Categories
รวมบทความ

หลวงพ่อหวล

วัดพุทไธยสวรรค์

ประวัติวัดพุทไธศวรรย์ หลวงพ่อหวล

หลวงพ่อหวล วัดพุทไธศวรรย์ ตั้งอยู่ในเขตตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาทางด้านทิศใต้ ปัจจุบันมีอาณาเขตเนื้อที่ ๔๖ ไร่ ๒ งาน ๔๖ ตารางวา

มีอาณาเขตติดต่อดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา
ทิศใต้ ติดต่อกับที่ของวัดตำหนัก (ร้าง)
ทิศตะวันออก ติดต่อกับโรงเรียนพุทไธศวรรย์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับบ้านเรือนราษฎร

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาวัดพุทไธศวรรย์ เป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งมีฐานะเป็นพระอารามหลวง (พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา, ๒๕๐๐, หน้า ๒๑๕) ซึงสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นหลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติแล้ว ๓ ปี โดยเลือกภูมิสถานบริเวณที่เรียกกันว่า ตำบลเวียงเหล็ก เรื่องราวของการสร้างวัดนี้ปรากฎอยู่ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาว่า

พระตำหนักเวียงเหล็ก ที่กล่าวไว้ในพงศาวดารนี้ คือ บริเวณที่ประทับเดิมของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง) ก่อนที่จะยกข้ามแม่น้ำไปสร้างพระราชวังที่ ตำบลหนองโสน หรือที่เรียกว่า “บึงพระราม” ในปัจจุบันและสถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นเป็นราชธานีใน พ.ศ. ๑๘๙๓

วัดพุทไธยสวรรค์

ส่วนเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ของสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยานั้นในปัจจุบันยังคงเป็นประเด็นสำคัญทางด้าน ประวัติศาสตร์ ซึ่งยังหาข้อสรุปที่ยุติยังไม่ได้ นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ได้ศึกษาเรื่องราวความเป็นมาของสมเด็จ พระเจ้าอู่ทอง และสรุปได้ ๓ ทฤษฎี คือ

ทฤษฎีที่ ๑ เชื่อกันว่าพระเจ้าอู่ทอง เป็นชามาดา (ลูกเขย) เจ้าเมืองสุพรรณบุรี เป็นเชื่อสายของเข้าชายไชยศิริ แห่งเมืองเชียงราย ซึ่งอพยพถอยร่นกันมาจากเมืองเหนือ ผ่านดินแดนต่างๆ จนกระทั่งมาตั้งถิ่นฐานทำกินที่เมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ต่อมาได้หนีโรคห่า มาตั้งนครหลวงใหม่ที่เมืองอโยธยาในปี พ.ศ. ๑๘๙๐ นักปราชญ์รุ่นต่อมาจึงเรียกกษัตริย์ที่สืบเชื้อสายต่อกันมาว่า วงศ์เชียงราย

ทฤษฎีที่ ๒ เป็นเจ้าเมืองเพชรบุรี ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพเข้ามายังเมืองปัตตานี แล้วอพยพเดินทัพเข้ามาทางเมืองนครศรีธรรมราช และเพชรบุรีจนกระทั้งตั้งพระนครศรีอยุธยาเป็นราชธานี ทฤษฎีนี้ไม่ได้ให้กำเนิดชาติวงศ์ไว้ชัด แต่ก็ได้สรุปเป็นแนวทางว่าพระเข้ากรุงจีน ได้เมตตาอนุญาตให้เข้าไปค้าขายในประเทศจีนได้เป็นกรณีพิเศษ

หลวงพ่อหวล

ทฤษฎีที่ ๓ เป็นเจ้าชายเมืองลพบุรี (อาจเชื่อสายขอม?) เจ้าของทฤษฎีนี้ได้แก่ สมเด็จกรมพระยาดำ รงราชานุภาพ ซึ่งทรงพระราชทานกระแสพระราชดำริแก่พระยาอนุมานราชธน อธิบดีกรมศิลปากร แต่ไม่ทันได้ให้เหตุผลชัดเจนท่านได้ทิวงคตเสียก่อน

พระยาโบราณราชธานินทร์ จึงกำหนดอายุของเมืองอยุธยาว่าในสมัยต้น เป็นทราวดี และนายมานิต วัลลิโภดม อดีตภัณฑารักษ์พิเศษ กรมศิลปากร ได้ศึกษา    ขยายความ ปรากฎรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความเรื่องละโล้ อโยธยา ตามพรลิงค์ ว่าเป็นกษัตริย์เมืองละโว้ อโยธยา

หลวงพ่อหวล ในรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ วัดพุทไธศวรรย์ ได้ถูกใช้เป็นสถานที่ตั้งทัพของพม่า ในคราวที่ยกทัพมาล้อมกรุงฯ เพื่อทำการรบกับกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากวัดพุทไธศวรรย์ เป็นวัดที่ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองกรุงศรีอยุธยา กล่าวคือ

