Categories
รวมบทความ

หลวงปู่หา

ลูกศิษย์ หลวงปู่หา ร่วมถวายเงินสร้าง รพ. 20 ล้านบาท

หลวงปู่หา

หลวงปู่หา คณะลูกศิษย์หลวงปู่หาสุภโร หรือหลวงปู่ไดโนเสาร์ และญาติธรรมผู้มีจิตเป็นกุศล ร่วมทำบุญถวายเงินกว่า 20 ล้านบาทเพื่อสร้างอาคารหลวงปู่หหาสุภโร ตึกอุบัติเหตุฉุกเฉินโรงพยาบาลสหัสขันธ์

วันที่ 16 มิ.ย. 62 ที่บริเวณโรงพยาบาลสหัสขันธ์ พระญาณวิศาลเถรหลวงปู่หาสุภโร หรือหลวงปู่ไดโนเสาร์ พระเทพสารเมธี รักษาการเจ้าคณะภาค 8 (ธ) เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ หลวงปู่อ้ม สุขกาโม หลวงพ่ออนันต์ นิมุมโล ประธานฝ่ายสงฆ์ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ในการก่อสร้างอาคารหลวงปู่หาสุภโร ตึกอุบัติเหตุฉุกเฉิน

และอาคารอาพาธภิกษุสงฆ์ โรงพยาบาลสหัสขันธ์ โดยมีพระเกจิชื่อดังของประเทศไทย ญาติธรรมจากทั่วสารทิศกว่า 3,000 คน ร่วมพิธี มีนายแพทย์ประวิตร ศรีบุญรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ว่าที่ร้อยโทอุทิศ คงรอด นายอำเภอสหัสขันธ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

นายแพทย์คมกฤษ วิเศษ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสหัสขันธ์ กล่าวว่า รพ.สหัสขันธ์ เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก ขนาด 30 เตียง ดูและประชากรในพื้นที่อ.สหัสขันธ์ 8 ตำบล 85 หมู่บ้าน จำนวนประชากรประมาณ 42,000 คน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่อ.สหัสขันธ์ ที่มีจำนวนมากกว่า 100,000 คนต่อปี โดยมีการรักษาผู้ป่วยนอกเฉลี่ยวันละ 200 คนต่อวัน แต่ด้วยเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กพื้น

ที่มีจำกัดแต่มีผู้ป่วยจำนวนมาก หลวงปู่หาสุภโร ได้ดำริสร้างอาคารผู้ป่วยเพิ่มเพื่อยกมาตรฐานการรักษาให้กับประชาชนในพื้นที่อ.สหัสขันธ์โดยมีคณะลูกศิษย์ของหลวงปู่หา สุภโร ทั้งในประเภทและต่างประเทศเป็นผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างถวาย นอกจากนี้ได้รับเมตตาจากคณะสงฆ์พระเถระผู้ใหญ่ในอ.สหัสขันธ์ และใน จ.กาฬสินธุ์ ให้การสนับสนุน ในการก่อสร้างอาคารหลวงปู่หาสุภโร ตึกอุบัติเหตุฉุกเฉิน และอาคารอาพาธพระภิกษุสงฆ์ ที่จะสามารถพัฒนามาตรฐานโรงพยาบาลให้ดียิ่งขึ้น

วัดปู่หา

ผอ.รพ.สหัสขันธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับ งบประมาณในการก่อสร้างอาคารหลวงปู่หาสุภโร ตึกอุบัติเหตุฉุกเฉิน รพ.สหัสขันธ์ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 20 ล้านบาท ในเบื้องต้น ที่ได้รับการสนับสนุนจากคณะลูกศิษย์หลวงปู่หาสุภโร มอบทุนดำเนินการก่อสร้างโดยไม่ใช้งบประมาณจากทางราชการ นอกจากนี้ชาวอ.สหัสขันธ์ยังร่วมทำต้นผ้าป่าจาก 85 หมู่บ้าน ที่นำโย อปท. อบต. กำนัน

และผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าส่วนราชการในอ.สหัสขันธ์ รพ.ชุมชน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ รพ.สต. ในจ.กาฬสินธุ์ และพ่อค้า คหบดี ประชาชนชาวอ.สหัสขันธ์ และพลัง อสม. มาร่วมถวายหลวงปู่หาสุภโร เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้าง อาคารหลวงปู่หาสุภโร รพ.สหัสขันธ์ ซี่งประชาชนทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างพร้อมเพรียง และเมื่อก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้วจะสามารถดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนได้จำนวนมากขึ้นและมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานERคุณภาพ

ประวัติ หลวงปู่หา

หลวงปู่หา

หลวงปู่หา สุภโร มีนามเดิมว่า หา เกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2468 ที่บ้านนาเชือก ต.นาเชือก อ.ยางตลาด กาฬสินธุ์ บิดามารดาชื่อ สอ-บัวลา ภูบุตตะ มีพี่น้องรวมกัน 7 คน ครอบครัวดั้งเดิมอพยพมาจาก จ.อุบลราชธานี มีฝูงวัวมากกว่า 60 ตัว มีที่นากว่า 60 ไร่ มารดาเลี้ยงหม่อนเป็นจำนวนมาก จึงถือว่าเป็นครอบครัวที่มีฐานะมั่นคงที่สุดในแถบนั้น

หลวงปู่สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดบ้านนาเชือกเหนือ ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านก็ได้รับการคัดเลือกให้เป็นทหารอาสาเพื่อไปร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่สงครามโลกก็ได้ยุติลงก่อนในปี 2488 จึงไม่ได้ไปออกรบจริง

หลวงปู่ชอบการต่อยมวยมากตามงานวัดต่าง ๆ แต่บิดาไม่ชอบ ต่อมาเมื่ออายุได้ 21 ปี ในปี 2489 ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ที่สิมน้ำ ณ วัดสว่างนิวรณ์นาแก ต.นาเชือก อ.ยางตลาด กาฬสินธุ์ โดยมีหลวงปู่ลือ เป็นพระอุปัชฌาย์

หลังจากบวชเป็นพระสงฆ์ ฝ่ายมหานิกายแล้ว ต่อมาในปี 2490 พระครูประสิทธิ์สมณญาณ จันโทปโม เจ้าอาวาสวัดสุวรรณชัยศรี ซึ่งเคยอุปัฏฐากหลวงปู่มั่น ภูริทตโต สมัยท่านจำพรรษาอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่าน

หลวงปู่หา

ได้ไปอบรมการเป็นพระอุปัชฌาย์ฝ่ายธรรมยุต หลวงปู่จึงได้ญัติติเป็นฝ่ายธรรมยุต ที่สิมน้ำ ณ วัดบ้านหนองโจด ต.นาเชือก โดยมีพระครูประสิทธิ์สมณญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูปลัดอ่อน ขันติโก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระใบฎีกาทองสุข สุจิตโต เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “สุภโร” (ผู้เลี้ยงง่าย)

จำพรรษา

ในปี 2494 หลวงปู่ได้ไปจำพรรษาที่วัดสุวรรณชัยศรี จนสอบได้นักธรรมชั้นตรี และในปี 2495 สอบได้นักธรรมชั้นโทที่วัดขวัญเมือง กาฬสินธุ์ ต่อมาได้ไปศึกษาต่อที่วัดนรนาถสุนทริการาม กรุงเทพฯ จนสำเร็จนักธรรมชั้นเอก ท่านได้อุปัฏฐากท่านเจ้าคุณ

สมเด็จมหามุนีวงศ์ ด้วยความที่มีนิสัยใฝ่เรียนรู้ ท่านจึงเรียนบาลีเป็นประจำทุกวัน เมื่อว่างเว้นจากการเรียนบาลีแล้ว ท่านก็จะเดินทางด้วยเท้าเปล่า เพื่อไปเรียนกรรมฐานจากพระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ที่วัดธรรมมงคล พระโขนง และท่านพ่อลี ธัมมธโร ที่วัดบรมนิวาส

