Categories
รวมบทความ

หลวงปู่แหวน

หลวงปู่แหวน

หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ แห่งวัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพระอริยสงฆ์ที่เป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงยิ่ง จากพุทธศาสนิกชน ทุกเพศทุกวัย ทั้งในและ ต่างประเทศ

แม้หลวงปู่ จะได้ลาขันธ์ไป ตั้งแต่คืนวันที่ กรกฎาคม ๒๕๒๘ แต่ความทรงจำใน กระแส เมตตา ปฏิปทาสัมมาปฏิบัติ จริยาวัตรที่งดงาม พร้อมกับธรรมโมวาท อันล้ำค่า ของหลวงปู่ ก็ยังส่อง สว่างอยู่กลางใจของพวกเราชาวพุทธทุกผู้ทุกนาม

เมื่อน้อมระลึก ถึงหลวงปู่ทีไร ความสุข สงบ ความโสมนัส ชื่นบาน ความสมหวัง โชคดี ความเป็นสิริมงคล จะดื่มด่ำอยู่ใน จิตใจ อย่างไม่รู้อิ่มรู้คลาย

ผู้ที่โชคดี มีโอกาสกราบไหว้ องค์หลวงปู่ ได้เคยฟังการปรารภธรรม แสดงธรรม จากหลวงปู่ ต่างก็ประจัษ์ความไพเราะ นุ่มนวลละมุนละไม ประดุจเสียงทิพย์ที่ไพบูลย์ ด้วยธรรมะ อันเป็นสากลสัจจะ ยังความอิ่มเอิบ เบิกบาน และเป็นมงคลยิ่งแก่ชีวิต

หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เป็นผู้สืบเนื้อนาบุญอันไพศาล นับเป็นพระอริยสาวก ที่ควรแก่กราบ ไหว้บูชาอย่างแท้จริง

ประวัติ หลวงปู่แหวน

หลวงปู่แหวน

หลวงปู่แหวน เกิดในตระกูล ของช่างตีเหล็ก เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2430 ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือนยี่ ปีกุน ณ บ้านนาโป่ง ตำบลหนองใน (ปัจจุบันเป็นตำบลนาโป่ง)

อำเภอเมือง จังหวัดเลย โดยเป็นบุตรของนายใสกับนางแก้ว รามศิริ โดยมีน้องสาวร่วมบิดา- มารดาอีกหนึ่งคนคือ นางเบ็ง ราชอักษร และบิดามารดา ของท่านได้

ตั้งชื่อว่า ญาณ ซึ่งแปลว่า ปรีชา กำหนด รู้พอท่านมีอายุ ได้ประมาณ 5 ขวบเศษ โยมมารดาของ ท่านก็ล้มป่วย แม้จะได้รับการดูแลเยียวยารักษาเป็นอย่างดีจากสามี แต่อาการของ ท่านก็มีแต่ทรงกับทรุด ในที่สุดเมื่อท่านรู้ตัวว่า คงจะไม่รอด ชีวิตไปได้ แน่แล้วท่านจึงได้เรียก หลวงปู่แหวน เข้าไปใกล้ แล้วกล่าว ความฝากฝังเ อาไว้ว่า ลูกเอํย.

แม่ยินดีต่อลูก สมบัติใด ๆ ในโลกนี้ล้วน กี่โกฎก็ตามแม่ไม่ยินดี แม่จะยินดีมากถ้าลูกจะ บวชให้แม่ เมื่อลูกบวชแล้วก็ให้ตายกับผ้าเหลือง ไม่ต้องสึกออกมา มีลูกมีเมียนะ หลวงปู่แหวน พยักหน้า รับคำเท่านั้น ดวงวิญญาณของท่านก็ออกจากร่างไป มาอีกไม่นาน ดึกสงัดของค่ำคืน วันหนึ่งขณะที่คุณยาย ของหลวงปู่แหวน กำลังนอน หลับสนิท

ก็เกิดฝัน ประหลาด อันเป็นมงคลนิมิต หมายที่ดีงาม ท่านจึงได้นำเอาความฝันมาเล่าสู่ ลูกหลาน และหลวงปู่แหวนฟัง ในวันรุ่งขึ้นว่า เมื่อคืนนี้ ยายนอนหลับและได้ฝัน ประหลาดมาก ฝันว่าเจ้าไปนอนอยู่ในดงขมิ้น จนกระทั่งเนื้อตัว ของเจ้าเหลือง อร่ามไปหมด ดูแล้วน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก ยายเห็นว่า เจ้านี้จะมีอุปนิสัยวาสนา ในทางบวช ฉะนั้นยายขอให้เจ้าบวช ตลอดชีวิต และขอให้ตายกับผ้าเหลือง ไม่ต้องสึกออกมามีลูกมีเมียเจ้าจะทำได้ไหม

