Categories
รวมบทความ

หลวงพ่อจวน

หลวงพ่อจวน วัดเจติยาคีรีวิหาร (ภูทอก) อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย

หลวงพ่อจวน

หลวงพ่อจวน ภูทอก เป็นที่ตั้งของ วัดเจติยาศรีวิหาร หรือ วัดภูทอก ตั้งอยู่ในเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง จังหวัดบึงกาฬ โดยมีพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ เป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่งคำว่า ภูทอก ในภาษาอีสานนั้น แปลว่า ภูเขาโดดเดี่ยว ที่นี่จะมีภูเขาอยู่ 2 ลูก ด้วยกัน คือ ภูทอกใหญ่ และภูทอกน้อย ส่วนที่สามารถชมได้คือ ภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่จะอยู่ห่างออกไป และยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมนะครับ

จุดเด่นของ วัดเจติยาศรีวิหาร ก็คือ สะพานไม้ และบันไดรอบๆ ภูทอก ที่จะใช้แค่เพียงบันได วนไปมา แบบ 360 องศา เลยทีเดียวค่ะ มีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการสร้างนานถึง 5 ปี เลยค่ะ ซึ่งบันไดแต่ละชั้นจะแตกต่างกัน ชั้น 3 ถึง ชั้น 6 จะสามารถเดินเวียนรอบได้ ส่วนชั้นที่ 5 ถึง ชั้น 7 จะจัดให้เป็นแดนสวรรค์ ที่ต้องสำรวมระวังกาย วาจา และหรือสวดมนต์ไปด้วย ว่ากันว่าจะได้บุญครับผม

ในส่วนของไฮไลท์นั้น จะอยู่ที่ชั้นที่ 6 จะเป็น จุดชมวิวที่สวยที่สุดค่ะ ตลอดทางเดินจะเป็นหน้าผายื่นออกมา บางครั้งต้องเดินเบี่ยงตัวออกมาเล็กน้อย ต้องบอกเลยค่ะว่าเสี่ยวสุดๆ มีขาสั่นๆ กันอย่างแน่นอน โดยหน้าผาแต่ละจุดก็จะมีชื่อที่แตกต่างกันออกไป เช่น ผาเทพนิมิตร ผาเทพสถิต ผาหัวช้าง เป็นต้นครับ

หลวงพ่อจวน

ในช่วงฤดูหนาว ภูทอก จะมีทะเลหมอก อยู่รอบๆ ทำให้เหมือนอยู่บนสวรรค์เลยทีเดียวค่ะ จากชั้นที่ 6 ขึ้นสู่ชั้นที่ 7 นั้น จะเป็นสะพานไม้ วนรอบเขายาว 400 เมตร อยู่ริมหน้าผา สูงและชัน น่าหวาดเสียวมากๆ ค่ะ สิ่งที่น่าสนใจคือ ปากทางเข้าเมืองพญานาค ที่จะอยู่หลังพระปางนาคปรก จะมีรอยสีขาวขูดติดกับหินปูน ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น รอยถลอกที่เกิดจากท้องพญานาค สัมผัสเข้ากับหินครับ

ประวัติ หลวงพ่อจวน

หลวงพ่อจวน

หลวงพ่อจวน กุลเชฏโฐ มีชาติกำเนิดในสกุล นรมาส เกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2463 ตรงกับวันเสาร์ แรม 10 ค่ำ เดือน 8 ปีวอก ณ บ้านเหล่ามันแกว บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 12 ตำบลดงมะยาง อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี

บิดาท่านชื่อ ลา มารดาชื่อ แหวะ สกุลเดิม วงศ์จันทร์ บรรพบุรุษของท่านอพยพมาจากเวียงจันทน์ เป็นอุปฮาดของเมืองเวียงจันทน์ เมื่อมีภัยสงครามเกิดขึ้น เวียงจันทน์แตก อุปฮาดผู้เป็นต้นตระกูลก็พาครอบครัวอพยพมา ครั้งแรกตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลหนองวัวลำภู ต่อมาย้ายถิ่นฐานบ้านช่อง กระทั่งท้ายที่สุดมาอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี

บิดามีอาชีพทำนา และมีความรู้ทางด้านสมุนไพรมาก เพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงได้อาศัยเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย คือเป็นหมอประจำหมู่บ้าน เป็นที่รักใคร่นับถือ และได้รับเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งบิดาของท่านก็ดำรงตำแหน่งนี้มาตลอดจนถึงแก่กรรม ขณะนั้นท่านอายุได้ 16 ปี

ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๗ คนด้วยกัน มีชื่อตามลำดับดังนี้

1. นายเหีย นรมาส ถึงแก่กรรม

2. นายแดง นรมาส

3. นายโลน นรมาส ถึงแก่กรรม

4. นางน้อยแสง หมายสิน

5. นายอ่อนจันทร์ นรมาส.

6. พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ

7. นายนวล นรมาส

หลวงพ่อจวน

ตามชนบทในสมัยนั้นโรงเรียนมีน้อยมาก ตั้งอยู่ห่างไกลกัน ในตำบลหนึ่ง ๆ มิได้มีโรงเรียนครบทุกหมู่บ้าน หมู่บ้านใดไม่มีโรงเรียน เด็กก็ต้องมาเรียนรวมกันที่โรงเรียนในหมู่บ้านใกล้เคียง ซึ่งต้องเดินนับเป็นสิบ ๆ กิโลเมตร ผู้ปกครองจะยอมให้บุตรหลานไปเรียนหนังสือจึงต้องให้โตพอประมาณ คือ อายุ 9-10 ปี

ท่านอาจารย์ก็เช่นเดียวกัน เริ่มเข้าเรียนหนังสือเมื่ออายุครบ 9 ขวบเต็ม ต้องเดินไปโรงเรียนที่อีกหมู่บ้าน คือที่บ้านดงมะยาง จนขึ้นชั้นประถมปีที่ 3 โรงเรียนจึงย้ายมาอยู่ที่วัดเจริญจิต บ้านโคกกลาง ติดกับบ้านเหล่ามันแกว อันเป็นบ้านเกิด ท่านได้เรียนรู้ที่โรงเรียนนี้ จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของ

ตำบลชนบทละแวกนั้น ระหว่างเรียน เป็นผู้เรียนดี ฉลาดและขยันหมั่นเพียรอย่างยิ่ง สอบไล่ได้ที่ 1 โดยตลอด ตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 1 จนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับคำชมเชยยกย่องจากครูบาอาจารย์ ทั้งในด้านการเรียน และในด้านความประพฤติ จนครูเชื่อถือรักใคร่ ให้ช่วยสอนเพื่อนนักเรียนแทนครูตลอด เป็นประจำทุกชั้นเรียน

อุปสมบท

ufabet.com

อายุ ๒๑ ปีบริบูรณ์ พ.ศ. ๒๔๘๖ (มหานิกาย) ที่วัดเจริญจิต บ้านโคกกลาง ตำบลดงมะยาง อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีพระอาารย์บุ เป็นพระอุปชฌาย์ พระมหาแจ้งเป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้ฉายาว่า “กลฺยาณธมฺโม”

ญัตติเป็นพระธรรมยุต เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ ณ จังหวัดอุบลาชธานี โดยมีท่านพระครูทัศนวิสุทธิ (มหาดุสิต เทวิโร) เป็นพระอุปชฌาย์ ท่านพระอาจารย์เกิ่ง อธิมุตโต เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายา “กุลเชฏฺโฐ” แปลว่า พี่ชายใหญ่ที่สุดในวงศ์ตระกูลนี้

เรื่องราวในชีวิต

เมื่ออายุ ๑๔ ปี ท่านได้หนังสือสอนกรรมฐานของพระอาจารย์สิงห์ ขัตยาคโม จากพระธุดงค์รูปหนึ่งท่านได้ศึกษาและปฏิบัติตามจิต จนจิตได้เข้าถึงสมาธิ มีความสุขมาก มีเวลาว่างเมื่อไหร่ท่านมักนั่งสมาธิ เมื่อท่านแตกเนื้อหนุ่มท่านได้เห็นหญิงวัยรุ่นคนหนึ่งเดินเปลือยอกผ่านหน้าบ้านเพื่อเข้าไปถ่ายในป่าละเมาะทุกวัน จึงเกิดเห็นหน้าอกเขาสวยรู้สึกหญิงคนนั้นน่ารักไปหมดทั้งตัว แต่ด้วยอุปนิสัยทางธรรมทำให้เกิดอุบายข้นมา โดยท่านแอบไปตามดูอุจจาระของหญิงสาวนั้นและได้พิจารณาดูอุจจาระของหญิงสาวนั้นและสาวอื่นๆ

มรณภาพ

วันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๓ ด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตก สิริอายุ ๕๙ ปี ๙ เดือน ๑๘ วัน พรรษา ๓๘ พรรษา