด จิตให้เป็นสมาธิอันแน่วนิ่งและมั่นคงได้ จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบ ของการบำเพ็ญพระกรรมฐาน และการทำกสิณ  หลวงพ่อบุญมา เพ่งกสิณเพ่งเปลว เทียนอยู่นาน กว่าจะบรรลุมรรคผลก็เล่นเอา ดวงตาข้างขวา ของท่าน เสียเกือบจะบอดเลยทีเดียว

สมัยก่อน พระเกจิอาจารย์ ผู้เรืองวิชาอาคม มีอยู่ทั่วทุกภาค ของประเทศ  แต่ละรูปล้วนมีชื่อเสียง สาธุชนคนใจบุญรู้จักกันถ้วนทั่ว  และพระเกจิอาจารย์เหล่านั้นก็ล้วน แต่เป็นพระอริยสงฆ์ ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบทั้งสิ้น  และพระดีนั้นก็ย่อม ไม่อวดอ้างคุณความดี  ทำให้มองไปว่าพระเกจิอาจารย์ยุคใหม่หายาก  ที่บ้านแก่ง ตำบลวังตะเคียน หมู่ ๓ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี 

มีผู้ไปพบพระปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบเรือง วิชาอาคมจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านแก่ง ตำบลวังตะเคียน  ความเล่าลือปากต่อปาก และจากประสบการณ์ทางวัตถุมงคลที่ท่านสร้างขึ้นมาแสดงพลังอิทธิ ปาฏิหาริย์อยู่ยงคงกระพัน  ชื่อเสียงของ พระครูสุนทรโชติธรรม หรือ หลวงพ่อบุญมา โชติธมฺโม ค่อย ๆ เริ่มปรากฏและโด่งดังในพื้นที่อย่างรวดเร็วเมื่อกาลเวลาผ่านมา

ปราจีนบุรี ฮือฮาเหรียญ หลวงปู่บุญมา ช่วยรอดตายปาฏิหาริย์ เปิดเผยว่า พระครูประโชติ และคณะญาติโยม เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์รถสิบล้อวิ่งมาชนรถตู้ของพระครูด้านหลังอย่างแรง เสียงดังตูมๆๆ 3 ครั้งติดต่อกันพระครูยังไม่รู้สึกตัวว่าเกิดอะไรขึ้น อึดใจต่อมาได้ถามญาติโยม ที่นั่งมาด้วยว่า เกิดอะไรขึ้นโยมคนขับ และญาติโยมบอกว่า

หลวงปู่บุญมา

หลวงพ่อไม่รู้ตัวอีก หรือว่ารถสิบล้อวิ่งมา ชนรถเราพังหมดแล้ว พระครูประโชติมองดูรอบข้างเห็นว่า มีคนเจ็บหลายคน จึงสำรวจตัวเองลูกๆคลำๆว่ายังไงก็ต้องมีเลือดตกยางออกไม่มากก็น้อย แต่ไม่เป็นอะไรต่อมามีคนมาช่วยเหลือ ขณะนั้นได้มอง ไปด้านหน้านับดูเห็นรถถูกชนระนาว10 คัน มีคนเจ็บนับสิบรายนาทีนั้น

พระครูประโชติ นึกถึงเหรียญหลวงปู่บุญมา ที่นำติดตัวมาด้วยเพื่อที่จะนำไปแจกญาติโยม เชื่อว่าเป็นบารมีของหลวงปู่ท่าน และเป็นบุญเป็นกุศลุที่ตนเองได้สะสมมาผู้สื่อข่าวได้เดินทาง ไปยังวัดวังกวาง ขอพบพระครูประโชติ พรมวรคุณ ท่านพระครูประโชติ กล่าวว่า เมื่อวันที่31 สค.63นั้นเองครับท่านผุ้อ่าน