Categories
รวมบทความ

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต

ประวัติ หลวงปู่หล้า เขมปัตโต พระสายป่า วัดบรรพตคีรี

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต วัดบรรพตคีรี

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต จำวัดอยู่ที่ วัดบรรพตคีรี ภูจ้อก้อ ตั้งอยู่บนภูเขา ในเขตอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร ต้องขึ้นบันใด 260 ขั้น ถ้าไม่อยากขึ้นบันไดชันๆ ท่านสามารถเดินอ้อมขึ้นไปอีกทางได้) วัดนี้เคยเป็นที่พำนักของหลวงปู่หล้า เขมปัตโต พระเถราจารย์ สายวิปัสสนากรรมฐาน ภายหลังหลวงปู่หล้า ละสังขาร ได้มีการจัดสร้าง เขมปัตตเจดีย์ 

บรรจุอัฐิ สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.2542 เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ชั้นบนเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติ ผลงาน และเครื่องอัฐบริขารส่วนตัว ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งจำลองของหลวงปู่หล้า เขมปัตโต ให้พุทธศาสนิกชน ได้มากราบไหว้ สักการบูชา

วัดบรรพตคีรีมีความเป็นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2484 เริ่มแรกพระอาจารย์ขาวได้ธุดงค์มาปฏิบัติธรรมอยู่ที่ถ้ำภูก้อจ้อแห่งนี้ แล้วชักชวนให้ชาวบ้านแวงพากันสร้างพระพุทธรูปปูนขาวไว้หน้าถ้ำ จากนั้นก็มีพระกรรมฐานเวียนมาจำพรรษาหลายรูป จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2500 

วัดหลวงปู่หล้า เขมปัตโต

ชาวบ้านแวงได้นิมนต์หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ซึ่งขณะนั้นจำพรรษาอยู่ที่ภูเก้า อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร พร้อมด้วยพระตาล ชาวบ้านแวงที่เป็นพระบวชใหม่ ให้มาพำนักที่ถ้ำภูก้อจ้อแห่งนี้ หลังจากนั้นชาวบ้านแวงได้ร่วมกันสร้างกุฏิขึ้นบนที่ราบหลังถ้ำ

หลวงปู่หล้าได้พัฒนาวัดแห่งนี้ให้เป็นศาสนสถานที่เจริญสติกรรมฐานอันเป็นมรดกทางศาสนาที่สำคัญแห่งภาคอีสาน และท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดภูก้อจ้อนี้จนห้วงสุดท้ายแห่งชีวิต และลาสังขารไปเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2540 สิริรวมอายุได้ 84 ปี 11 เดือน

ชาติกําเนิด หลวงปู่หล้า เขมปัตโต

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ท่านถือกําเนิด เมื่อ วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2454 ที่บ้านกุดสระ อำเภอหมากแข้ง จังหวัดอุดรธานี บิดาชื่อนายคูน เสวตร์วงศ์ มารดาชื่อ นางแพง เสวตร์วงศ์ เป็นบุตรคนสุดท้อง ในจำนวนพี่น้อง 8 คน อาชีพของครอบครัว คือ ทำนา ท่านศึกษาในโรงเรียนชั้นประถมปีที่ 2 ก็ต้องออกมา ในวัยเยาว์ท่านได้มีโอกาสรับใช้พระธุดงค์ที่จาริกมา ในละแวกบ้านซึ่งมีส่วนช่วย หล่อหลอมจิตใจให้ใฝ่ในทางธรรม

บรรพชา

อายุ 18 บวชเป็นเณร เมื่ออายุครบเกณฑ์ก็ได้บวชเป็นพระตามประเพณี จากนั้นก็ลาสิกขา มาครองเรือนได้ประสพความเป็น
อนิจจัง ทุกขัง แห่งสังขาร และการพลัดพราก ครั้นปี พ.ศ.2486 บวชเป็นพระมหานิกายที่วัดบ้านยางมีพระครูคูณเป็นอุปัชฌาย์ พรรษาแรกก็สอบนักธรรมโทได้ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2488 ท่านได้ญัตติเข้าในคณะธรรมยุต ที่วัดโพธิสมภรณ์ อุดรธานี โดยมีพระธรรมเจดีย์ จูม พันธุโล ครั้งเป็นพระเทพกวีเป็นอุปัชฌาย์ และให้ท่านไปพำนักฝึกการปฏิบัติกับหลวงปู่บุญมี ชลิตโต

ที่วัดโพธิ์ชัย หนองน้ำเค็ม อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นวัดที่เจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ เคยอาราธนาท่าน
พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ไปพำนักครั้งที่ท่านกลับจากเชียงใหม่ และหลวงปู่บุญมี เคยได้รับการศึกษาอบรม
กับท่านพระอาจารย์มั่น และดำเนินปฏิปทาตามพระบุพพาจารย์

ถวายตัวกับพระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน 


หลังออกพรรษา ปี พ.ศ.2489 ได้ติดตามท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน ออกวิเวกไป ตามป่าเขา ต่อมาได้มีโอกาสพบท่านพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ที่ถ้ำบ้านไผ่ และท่านก็เมตตาช่วยเหลือ อนุโมทนา ในกิจธุดงค์ด้วยดี เมื่อได้เวลาอันควรพระอาจารย์หล้า เขมปัตโต ก็เดินทางกลับมากราบ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ที่วัดป่าบ้านหนองผือนาใน และมีโอกาส ถวายการปฏิบัติรับใช้พ่อแม่ครูอาจารย์ ด้วยความเคารพศรัทธา กระทั่งปี พ.ศ. 2492 ได้บังเกิดเหตุที่นำความเศร้าสลดมาสู่พระอาจารย์หล้า เขมปัตโต อย่างใหญ่หลวงคือพระเดชพระคุณหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

