Categories
รวมบทความ

หลวงพ่อจําปา

หลวงพ่อจําปา

ชีวประวัติของ หลวงพ่อจำปา

หลวงพ่อจําปา วันนี้เราจะมาพูด กันถึงเรื่องผู้ที่ทําให้เกิด ตํานานวลีเด็ดส่วนวลีเด้ดนั้นก็คือหนังไม่เหนียวอย่าได้ เที่ยววัดสาริโขสมัยนั้นโด่งดังมากถึงขนาดที่ว่าจอมพลสฤษดิ์ เลื่อมใสบุกนมัสการถึงวัด ​วัดสาลีโขภิตาราม ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรีสร้าง ขึ้นเมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม พ.ศ. 2399 โดยมีนางบุญมี ละนางบุญมา สองพี่น้อง เป็นผู้สร้างวัด

ได้ตั้งความปรารถนาที่จะ ทำนาจึงอธิษฐาน และสำเร็จตามคำอธิษฐาน จึงได้บริจาคที่เพื่อสร้างวัดนี้ขึ้นและให้ชื่อว่า วัดสาลีโค ซึ่งมีความหมายว่า ข้าวมากนามเดิม นายจำปา วิญชัยหาญ เกิดเมื่อ วันจันทร์ ที่ ๒ เมษายน ๒๔๖๖ ณ บ้านโนนเปลือย ต.ตลาดแร้ง อ.บ้านเขว้า ชัยภูมิ บิดาชื่อ นายรอด วิญชัยหาญ มารดาชื่อนางนิล วิญชัยหาญ

เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลวงปู่เป็นผู้คงแก่เรียน ฝักใฝ่ในการเรียนรู้ สามารถเขียนอักขระตัวขอมตัวธรรมได้อย่างแตกฉาน และยังเป็นผู้รอบรู้ ในด้านตำรับตำรา อักขระต่างๆ

หลวงพ่อจําปา ท่าน เป็นเกจิอาจารย์ดัง แห่งภาคกลาง ช่วงปีพ.ศ.2485-2504ที่มีพุทธาคมเข้มขลัง โดยเฉพาะตะกรุด ที่เขียนยันต์โสฬส ตามแบบฉบับของ หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง ซึ่งท่านเป็นลูกศิษย์ นอกจากนี้เป็นศิษย์พุทธาคมสายตรง ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า

ซึ่งในจังหวัดนนทบุรีมี หลวงพ่อจำปา กับหลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพังที่ไปร่ำเรียนวิชาจากหลวงปู่ศุข ส่วนวิชาสักหลวงพ่อจำปา น่าจะได้จากหลวงปู่ศุข เพราะสมัยหลวงปู่ศุข มีชีวิตอยู่ท่านก็เป็นอาจารย์ สักเหมือนกัน โดยลูกศิษย์ฆราวาส อีกคนที่มี ชื่อเลื่องลือก็คือ อาจารย์รื่น นิลแนบแก้ว ที่ได้รับการกล่าวขาน เป็นสายเหนียว ทางแม่กลอง

หลวงพ่อจำปา ท่านมีวิชาสักยันต์ที่ขลังมากๆ ลายสักยันต์ของท่านนั้นมีความขลังด้าน คงกระพันและ เมตตามหานิยม ลูกศิษย์ของหลวงพ่อจำปามีตั้งแต่นายทหาร นายตำรวจ พ่อค้า ประชาชนทั่วไป ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงปกครอง

บ้านเมืองเกิดความระส่ำระสาย อีกทั้งมีสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้คนอดอยาก โจรผู้ร้ายชุกชุม ปรากฏว่ามีผู้คนต่างพากันมา ขอเครื่องรางของขลัง บางคนเดินทางมาไกลเพื่อมาขอเป็นลูกศิษย์ และขอให้หลวงพ่อสักยันต์ให้

โดยเฉพาะเหล่ามือปราบ ทั้งหลายที่กวาดล้างโจรภาคกลาง ก่อนจะออกพื้นที่ เอาตะกรุดโทน เขียนด้วยยันต์โสฬส ใส่มือยกขึ้นพนมเหนือหัวระลึกถึงหลวงพ่อจำปา แล้วออกไปทำงาน ปะทะกับโจรแลกกระสุนใส่กัน ต่างฝ่ายต่างล้มคว่ำ กันไปคนละทาง แต่มือปราบแค่เจ็บเป็นจ้ำๆ