บรรพชา

ปู่แหวน

จากนั้น วันเวลาผ่าน มาจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2439 ท่านมีอายุได้ 9 ขวบ คุณยายของท่าน ที่ได้เลี้ยงดูแลเอาใจ ใส่มาอย่างทะนุถนอม ได้เรียกท่านพร้อมกับ หลานชายอีก คนหนึ่ง ที่เป็นญาติสนิทรุ่นราวคราวเดียวกัน เข้าไปหาแล้วพูดว่า ยายจะให้เจ้าทั้ง สองบวชเป็น สามเณร เมื่อบวชแล้วไมต้องสึก เจ้าจะบวชได้ไหม ท่านหันมามองหลวงปู่แหวนอย่างตั้งใจฟังคำตอบ หลวงปู่แหวนก็พยักหน้ารับ พอใกล้เข้าพรรษา

คุณยายของ ท่านจึงได้ตระเตรียม เครี่องบริขาร จนครบเรียบร้อยแล้ว จึงได้พาเด็กชายทั้งสองเข้าถวายตัวต่อพระอุปัชฌาย์ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า เข้าพรรษาเป็นสามเณร ณ วัดโพธิ์ชัย พร้อมทั้งเปลี่ยน ชื่อเป็นเด็กชาย ญาณ เป็นสามเณร แหวนนับแต่นั้นมา ตลอดพรรษา ที่ได้บรรพชา เป็นสามเณรนั้น หลวงปู่แหวน สุจิณโณ ได้แต่ทำวัตร สวดมนต์ต์บ้างตามโอกาส เท่าที่พระภิกษุและ สามเณร ภายในวัดจะร่วม กันทำสังฆกรรม

นอกจากนั้นก็จะใช้เวลา ไปในทางเล่นซุกซน ตามประสาเด็ก ในที่สุดพระอาจารย์อ้วน ซึ่งมีศักดิ์เป็นอา ของท่าน มองเห็นว่าหากปล่อยให้เป็นไปเช่นนี้ จะทำให้สามเณรน้อย ไม่มีความรู้ จึงพาไปฝากฝังถวาย เป็นศิษย์ของท่านพระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม (ที่จริงน่าจะเป็นพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโลมากกว่า เพราะหลวง ปู่ท่านเกิด 16 มกราคม 2430 ส่วนพระอาจารย์สิงห์เกิด 27 มกราคม 2432 พระอาจารย์สิงห์อ่อนกว่าหลวงปู่แหวน 2 ปี ) ณ วัดบ้านสร้างถ่อ อำเภอกษมสีมา

จังหวัดอุบลราช ธานี เป็นที่น่าอัศจรรย์ ขณะที่พระอาจารย์ อ้วนกำลังพาสามเณรน้อย เดินฝ่าเปลวแดดสี ทองมุ่งหน้าเข้าสู่บริเวณวัดในยามบ่ายนั้น พระอาจารย์สิงห์ขนัง ศิษย์สำคัญสูงสุด ของพระอาจารย์ใหญ่ ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐานคือ พระมั่น ภูริทัตโต กำลังมอง ที่ร่างสามเณรน้อย พลันก็บังเกิดฤทธิ์อำนาจ แห่งอภิญญาณทำให้ท่าน เห็นรัศมีเป็นแสงสว่างโอภาส เปล่งประกายออก มาจากร่างของสามเณร น้อยผู้นี้ เป็นผู้ที่มีบุญญาธิการมาเกิด ดั้งนั้นพระอาจารย์สิงห์ จึงได้ถ่ายทอดความรู้ตลอดจนข้อวัตรปฏิบัติทั้งหมดให้

มรณภาพ

ปู่แหวน

เมื่อหลวงปู่แหวนได้มา อยู่ที่วัดดอยแม่ปั๋งแล้ว ครั้งแรกท่านพักอยู่ที่กุฏิหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง การมาอยู่ที่วัด ดอยแม่ปั๋งนี้ ท่านได้มีข้อตกลงกับพระอาจารย์หนูว่า หน้าที่ต่างๆ และกิจทุกอย่างที่มีขึ้นในวัด ให้ตกเป็นภาระของพระอาจารย์ หนูแต่เพียงผู้เดียว

ส่วนท่านจ ะอยู่ในฐานะพระผู้เฒ่า ผู้ปฏิบัติธรรมจะ ไม่มีภาระใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนั้น หลวงปู่แหวนจะไม่รับ นิมนต์โดยเด็ดขาด แม้ที่สุดถึงจะเกิดอาพาธหนักเพียงใดก็ตาม ท่านไม่ยอม นอนรักษาที่โรง พยาบาล ถึงธาตุขันธ์จะทรงอยู่ต่อไปไม่ได้ก็จะให้สิ้นไปในป่าอันเป็นที่อยู่

ตามอริยโคตรอริยวงศ์ ซึ่งบูรพาจารย์ท่าน เคยปฏิบัติมาแล้ว ในกาลก่อนนับตั้งแต่หลวงปู่แหวนได้ขึ้นไปทางเหนือ ท่านไม่เคยไป จำพรรษา ที่ภาคอื่นเลย เพราะอากาศทางภาคเหนือ สัปปายะสำหรับท่าน หลวงปู่แหวน ได้มรณภาพลงที่วัดดอย แม่ปั๋งแห่งนี้ เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2528 สิริอายุ 98 ปี

ขอขอบคุณบทความนานาสาระประวัติเกจิอาจารย์ชื่อดัง โดย ufabet.com