Categories
รวมบทความ

หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร

ประวัติ หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร

ชาติกําเนิด หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร

หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร ท่านมีนามเดิมว่า อ่อนสา เมืองศรีจันทร์ เกิดที่บ้านโนนทัน ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2457 ตรงกับวันศุกร์ แรม 3 ค่ำ เดือน 8 ปีขาล โยมบิดาโยม มารดาชื่อ นายมา และนางโม้ เมืองศรีจันทร์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 10 คน

เป็นผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 5 คน หลวงปู่อ่อนสา เป็นบุตรคนโตซึ่งมีน้องต้องค่อยดูแลถึง 9 คน ครอบครัวของหลวงปู่ เป็นเกษตรกรด้วยเป็นบุตรคนโตจึงมีโอกาสศึกษาจน จบการศึกษาชั้นประถม ศึกษาปีที 4 จากนั้นได้ออกมาช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนาและดูแลน้องๆ

หลวงปู่เป็นบุตรคนโต ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 10 คน โดยเป็นพี่น้องร่วมบิดาเดียวกัน 4 คน ดังนี้

1. องค์หลวงปู่ (หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร)

2. เด็กชายสีลา ลุนราศรี (เสียชีวิตแต่ยังเยาว์)

3. นางมิง สุขประเสริฐ (ถึงแก่กรรมแล้ว)

4. นางน้อย เมืองศรีจันทร์

ต่อมาโยมบิดาของหลวงปู่ได้ถึงแก่กรรมลง โยมมารดาของท่านได้สมรสใหม่ และมีพี่น้องต่างบิดาทั้งหมด 6 คน ตามลำดับดังต่อไปนี้

1. จ.ส.อ. คำมูล ศรีดาราช

2. นางปุ่น ธรเสนา

3. นายชาญ ศรีดาราช (ถึงแก่กรรมแล้ว)

4. นางบัวจันทร์ จันทร์ดาเป้า

5. นางบัวฮอง พิมพ์พา (ถึงแก่กรรมแล้ว)

6. นางบัวพัน ศรีดาราช

ชิวิตตอนเป็นหนุ่ม

หลวงปู่ท่านได้เข้าศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียนประชาบาลตำบลหมากแข้ง (เสนาบำรุง) ซึ่งตั้งอยู่ใน ค่ายทหารบก มณฑลทหารบก จังหวัดอุดรธานี ท่านสำเร็จชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยการเล่าเรียนของท่านนั้น ท่านเป็นคนเรียนหนังสือเก่ง หลวงปู่ท่านเล่าว่า 

ในสมัยที่หลวงปู่เรียนหนังสืออยู่นั้น โยมบิดา-โยมมารดาของท่านไม่เคยเดือดร้อน ในเรื่องของเงินซื้อสมุด หนังสือ ดินสอ เพราะว่าท่านเป็นนักเรียนที่เรียนเก่ง สอบไล่ได้เป็นที่ 1 ทุกครั้ง จึงได้รับแจกหนังสือเป็นรางวัลจนเรียนจบ”

เมื่อเรียนจนจบภาค บังคับในสมัยนั้นแล้ว เนื่องจากท่านเป็นลูกชายคนโตท่านก็ได้เป็นกำลัง หลักของครอบครัว ในการช่วยเหลือ บิดา มารดา ในการทำมาหากิน จากคำบอกเล่า ของหลวงปู่ ท่านเล่าให้ฟังว่า เมื่อตอนเป็นหนุ่มนั้นท่านเป็น กำลังสำคัญ

ในการช่วยเหลือโยมบิดา โยมมารดา ในการทำไร่ ทำนา เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย สานตะกร้า กระบุง หวดนึ่งข้าว นอกจากจะทำงานของครอบครัวแล้ว เมื่อมีเวลาว่างจากภาระดังกล่าว ท่านยังออกรับจ้างถางไร่ ได้ค่าจ้างเดือนละ 3 บาท ซึ่งในสมัยนั้นถือ ว่าเป็นรายได้มาก

หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร

อุปสมบท

เมื่ออายุได้ 21 ปี ท่านได้ไปเกณฑ์ทหารแต่ไม่ติด ท่านจึงได้ขออนุญาตโยมบิดา-โยมมารดาไปบวช โดยได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดโยธานิมิต ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2478 เวลา 13.47 น. โดยมี พระธรรมเจดีย์ จูม พนฺธุโล

เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูประสาทคณานุกิจ เป็นพระกรรมวาจารย์ และพระครูศาสนูปกรณ์ (หลวงพ่ออ่อนตา เขมงุกโร) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า สุขกาโรภิกขุ (อุปสมบทหลัง หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี 1 พรรษา)

ต่อมาหลวงปู่ได้ออกธุดงค์ไป อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เพื่อหาที่สัปปายะบำเพ็ญภาวนา และบังเอิญท่านได้พบกับ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน แล้วได้พากันไปภาวนาที่ภูลังกาและออกธุดงค์ด้วยกัน ต่อมา ต่อมาหลวงปู่ได้มีโอกาสกราบนมัสการ

พระอาจารย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้ธุดงค์ติดตาม ไปปฏิบัติธรรมตามสถานที่ต่างๆ พร้อมกับหลวงตามหาบัว และเข้าจำพรรษากับพระอาจารย์หลวงปู่มั่น หลังจากที่หลวงปู่อ่อนสาได้บำเพ็ญภาวนาพอสมควรแล้วท่านได้ย้อนกับมายังภาค อีสาน

หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร เป็นผู้ก่อตั้งวัดประชาชุมพลพัฒนาราม หรือวัดหนองใหญ่ ตั้งแต่ครั้งที่บ้านหนองใหญ่ยังเป็นเพียงหมู่บ้านชุมชนเล็กๆ ท้ายสุดท่านได้มาจำพรรษา ณ วัดประชาชุมพลพัฒนาราม บ้านหนองใหญ่ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี อันเป็นแผ่นดินเกิดของท่าน

โอวาทธรรมหลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร

หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร

ความมีมิตรไมตรี ปิยวาจานี่แหละสำคัญที่สุด
วันทั้งวันทำหน้าทำตาเป็น ยักษ์ ซดน้ำร้อน
พูดจาไม่เข้าหูคน แล้วจะไปเป็นมิตรกับใครได้
เช่นเดียวกัน ในทางตรงกันข้าม ยิ้มแย้มแจ่มใส เกื้อหนุนกัน
ไม่นานก็กลายเป็นมิตร และมหามิตรในที่สุด

มรณภาพ ละสังขาล

หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร เป็นผู้ก่อตั้งวัดประชาชุม พลพัฒนาราม หรือวัดหนองใหญ่ ตั้งแต่ครั้งที่บ้านหนอง ใหญ่ยังเป็นเพียงหมู่บ้านชุมชนเล็กๆ ท้ายสุดท่านได้มาจำพรรษา ณ วัดประชาชุมพลพัฒนาราม บ้านหนองใหญ่ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี อันเป็นแผ่นดินเกิดของท่าน

พระนครินทร์ ปริมุตโต พระดูแล ได้เล่าว่า หลวงปู่มีอาการอาพาตหนักตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 โดยมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบ และเข้ารับการผ่าตัดเมื่อปี พ.ศ. 2547 ที่โรงพยาบาลเอกอุดร จ.อุดรธานี หลังจากเข้ารับการผ่าตัดหลวงปู่ก็มีอาการอัมพาต

ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งท่านได้เข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลเอกอุดร ตลอดในระยะเวลา 2-3 ปี หลังการผ่าตัด จากนั้นจึงย้ายมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคมได้ประมาณ 1 ปี เศษแต่อาการไม่ดีขึ้น

คณะลูกศิษย์และญาติจึงได้มีความเห็นตรงกันว่าอยากจะให้หลวงปู่ละสังขารที่ วัดประชาชุมพลพัฒนาราม จึงได้นำตัวหลวงปู่ ท่านกลับมายังวัดเพื่อละสังขาร และ เมื่อเวลา 16.17 น. ของวันที่พุธที่ 5 สิงหาคม 2552 หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโรหลวงปู่ก็ได้ละสังขาร สิริอายุรวมได้ 95 ปี 26 วัน พรรษา 75

ขอขอบคุณบทความประวัติเกจิชื่อดังโดย sagaming66