หลวงปู่หา สุภโร ท่านให้ความเคารพพระธรรมมงคลญาณเป็นอย่างมาก เกือบทุกปีในงานแสดงมุติทาจิตครบรอบวันเกิดของหลวงพ่อวิริยังค์ (7 มกราคม) หลวงปู่มักจะเดินทางมาร่วมงานด้วยเสมอ แม้บางปีท่านจะเกิดการอาพาธก็ตาม ซึ่งสร้างความปีติให้แก่บรรดาศิษยานุศิษย์ของพระเถระทั้งสองอย่างมาก

หลวงปู่หา

ต่อมาท่านเริ่มอาพาธด้วยโรคดีซ่าน การเรียนทั้งปริยัติและปฏิบัติจึงได้ระงับไว้ก่อน เมื่ออาการหนักมากจนถึงขั้นต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงฆ์ถึง 3  เดือน ท่านจึงทอดอาลัยในชีวิตแล้วตั้งความปรารถนาที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ขอใช้ชีวิตที่เหลือในการรับใช้พระศาสนา ให้สมกับที่เป็นผู้อุทิศตนต่อชาวโลก

เพื่อที่จะได้ทำประโยชน์ในพระศาสนาให้สมกับที่เป็นผู้อุทิศตนต่อชาวโลก หลังจากนั้นจึงเดินทางกลับกาฬสินธุ์ เพื่อรับการรักษาจากหมอพื้นบ้าน รวมทั้งการอบรมทางใจจากการปฏิบัติสมาธิกรรมฐาน จึงเป็นผลให้อาการของโรคทุเลาลงจนหายขาดในที่สุด

เมื่อหายเป็นปกติแล้วท่านจึงออกเที่ยวปฏิบัติธรรม หาความวิเวกทางกายและใจออกธุดงค์ไปยังภาคต่าง ๆ ในประเทศไทยแทบทุกจังหวัด ทั้งในเขตภาคอีสาน และข้ามไปยังฝั่งลาวและกัมพูชา จนเห็นผลทางจิตอันแน่นอนแล้ว ท่านจึงกลับมาช่วยงาน

เท้าใหญ่เท่ากระบุง กินยอดไม้ เล่นน้ำ และล้มลงตายในที่สุด ปรากฏแบบนี้อยู่ 2-3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายก็มีเสียงบอกว่า “จะมาขออยู่ด้วย” วันรุ่งขึ้นได้เกิดฝนตกหนัก น้ำเซาะจนเห็นเป็นกระดูกของสัตว์ขนาดใหญ่หลายชิ้น กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณที่ท่านนั่งสมาธิ หลังจากเจ้าหน้าที่ทางโบราณคดีตรวจสอบแล้ว

หลวงปู่

พบว่าเป็นไดโนเสาร์พันธ์กินพืชที่ใหญ่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่มีการค้นพบมา (ภายหลังให้ชื่อว่า อีสานโนซอรัสสิรินธรเน่) จึงเป็นที่มาของการศึกษาค้นคว้าสัตว์โลกดึกดำบรรพ์ในพื้นที่ดังกล่าว จนในที่สุดทางการจึงก่อตั้ง “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” เพื่อใช้เป็นแหล่งศึกษาและจัดแสดงไดโนเสาร์ในบริเวณดังกล่าว

บรรดาศิษยานุศิษย์ จึงถวายฉายานามหลวงปู่หา สุภโรว่า “หลวงปู่ไดโนเสาร์ จวบจนปัจจุบันหลวงปู่หา สุภโร ในปัจจุบันยังคงดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) อ.สหัสขันธุ์ กาฬสินธุ์ สิริรวมอายุได้ 93 ปี พรรษา 73 ในปี 2561

ขอขอบคุณบทความเกจิอาจารย์ชื่อดัง โดย ufabet.com

Credit : https://ufabets5.com/