เมื่อครั้งที่พระเจ้าบุเรงนอง แห่งกรุงหงสาวดี ทรงส่งพระราชสาส์น มาขอม้าและช้างเผือก จากสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ แต่ถูกปฏิเสธ พระเจ้าบุเรงนองจึงยกทัพเข้ามา และกวาดต้อน เอากำลังทางหัวเมืองของไทยมาสมทบ ด้วย เมื่อยกทัพมาถึงกรุงศรี อยุธยา ดังข้อความว่า

หลวงพ่อหวล

“ในวันพุธ เดือนยี่ แรม ๑๐ ค่ำ ศักราช ๙๑๑ ปีระกา เอกศก (พ.ศ. ๒๐๘๒) จึงโปรดให้พระมหาอุปราช เป็นกองหน้าตั้งค่าย ณ ตำบลเพนียด ทัพพระเจ้าแปรเป็นปีกซ้าย ตั้งค่าย ณ ตำบลทุ่งโพธาราม เป็นกองหน้าตั้งค่าย ณ ตำบลเพนียด ทัพพระเจ้าแปรเป็น ปีกซ้าย ตั้งค่าย ณ ตำบลทุ่งโพธาราม ทัพพระเจ้าอังวะเป็นปีกขวา ตั้งค่าย ณ

ตำบลพุทไธศวรรย์ ทัพพระยาตองอู ทัพพระยาจิตตอง ทัพพระยาละเคิ่ง เกียกกาย ตั้งค่ายวัดท่าการ้องลงไปถึงวัดไชยวัฒนาราม ทัพพระยาสิน, ทัพพระยาสะเรียง กองหน้าทัพหลวง ตั้งค่าย ณ ตำบลลุ่มพลี ทัพหลวงตั้งค่าย ณ ตำบลวัดโพธิ์เผือก ทุ่งขนอนปากคู ทัพสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ตั้งค่าย ณ ตำบลมะขามหย่อง (หลังคำยหลวง)”

ประวัติโดยย่อ

หลวงพ่อหวล

วัดพุทไธศวรรย์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้า พระยา ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นวัดเก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นพระเกจิ อาจารย์เจ้าตำรับวัตถุมงคล เหล็กไหลที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ศึกษาวิทยาคม จากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายรูปท่านมีนามเดิม หวล การเกตุ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 29 ส.ค.2472 พื้นเพเดิมอยู่

ต.สามง่าม อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทองเข้าสู่ร่มกา สาวพัสตร์ บรรพชาที่วัดกษัตราธิราชวรวิหารต่อมาย้ายมาอยู่ที่วัดพุทไธศวรรย์ และเข้ารับการอุปสมบท ที่วัดพุทไธ ศวรรย์ เมื่อวันที่ 12 มี.ค.2494 มีพระราชธานินทร์ (หลวงพ่อเจิม) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระกุศลธรรมธาดา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระสมุห์ยอด เป็นพระอนุ สาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ภูริภัทโท

ใช้ชีวิตอยู่ในสมณเพศด้วย ความมุ่งมั่น และด้วยการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบตลอดมา จึงได้รับการแต่งตั้งให้รักษา การเจ้าอาวาสในปี 2497 แทนพระครูสาธุกิจ โกศลที่ มรณภาพ ต่อมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2498เป็นผู้นำ ในการบูรณะซ่อม แซมโบราณสถาน โบราณวัตถุภายในวัดให้มีสภาพสวยงามมั่นคงแข็งแรง อุโบสถ วิหาร

หลวงพ่อหวล

พระพุทธรูปภายใน พระระเบียงรอบองค์ พระปรางค์ พระพุทธรูปภายในวิหารต่างๆ นอกจากนี้ ยังพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ว่างภายในวัดให้เป็นระเบียบสวยงาม เช่น จัดทำสวนดอกไม้ประดับ และปลูกสวนป่าตามโครงการในพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เป็นต้น

มรณภาพ

ด้านการสร้างพระเครื่อง-วัตถุมงคลนั้น เป็นศิษย์สืบทอดพระเวทวิทยาคมสายวัดประดู่ทรงธรรม จากหลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช มีวิชาเล่นแร่ แปรธาตุ ถึงขนาด ลูกศิษย์ลูกหาร่ำ ลือกันว่า หลวงพ่อหวล ตัดเหล็กไหลหลอมเหล็ก ไหลได้

หลวงพ่อ

ท่านสร้างวัตถุมงคลประเภท เหรียญรุ่นแรก มีประสบการณ์โด่งดังแพร่สะพัดไปทั่วตั้ง แต่ปี พ.ศ.2515 ส่วนเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา จะนำไปพัฒนา วัดและส่งเสริมด้านการศึกษาทั้งสิ้น

กล่าวได้ว่าพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมง คลรุ่นดังแทบทุกรุ่นต้องมีชื่อเข้าร่วมพิธีด้วยแทบทุกงานด้วยสังขารเป็นสิ่ง ไม่เที่ยง เมื่อเวลา 11.00 น. วันศุกร์ที่ 11 ธ.ค.2563 มรณภาพ อย่างสงบ ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ สิริอายุ 91 ปี พรรษา 70

ขอขอบคุณบทความประวัติเกจิอาจารย์ชื่อดัง ufabet.com