หลวงพ่อจําปา

เสื้อผ้าเป็นรอยไหม้ ลุกขึ้นมาได้ แต่โจรร้าย คว่ำแล้วคว่ำเลย ไม่มีลุก กลับบ้านเก่าไปตามระเบียบ แม้แต่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยังเดินทางมากราบนมัสการหลวงพ่อถึงวัด สาลีโข เพราะได้ยินชื่อเสียงเกียรติ คุณของท่านมานาน

คนเรานั้นหลวงพ่อ เคยกล่าวไว้ จิตบริสุทธิ์ เมื่อมีศีลบริสุทธิ์สะอาดแล้ว ก็เหมือนกับน้ำนิ่ง ไม่มีคลื่นละลอก ไม่วอกแวกหวั่นไหว วิธีทำจิตให้บริสุทธิ์ พระพุทธองค์ ได้ทรงสั่งสอน ไว้แล้ว คือ กาทำกรรมฐาน ๔๐ วิธี หรือที่เรียกว่า ปฏิบัติสมถภาวนานั่นเอง

เป็นอุบายชำระล้าง ให้จิตใจบริสุทธิ์ ผู้ที่จะทำให้ของขลังและได้ผล ต้องได้เรียนฝึกปฏิบัติ สมถภาวนาแล้วอย่างดี เมื่อจิตบริสุทธิ์แล้ว ก็มีพละกำลัง มีอำนาจจิตมาก เพราะสามารถรวบรวม กระแสจิตมารวม ไว้ในที่แห่งเดียว และจะมีพลังมาก อย่าว่าแต่จะ ปลุกเสกพระเครื่อง หรือเครื่องรางของขลังเลย แม้แต่เม็ดกรวด เม็ดทราย ก็เกิดมีพลังงาน ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นได้

เชื่อกันว่าเป็นดินแดนภูมิธรรม ของหลวงปู่เทพ โลกอุดรและเป็นเมืองบังบด เมืองลับแล เป็นที่อยู่ของเหล่า พญานาค เหล่ากายทิพย์ ตลอดทั้งวิญญาณ สัตว์ป่าที่ดุร้าย วันนั้นหลวงปู่ไปเจอ กับพระภิกษุหนุ่มรูปงามซึ่งไม่เคยรู้จัก กันมาก่อน จึงได้พักปักกลดภาวนา เดินจงกรมอยู่ใกล้ๆกัน ในช่วงกลางดึก ก็แยกย้ายกันจำวัด.

หลวงพ่อจําปา

แต่หลวงปู่ ยังนั่งกรรมฐานอยู่ ท่านได้ยินเสียงฆ้องปี่พาทย์ดังกึกก้องกังวาล ท่ามกลางผืนป่า ที่เงียบสงัด เสียงฆ้องดัง ขึ้นเป็นจังหวะ ท่านคิดว่าบริเวณแห่งนี้. น่าจะเป็นเมืองบังบดหรือ เมืองโบราณเป็น ที่อาศัยของดวงจิตวิญญาณ ที่หิวโหยในกุศลอย่าง แน่นอนพอช่วงดึกๆ. ได้ปรากฏภาพนิมิตของเหล่าภูติผี วิญญาณต่าง พากันดีใจและพูดว่า

พ่อเรามาแล้วๆ มาๆกราบพ่อเรา ตอนเช้าสิได้ฟ้าวมาจังหัน พากันเดินเรียงแถวยาวเป็นขบวนมาทางเชิงเขา. รีบชวนกันกราบนมัสการ ขอพึ่งบุญบารมีองค์หลวงปู่

วัตถุมงคล ของวัดสาลีโขนั้นได้รับความนิยมมาก สำนักหนึ่ง โดยเฉพาะวัตถุมงคล ของพระครูธรรมโกศล หรือ หลวงปู่เผือก สุดยอดปรมาจารย์อายุยืนถึง 106 ปี ที่ดำเนินการ จัดสร้างโดย”หลวงพ่อสมภพ เตชปุญโญ” ที่ถูกหลวงปู่เผือกในสภาวะวิญญาณ โดยการประทับร่างทรงหลวงปู่เผือกปลุกเสก เหมือนพระอาจารย์ ทิมกับหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้

