Categories
รวมบทความ

หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง

วัดฉลอง

หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง หรือ วัดไชยธาราราม

หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง

วัดไชยธาราราม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาในจังหวัดภูเก็ตป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน และมีความสวยงามที่สุดในภูเก็ต วัดแห่งนี้ตั้งอยู่อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ต 8 กิโลเมตร และห่างจากอ่าวฉลอง 3 กิโลเมตรเศษ วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงจากความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแช่ม อดีตเจ้าอาวาสวัดฉลอง ไม่เฉพาะชาวภูเก็ตเท่านั้นที่เคารพ และ นับถือในความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแช่ม

ชื่อเสียงของหลวงพ่อแช่มไกลออกไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ปีนัง วัดไชยธารารามหรือวัดฉลอง เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดภูเก็ตมาช้านาน วัดไชยธาราราม หรือวัดฉลอง ตั้งอยู่ที่ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต ไม่มีบันทึกแน่ชัดที่ว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่มีชื่อปรากฏวัดฉลองในบันทึกของรัชกาลที่ 3 และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเปลี่ยนชื่อวัดฉลองเป็น วัดไชยธาราราม วัดไชยธารารามหรือวัดฉลอง เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อของหลวงพ่อแช่มหรือ พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุณี” ซึ่งเป็นสมณะศักดิ์ที่ได้รับพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หลวงพ่อแช่มขณะยังมีชีวิตท่านเป็นที่พึ่งของชาวบ้านในการรักษาโรค

หลวงพ่อแช่ม

เนื่องจากท่านเป็นพระที่มีศาสตร์วิชาในด้านการปรุงยาสมุนไพร และรักษาโรค เข้าเฝือกผู้ป่วยกระดูกหัก และเมื่อครั้งที่ต้องต่อสู้กับกลุ่มอั้งยี่จีนที่ก่อกบฏ หลวงพ่อแช่มก็ยังได้มอบผ้าประเจียดสีขาวให้ชาวบ้านเอาไว้โพกหัวเพื่อเป็นขวัญและกำลัง ใจในการต่อสู้จนชนะในที่สุด ท่านเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คนมากถึงขนาดที่มีคนรอปิดทองตามแขนและขาของท่านราวกับปิดทองพระพุทธรูป แม้ว่าหลวงพ่อแช่มจะมรณภาพเป็นร้อยปีมาแล้ว แต่เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์

และเมตตาธรรมที่สูงส่งของท่านก็ยังเป็นที่เล่าขานและเลื่อมใสศรัทธาของชาวเมืองภูเก็ตสืบมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากหลวงพ่อแช่มแล้ว ที่วัดฉลองยังมี หลวงพ่อช่วง และหลวงพ่อเกลื้อม ที่ชาวบ้านเคารพ ศรัทธาเลื่อมใสเช่นกัน โดยนอกจาก ความศักดิ์สิทธิแล้ว ท่านทั้งสองยังมีชื่อเสียงทางด้าน การปรุงสมุนไพร และรักษาโรคด้วย ดังนั้นแม้ท่านได้มรณภาพไปแล้ว ชาวบ้านที่มีเรื่องทุกร้อน ก็ยังคงมากราบไหว้ บนบานไม่ขาดสาย

ประวัติ

หลวงพ่อแช่มวัดฉลอง หรือ วัดไชยธาราราม จ.ภูเก็ต 

หลวงพ่อแช่ม

หลวงพ่อแช่มแห่ง วัดฉลอง ท่านเกิดที่ตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา เมื่อปีกุน พุทธศักราช 2370 ในรัชสมัยของ”พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 นามโยมบิดา-มารดา ไม่ปรากฏในประวัติแม้ แต่ หลวงพ่อช่วง วัดท่าฉลอง ศิษย์เอกของท่านก็ไม่สามารถให้รายละเอียดได้ พ่อแม่ส่งให้อยู่ ณ วัดฉลอง เป็นศิษย์ ของ พ่อท่านเฒ่าตั้งแต่เล็ก เมื่อมีอายุพอจะบวชได้ก็บวชเป็นสามเณร

