Categories
รวมบทความ

หลวงปู่สิงห์

ประวัติ หลวงปู่สิงห์ หรือ พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม 

8 กันยายน อาจาริยบูชาคุณ รำลึก 53 ปี วันคล้ายวันมรณภาพของ หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโมพระอริยเจ้าผู้เป็นพี่ชายใหญ่ ของพระธุดงคกรรมฐานศิษย์ท่านพระอาจารย์มั่น จงบำเพ็ญศีล สมาธิ ปัญญาให้เป็นอธิศีล อธิสมาธิ อธิปัญญา คำกล่าวปรารภของพระอาจารย์สิงห์ หรือ หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม” แห่งวัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมาพระวิปัสสนาจารย์สายอีสาน ที่ได้รับความเลื่อมใส ศรัทธาจากสาธุชน เป็นอย่างมาก

ชาติกำเนิด

หลวงปู่สิงห์ มีนามเดิมว่า สิงห์ บุญโท เกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2432
ที่บ้านหนองขอน ต.หัวทะเล อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี
โยมบิดา ชื่อ นายอ้วน บุญโท มีตำแหน่งเพีย อัครวงศ์ อันเป็นตำแหน่งข้าราชการหัวเมืองลาวกาว-ลาวพวนมีหน้าที่จัดการศึกษาและการพระศาสนา โยมมารดา ชื่อ นางหล้า บุญโทพ.ศ.2446 ได้บรรพชาที่วัดบ้านหนองขอน ต.หัวทะเล อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี

การศึกษา บรรพชาและอุปสมบท 

หลวงปู่สิงห์

เมื่ออายุครบบวชได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดสุทัศน์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2452 โดยมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ อ้วน ติสโส เมื่อดำรงสมณศักดิ์ เป็นพระศาสนดิลก เจ้าคณะมณฑลอีสาน เป็นพระอุปัชฌาย์พระสิงห์

ได้เข้าถวายตัวเป็นศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และได้ฝึกอบรมสมาธิภาวนากัมมัฏฐานอยู่กับ หลวงปู่มั่น จนมีกำลังอันแก่กล้าแล้ว เนื่องจากท่านเป็นศิษย์ที่ได้รับความไว้วางใจจาก หลวงปู่มั่น อย่างมาก หรือที่ญาติโยมศิษยานุศิษย์ และผู้ที่เคารพศรัทธา นิยม เรียกนามว่า พระอาจารย์สิงห์ หรือ หลวงปู่สิงห์

ได้รับการศึกษาเบื้องต้น ระดับใดไม่มีหลักฐานระบุไว้ชัดเจน บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อ พ.ศ. 2446 ขณะอายุได้ 15 ปี ที่วัดบ้านหนองขอน ตำบล หัวตะพาน มีพระอาจารย์ป้อง วัดบ้านหนองของ เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้บรรพชาซ้ำเป็น สามเณรฝ่ายธรรมยุต วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2449 ที่วัดสุทัศนาราม เมืองอุบลราชธานี

โดยมีพระสมุห์โฉม เป็นพระ อุปัชฌาย์ ได้พ านักจ าพรรษาที่ วัดสุทัศนาราม จนกระทั่งวันที่ 30 พฤศจิกายน 2452 ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายธรรมยุต ขณะดำรงสมณศัดิ์ ที่พระราชมุนี เป็นพระ อุปัชฌายขณะเป็นพระมหาเสน ชิตเสโน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระปลัดทัศน์เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นตรี พ.ศ. 2458 พร้อมทั้งเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ที่สำนักเรียนวัดสุทัศนารามอีกด้วย

หลวงปู่สิงห์ พบพระอาจารย์มั่นเป็นครั้งแรกและกราบขอเป็นศิษย์

หลังจากท่านอาจารย์มั่น ฯ ได้จำพรรษาที่กรุงเทพฯ ในปีนั้นแล้ว ท่านก็มีดำริว่า ท่านควรจะได้แนะนำสั่งสอนธรรมปฏิบัติที่ท่านได้รู้ ได้เห็นมา ซึ่งเป็นธรรมที่ยากที่จะรู้ได้ ซึ่งท่านได้อุตส่าห์พยายามบำเพ็ญมาเป็นเวลานับสิบๆ ปี ควรจะได้แนะนำบรรดาผู้ที่ควรแก่การปฏิบัติให้ได้รู้และจะได้แนะนำกันต่อ ๆไป

ดังนั้นเมื่อออกพรรษาแล้วท่านจึงได้ลาท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ กลับไปจังหวัดอุบล ฯ จำพรรษาที่วัดบูรพา ในปี พ.ศ. 2458 นั้น ปีนั้นท่านมีพรรษาได้ 25 พรรษา ขณะที่ท่านจำพรรษาอยู่นั้น ท่านก็พิจารณาว่า ใครหนอจะเป็นผู้ควรแก่การสั่งสอน

พระราชธรรมเจติยาจารย์ หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ได้บันทึกเรื่องราวหลวงปู่สิงห์ไว้ในหนังสือประวัติ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร ดังนี้ในขณะนั้นท่านอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม เป็นครูสอนนักเรียนอยู่เหมือนกับครูอื่น ๆ เป็นครูที่สอนวิชาสามัญแก่นักเรียน เป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ท่านอาจารย์สิงห์ ท่านได้ยินกิตติศัพท์ว่า ท่านอาจารย์มั่นฯ เป็นพระนักปฏิบัติที่เคร่งครัดมาก ก็ใคร่ที่จะได้ศึกษาธรรมปฏิบัติ

