Categories
รวมบทความ

หลวงพ่อมุม

หลวงพ่อมุม

หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอ

หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอนั้น ตั้งอยู่ในกิ่ง อ.ไพรบึง อายุประมาณ 200 กว่าปี สร้างขึ้นโดยชาวบ้านที่นับถือศาสนาพุทธซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเยอที่ได้รับอารยธรรมทางขอมมา ดังนั้น สิ่งก่อสร้างในวัดจึงคล้ายคลึงศิลปะแบบขอมโบราณผสมสมัยใหม่ โดยวัดมีความเจริญมากในสมัยที่หลวงพ่อมุมปกครองดูแล

เพราะศรัทธาในวัตรปฏิบัติที่เรียบง่าย มักน้อย สันโดษ พูดน้อย แต่มีเมตตาสูงมาก อีกทั้ง นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของจังหวัดศรีสะเกษ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานกฐินต้นในจังหวัด และวัดปราสาทเยอเหนือก็เป็นวัดแรกที่ทรงพระราชทานกฐินต้นอีกด้วย

แห่มาร่วมทำบุญทอดผ้าป่า สร้างองค์ปู่มุมใหญ่ที่สุดในโลก

ประชาชนนับหมื่นๆ คน แห่มาร่วมทำบุญทอดผ้าป่า สร้างองค์ปู่มุมใหญ่ที่สุดในโลก ที่วัดปราสาทเยอเหนือ จังหวัดศรีสะเกษ เกจิที่เคยธุดงค์ แถบเทือกเขาพนมดงรัก และปักกรดบนปราสาทเขาพระวิหาร เมื่อพ.ศ.2504 วันที่ 14 เมษายน 2561 ที่วัดปราสาทเยอเหนือ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ นายวิชิต ไตรสรณกุลนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ นายเมธี สุพรรณฝ่าย

หลวงพ่อมุม

รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายวิสุทธิ์ชาติ ปัญญาทรงรุจิ ประธานสภาฯ อบจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยญาติโยมจากทั่วสารทิศ ทั้งในและต่างประเทศ หมื่นกว่าคนหลั่งไหลมาร่วม เป็นประธานในการทอดผ้าป่าครอบครัว เพื่อจัดสร้างรูปเหมือน หลวงปู่มุม อินทปัญโญ ขนาดหน้าตัดกว้าง 7 เมตร สูง 9 เมตร

รอบฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้าง ยาว 50 เมตร ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เคยสร้างมา ในท่านั่งสมาธิยิ้มแป้น แผ่เมตตา ตำนานแห่งมนต์ขลัง พลังแห่งเมตตา เพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถานตำนานหลวงปู่มุม อริยสงค์ 5 แผ่นดิน เป็นศูนย์กลางในการรวมจิตใจ

ลูกศิษย์หลวงปู่มุม ได้ริเริ่มในการชวนเพื่อนฝูง และญาติธรรม ได้มาร่วมใจกัน ก่อสร้างรูปหล่อเหมือนองค์หลวงปู่ ไว้ที่วัดปราสาทเยอเหนือแห่งนี้ เพื่อเป็น ศูนย์กลางในการรวมจิตใจ เป็นศาสนสถานทางพระพุทธศาสนา เพื่อการกราบไหว้ สักการบูชา และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในจังหวัดศรีสะเกษ สร้างให้ใหญ่ที่สุดในโลกที่เคยสร้างกันมา และเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2514

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เคยทรงเสด็จพระราชดำเนิน ทรงทอดพระกฐินต้น เป็นการส่วนพระองค์ ยังวัดปราสาทเยอเหนือ ให้กับ หลวงปู่มุม ในวันนี้จึงได้ชวนคอบครัวทุกคน ได้มาร่วมกันทอดผ้าป่าครอบครัว

ร.9เสด็จ

ร่วมสมทบทุนสร้างองค์หลวงปู่มุมให้แล้วเสร็จสมบูรณ์กองละ 2,561 บาท และทุกคนจะได้รับแผ่นทอง เพื่อเขียนชื่อ อายุ วัน เดือนปีเกิด ลงในแผ่นทอง ก่อนที่จะนำไปสอดใส่ใต้ฐานองค์หลวงปู่มุม ไว้ตราบนานเท่านาน เพื่อเป็นสิริมงคลแดตนเอง และครอบครัว

เป็นศาสนสถานทางพระพุทธศาสนา เพื่อการกราบไหว้ สักการบูชา และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งหลวงปู่มุม อินทปัญโญ หรือ พระครูประสาธน์ขันธคุณ เป็นเกจิอาจารย์ที่มีผู้เคารพนับถือเป็นอันมาก

ประวัติหลวงพ่อมุม อินทปัญโญ

หลวงพ่อมุม อินทปญโญ นามสกุล บุญโญ เกิดเมื่อปี พ.ศ.2429 ตรงกับวันพฤหัสบดีขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ปีกุน เกิด ณ บ้านปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ เดิมเป็นจังหวัดขุขันธ์ บิดามารดาเป็นชาวนา ชาวไร่ ชีวิตวัยเด็กคลุกคลีที่วัดเป็นส่วนใหญ่

หลวงพ่อมุม

โยมบิดา ชื่อ มาก บุญโญ โยมมารดาชื่อ อิ่ม บุญโญ มีพี่น้องที่ถือกำเนิดร่วมบิดามารดาเดียวกัน 5 คน เป็นชาย 3 คน เป็นหญิง 2 คนพระครูประสาธน์ขันธคุณ บรรพชาเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2441 อายุ 12 ปี ณ วัดปราสาทเยอเหนือ โดยมีอาจารย์พิมพ์ เป็นผู้บวชให้