เมื่อถวายเพลิงสรีระหลวงปู่มั่น ภูริททัตโตแล้ว ท่านจึงติดตามหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ออกวิเวก และมีโอกาส ติดตามหลวงปู่เทสก์ลงไปทางใต้แถบจังหวัด ภูเก็ต-พังงา และจำพรรษาที่ 6 ที่ โคกกลอย พระอาจารย์หล้า ธุดงค์ไปในเกาะภูเก็ต พังงา และจังหวัดตรัง ช่วงระยะหนึ่งจึงกลับมา กรุงเทพฯ พักที่วัดบรมนิวาส 5-6 

วันแล้วกลับไปอีสาน จุดหมายคือ วัดบ้านห้วยทราย (หรือวัดวิเวกวัฒนาราม) อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน ท่านพำนักอยู่ที่นี่ พระอาจารย์หล้า เขมปัตโตได้พำนักร่วมกับ ท่านพระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน 3 พรรษา

ถวายตัวต่อ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต


ออกพรรษาปี พ.ศ.2488 แล้ว ได้กราบลาหลวงปู่บุญมี วัดโพธิ์ชัย หนองน้ำเค็ม เพื่อไปนมัสการ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซึ่งมาพำนักที่วัดป่าบ้านหนองผือนาใน อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร พระหล้า เขมปัตโต ออกเดินทางด้วยเท้าค่ำไหนก็ปักกรดจำวัด

ได้แวะพักบำเพ็ญความเพียรที่ถ้ำพระเวสก์อยู่ระยะหนึ่งจากนั้นก็ออกเดินทางจุดหมายก็คือวัดป่าบ้านหนองผือนาในด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในกิตติศัพท์แห่งปฏิปทาบารมีธรรมของพระเดชพระคุณหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ทำให้พระหล้า เขมปัตโต อุสาหะวิริยะ

ดันด้นมาจนถึงสำนักป่าแห่งนี้ความสงบร่มรื่นเป็นสัปปายะสถานแห่งผู้บำเพ็ญ สมณะกรรม โอกาสทองแห่งชีวิตก็มาถึงพระหล้า เขมปัตโต มีโอกาสเข้าไปกราบแทบเท้าท่านพระอาจารย์ใหญ่สัจจะวาจาแห่งผู้กล้าเอ่ย ขอมอบกายถวายชีวิตต่อพระอาจารย์

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต

ในพรรษาปี พ.ศ.2489ท่านได้จำพรรษาเฝ้าฝึกศึกษาปฏิบัติธรรมกับท่านพระอาจารย์มั่นและถวาย การปฏิบัติครูอาจารย์ด้วยความเคารพ ณ วัดป่าบ้านหนองผือนาใน ซึ่งเป็นขุมคลังแห่งพุทธิปัญญา วิปัสสนากรรมฐานแห่งยุคสมัย และยังได้รับเมตตาธรรมจากพระเถราจารย์ ตลอดจนสหธรรมมิกร่วมสำนัก

พระเดชพระคุณหลวงปู่หล้า เขมปตฺโต ท่านเป็นผู้มีนิสัยบากบั่น อุตสาหะ พยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อหาทางพ้นทุกข์ บารมีธรรมคําสั่งสอนเป็นที่ซาบซึ้งถึงใจและหยั่งรากฝังลึกลง ในหัวใจของมหาชน ท่านได้อบรมสั่งสอนบรรดาสานุศิษย์ ด้วยเมตตาธรรมดุจดังพ่อแม่อบรมสั่งสอนลูก

นับได้ว่าท่านเป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายของ ท่านพระอาจารย์มั่นที่ สําคัญยิ่งรูปหนึ่ง หลังจากท่านละสังขารไม่นาน อัฐิได้กลาย เปลี่ยนเป็นพระธาตุ ได้รับคําชมและยกย่องจากหลวงตามหาบัวว่าเป็นพระที่ซื่อสัตย์ต่อครูอาจารย์ เอาใจใส่ในอาจริยวัตรเสมอ แม้ถูกดุด่าก็อดทนต่อคําสั่งสอน ไม่เหนื่อยหน่ายต่อโอวาทธรรมที่ครูอาจารย์พร่ําสอน และ เป็นดั่งผ้าเช็ดเท้าของท่านพระอาจารย์มั่น”

มรณภาพ

วันที่ 19มกราคม พ.ศ. 2539 หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้มาเยี่ยมอาการอาพาธของหลวงปู่หล้า ซึ่งคณะแพทย์ก็ได้กราบเรียนว่าไม่สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นอีกได้ หลวงตามหาบัวได้ เมตตาให้คําแนะนําว่า เมื่อการรักษาไม่เกิดประโยชน์อะไรแล้วก็ควรหยุดการรักษา ปล่อยให้ท่านอยู่กับธรรมชาติของท่าน

ซึ่งหลวงปู่หล้าก็ได้ละสังขารไปเมื่อเวลา 13.59 น. ในวันนั้นเองวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2539 ได้ทําการถวายเพลิงศพ หลวงปู่หล้า เขมปัตโต โดยมี หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นประธาน พระเถรานุเถระและศิษยานุศิษย์ ทั้งบรรพชิต และ คฤหัสถ์จากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาร่วมในงานนี้อย่างเนืองแน่น สิริอายุ 84 ปี 11 เดือน พรรษา 52

ขอขอบคุณบทความสาระชีวประวัติเกจิอาจารย์โดย ufabet