หลวงปู่สิงห์

ในวันหนึ่งหลังจากเลิกสอนนักเรียนแล้ว ท่านก็ได้ไปนมัสการท่านอาจารย์มั่นฯ ที่วัดบูรพา ขณะนั้นเป็นเวลา ๑ ทุ่มแล้ว เมื่อเข้าไปเห็นท่านอาจารย์มั่นฯ กำลังเดินจงกรมอยู่ ท่านก็รออยู่ครู่ใหญ่ จนท่านอาจารย์เลิกจากการเดินจงกรม เหลือบไปเห็นท่านอาจารย์สิงห์

ซึ่งนั่งอยู่ที่โคนต้นมะม่วง ท่านจึงได้เรียกและพากันขึ้นไปบนกุฏิ หลังจากท่านอาจารย์สิงห์กราบแล้ว ท่านอาจารย์มั่น ฯ ก็ได้พูดขึ้นว่าเราได้รอเธอมานานแล้ว ที่อยากจะพบและต้องการชักชวนให้ปฏิบัติธรรมด้วยกันเมื่อได้ยินเช่นนั้น ท่านอาจารย์สิงห์ถึงกับตกตะลึง

เพราะท่านได้ทราบจิตใจของท่านอาจารย์สิงห์มาก่อน เนื่องจากท่านอาจารย์ได้ตั้งใจมาหลายเวลาแล้วที่จะขอมาพบกับท่าน เพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ปฏิบัติธรรมด้วย พอท่านอาจารย์สิงห์ฯ ได้ฟังเช่นนั้นก็รีบตอบท่านไว้ว่าการบวชเป็น พระภิกษุสงฆ์นั้น จักต้องปฏิบัติกัมมัฏฐาน คือ พิจารณา ตจปัญจกกัมมัฏฐาน เป็นเบื้องแรก เพราะเป็นหนทางพ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริง พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงตรัสรู้ธรรม ด้วยการปฏิบัติ อริยสัจธรรม ๔ ประการ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค…บูรพาจารย์

เดินทางออกธุดงค์

พ.ศ. 2462 พระอาจารย์มั่นไปพำนักจำพรรษาที่บ้านหนองไผ่ อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร พระอาจารย์สิงห์จึงได้ออกธุดงค์ตามไปด้วย จากนั้นได้ติดตามพระอาจารย์ไปที่ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เพื่อฝึกปฏิบัติเพิ่มเติม เมื่อได้รับอุบายธรรมชี้แนะจากพระอาจารย์มั่นจนเป็นที่เข้าใจ และมั่นใจแล้ว

จึงได้กราบลาเดินทางไปพำนักจ าพรรษาที่ถ้ำผาบิ้ง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย 1 พรรษา ได้เร่งปฏิบัติด้วยความเพียรอย่างยิ่ง เมื่อออกพรรษาแล้ว จึงเดินทางไปพบพระอาจารย์มั่นที่บ้านโนนสะหวาง ตำบลส่องดาว อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร จากนั้นได้ร่วมเดินทางกับพระอาจารย์มั่น เพื่อไปกราบนมัสการพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโลซึ่งเป็นพระอาจารย์ใหญ่ ขณะนั้นพำนักจำพรรษาที่บ้านหนองสูงเก่า อำเภอคำชะอี จังหวัดนครพนม ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดมุกดาหาร

พระอาจารย์สิงห์ ได้ติดตามท่านบูรพาจารย์ทั้งสอง พระอาจารย์เสาร์ พระอาจารย์มั่น) ไปอำเภอวาริชภูมิ และอำเภออื่นๆ ในจังหวัดสกลนคร เพื่ออบรมสั่งสอนประชาชนในถิ่นนั้นๆ โดยมีพระอาจารย์เสาร์ เป็นประธาน จนทำให้ประชาชนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในวัตรปฏิบัติ หันมาร่วมปฏิบัติตามแนวทาง วิปัสสนากัมมัฏฐานเป็นจำนวนมาก 

มรณภาพ

กายนี้คือก้อนทุกข์กาย นี้เป็นที่หมายให้พ้นเสีย จากทุกข์ฝึกสติปัญญาให้ดีแล้ว มา พิจารณากายนี้ให้แจ้ง ก็จะพ้นทุกข์ได้ กำหนดจำเพาะจิตผู้รู้ เพ่งพินิจพิจารณาให้เห็นพื้นแผ่นดิน กว้างใหญ่เท่าไร เป็นที่อาศัยของสัตว์ ทั้งโลกก็ยังต้องฉิบหาย ด้วยน้ำ ด้วยลม ด้วยไฟ ยกวิปัสสนาละลายแผ่นดินนี้เสียให้เห็น เป็นสภาวธรรม เพียงสักว่าเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป  เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2504 เวลา 10.20 น ณ วัดป่าสาลวัน รวมอายุได้ 73 ปี

ขอขอบคุณบทความชีวประวัติเกจิอาจารย์ โดย ufabet.com

เครดิต https://ufabets5.com/