สำหรับหลวงพ่อจำปา ท่านสร้าง วัตถุมงคลไว้ไม่ค่อยเยอะ จะมีจำพวกตะกรุด ผ้ายันต์ มีปลุกเสกเหรียญรูป เหมือนท่านอยู่รุ่นหนึ่ง เมื่อครั้งที่ท่านย้ายไปอยู่วัดเจ้าอาม เขตบางขุนนนท์ กทม. เพราะถูกทางการสั่งห้ามสักยันต์ เหรียญรุ่นนี้เท่าที่ทราบสร้าง ประมาณ ปี 2492-2493 เพื่อแจกลูกศิษย์ในงานไหว้ครู ซึ่งนับว่าเป็นรุ่นแรก มีเนื้อทอง ทองแดง กะไหล่ทอง กะไหล่เงิน และเนื้อเงินนั้นเองครับ

หลวงพ่อจําปา

หลวงพ่อท่าน เป็นศิษย์ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท หลวงพ่อได้สืบทอด วิชาสายวัดปากคลองมะขามเฒ่า โดยได้เปิดการสักยันต์ขึ้นที่วัดสาลีโข ด้วยวิชาอาคมที่ขลัง และเห็นผลประจักษ์ ทำให้วัยรุ่นในสมัยนั้น แห่มาเป็นลูกศิษย์ เพื่อรับการสักยันต์จากท่านเป็น จำนวนมากพอสมควร จนกระทั่งทางการ ได้เพ่งเล็งว่าคนที่มีรอยสักมักเป็นคนที่ชอบเกเรและไม่ใช่คนดี จึงได้เข้าปราบปราม และเข้มงวดกับพระภิกษุสงฆ์ที่เป็นอาจารย์สัก หลวงพ่อจำปาจึงได้ลงเรือ และหลบเข้าไปจำพรรษาอยู่ในทุ่งในสวน และเลิกสัก ในเวลาต่อมา

เรื่องราวของ หลวงพ่อจำปา นั้นมีข้อมูลหลากหลายประเด็น อาจมีการนำเสนอไม่ครบถ้วน เพราะรวบรวมจากบันทึก ของผู้รู้หลายท่าน ซึ่งสามารถศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ได้ในเว็บไซต์ต่างๆที่เกี่ยวกับการสักยันต์ แต่ที่แน่ๆวัตถุมงคล ของสายสาลีโข โชว์ได้ไม่อายใคร วางใจได้เรื่อง”เหนียว” แต่ห้ามลองของ ผู้ที่มีเครื่องรางของขลัง หรือสักยันต์ของหลวงพ่อจำปาซึ่งมีความขลังด้าน คงกระพันและเมตตา ถ้าไม่ไปทำผิดศีลธรรมหรือชะตาถึงฆาต ทุกคนล้วนปลอดภัยกันเป็นส่วนใหญ่

ช่วงท้ายของ หลวงพ่อจำปา

หลวงพ่อจำปาละสังขารลงในปี พ.ศ.2504 บรรดาศิษยานุศิษย์และชาวบ้านพากันเสียใจ ที่ขาดเสาหลักของชุมชนไป ทางวัดจัดงานให้หลวงพ่อและพิธีการต่างๆ อย่างเต็มกำลัง จวบจนถึงปี พ.ศ. 2507 หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จึงทำพิธีฌาปนกิจสรีระหลวง พ่อจำปาเนื่องด้วยสังขารหลวงพ่อจำปา เเข็งดั่งหินเผาไม่ไหม้ 

จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าใกล้วัด เมื่อร่างของหลวงพ่อ เหลือแต่อังคารและเถ้าธุลี ปรากฏว่าคลื่นศรัทธามหาชนต่าง เข้ายื้อแย่งชุลมุนจนเป็นเหตุให้เมรุที่สร้างขึ้นในการนี้ถึงกับพังลง เลยทีเดียว และว่ากันว่าในบทอัญเชิญครู ของผู้ที่สักยันต์สายสาลีโข ก็จะต้องเอ่ยชื่อท่านอยู่ในบทสวดเช่นกัน

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก ufabet.com