พระครูประสาธน์ขันธคุณ อุปสมบถเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2449 อายุ 20 ปี ณ วัดปราสาทเยอเหนือ โดยมีเจ้าอธิการปริม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการพรหมมา วัดสำโรงระวี เป็นกรรมวาจารย์ พระอธิการทอง วัดไพรบึง เป็นอนุสาวนาจารย์

ตั้งแต่อายุ 5-6 ขวบ เด็กชายมุม ชอบเข้าวัดไปพูดคุยกับพระ กับเณร จนคุ้นเคย พระกับเณรเลยจับเด็กชายมุมให้เข้าโบสถ์ไปนั่งฟังพระสวดมนต์ทำวัตร ต่อมาเวลาพระมีเทศนาหรือทำวัตรเย็นเด็กชายมุมที่อายุ 5-6 ขวบนั้นจึงนั่งพนมมือฟังเป็นประจำ ท่านเจ้าอาวาสปีนั้นชื่อ อาจารย์พิมพ์ ท่านได้เห็นเด็กชายมุม อยากเป็นพระนัก

ครั้นบิดาก็นำมาฝากไว้ที่วัดเป็นประจำเพื่อศึกษาเล่าเรียนแบบโบราณ เพราะขณะนั้นไม่มีโรงเรียน ท่านเห็นหน่วยก้านปฏิญาณไหวพริบเฉลียวฉลาด เลยได้สอนทั้งภาษาไทยและภาษาขอม รวมทั้งให้เขียนพร้อมกันกับพระภิกษุสามเณรในวัด จนเด็กชายมุมได้มีความชำนาญในภาษาขอมและบาลีเป็นอย่างดี และได้เอาใจใส่เล่าเรียนแตกฉานรวดเร็วกว่าเพื่อนๆด้วยกัน

หลวงพ่อมุม

อุปสมบท

เมื่ออายุครบ 20 ปี ได้อุปสมบถเป็นพระภิกษุ หลวงพ่อมุมก็ได้ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาพระปริยัติธรรมกับบาลีไวยากรณ์และพระธรรมบทให้สูงขึ้นจนจบหลักสูตร และยังได้ศึกษามูลกัจจายนะ คัมภีร์พระไตรปิฎก จนจบ 5 สูตร มีความรู้แตกฉานหาใครเปรียบได้ยากในสมัยนั้น อีกทั้งพระอาจารย์ปริมยังได้ถ่ายทอดพระคัมภีร์ด้านกรรมฐาน

และคาถาอาคมขลังทางลงเลขยันต์ ลงนะต่างๆให้กับหลวงพ่อมุมด้วยท่านได้เพียรศึกษาพระปริยัติธรรม บาลีไวยากรณ์ พระธรรทบท มูลกัจจายนะสูตร กรรมฐาน และคาถาอาคมการลงอักขระเลขยันต์ต่าง ๆ จนเชี่ยวชาญ

อีกทั้งอักขระขอม คาถาอาคม ไสยเวทย์ จากพระอาจารย์เขมรและพระอาจารย์จากประเทศลาวจนมีความเชี่ยวชาญ ฝึกปฏิบัติสมถะกรรมฐานและวิปัสนากรรมฐานจนมีจิตและสมาธิอันกล้าแข็งแน่วแน่ตามลำดับ

ท่านจึงออกธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพร ผ่านทางเมืองขุขันธ์เรื่อยไปจนถึงเมืองกบินทร์บุรี และมาจำพรรษาอยู่ที่วัดโคกมอญเป็นเวลานานถึง 3 พรรษา

ขณะที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดโคกมอญ ท่านได้พัฒนาและสร้างความเจริญให้กับวัดโคกมอญเป็นอันมาก จากสำนักสงฆ์เล็ก ๆ จนเป็นวัดที่เจริญขึ้น สร้างความเลื่อมใสศรัทธาในหมู่ประชาชนละแวกนั้น เมื่อออกพรรษาท่านจึงเดินธุดงค์ต่อเรื่อยมาจนกลับมาจำพรรษาที่วัดปราสาทเยอร์ใต้

จำพรรษาอยู่ ณ วัดปราสาทเยอร์ใต้ได้หลายปีท่านก็ออกธุดงค์อีก ใช้เวลานับแรมปี ธุดงค์เข้าหาหาวิเวกแสวงธรรมไปแทบจะทุกพื้นที่ ทั้งในประเทศไทย เขมร และประเทศลาว ค่ำไหนปักกลดจำวัดที่นั่น

ได้ร่ำเรียนศึกษาแลกเปลี่ยนวิชาจากอาจารย์เก่ง ๆ หลายท่าน จนได้รับคำแนะนำจากพระอาจารย์ต่าง ๆ ให้ไปพบกับ สมเด็จลุน เกจิอาจารย์ผู้เรืองวิชาและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในประเทศลาวเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อมุมออกธุดงค์จากนครจำปาศักดิ์มุ่งหน้าสู่จังหวัดอุบลราชธานีจนได้พบกับสมเด็จลุน ขอฝากตัวเป็นศิษย์ติดตามท่านกลับมายังนครจำปาศักดิ์เพื่อศึกษาวิชาอาคมและอักขระเลขยันต์จากท่าน

มรณะภาพ

หลวงพ่อมุม อินฺทปญโญ มรณะภาพลงเมื่อ วันที่ 9 เดือนกันยายน พุทธศักราช 2522 ณ โรงพยาบาลศรีสะเกษ สิริอายุรวม 93 ปี 73 พรรษา อัฐิของท่านบรรจุไว้ในพระธาตุภายในวัดปราสาทเยอร์เหนือ ตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก ufabet.com