และ ต่อมาเมื่ออายุถึงที่จะ บวช เป็นพระภิกษุ ก็บวชเป็นพระภิกษุจำพรรษาอยู่ ณ วัดฉลองนี้หลวงพ่อแช่มได้ศึกษาวิปัสนาธุระ จากพ่อท่านเฒ่าจน เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญทางวิปัสนาธุระเป็นอย่างสูง ความมีชื่อเสียงของหลวงพ่อแช่มปรากฏชัด ในคราวที่หลวง พ่อแช่ม เป็นหัวหน้าปราบอั้งยี่ ซึ่งท่านจะได้ทราบต่อไปนี้

ปราบอั้งยี่

หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง ท่าน ในปีพุทธศักราช 2419 กรรมกรเหมืองแร่เป็นจำนวนหมื่น ในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงได้ซ่องสุม ผู้คน ก่อตั้งเป็นคณะขึ้นเรียกว่า อั้งยี่ โดยเฉพาะพวกอั้งยี่ในจังหวัดภูเก็ตก่อเหตุวุ่นวายถึงขนาดจะเข้า ยึดการ ปกครอง ของจังหวัดเป็นของพวกตน ทางราชการในสมัยนั้นไม่อาจปราบให้สงบราบคาบได้

พวกอั้งยี่ถืออาวุธ รุกไล่ ยิง ฟันชาว บ้านล้ม ตายลงเป็นจำนวนมากชาวบ้านไม่อาจต่อสู้ป้องกันตนเองและทรัพย์สิน ที่รอดชีวิตก็หนี เข้าป่าไป เฉพาะในตำบลฉลองชาว บ้านได้หลบหนีเข้าป่า เข้าวัด ทิ้งบ้านเรือนปล่อยให้พวกอั้งยี่เผาบ้านเรือน หมู่บ้านซึ่ง พวกอั้งยี่เผา ได้ชื่อว่า บ้านไฟไหม้ จนกระทั่งบัดนี้

ชาวบ้านที่หลบหนีเข้ามาในวัดฉลอง เมื่อพวกอั้งยี่รุกไล่ใกล้วัดเข้ามา ต่างก็เข้าไปแจ้งให้หลวงพ่อแช่ม ทราบ และนิมนต์ให้หลวงพ่อแช่ม หลบหนีออกจากวัดฉลอง ไปด้วยหลวงพ่อแช่มไม่ยอมหนี ท่านว่า ท่านอยู่ที่ วัดนี้ตั้งแต่เด็กจนบวช เป็นพระ และเป็นเจ้าวัดอยู่ขณะนี้ จะให้หนีทิ้งวัดไปได้อย่างไรเมื่อหลวงพ่อแช่มไม่ยอมหนีทิ้งวัด

ชาวบ้านต่าง ก็แจ้งหลวงพ่อแช่ม ว่าเมื่อท่านไม่หนีพวกเขาก็ไม่หนี จะขอสู้มันละ พ่อท่านมีอะไร เป็นเครื่องคุ้มกันตัว ขอให้ทำให้ด้วย หลวงพ่อแช่มจึงทำผ้า ประเจียดแจก โพกศีรษะ คนละผืน เมื่อได้ของ คุ้มกันคนไทยชาวบ้านฉลองก็ออกไปชัก ชวนคนอื่นๆ ที่หลบหนีไปอยู่ตามป่า กลับมารวม พวกกัน อยู่ในวัด หาอาวุธ ปืน มีด เตรียมต่อสู้กับพวกอั้งยี่

หลวงพ่อแช่ม

พวกอั้งยี่ เที่ยวรุกไล่ฆ่าฟันชาวบ้าน ไม่มีใครต่อสู้ก็จะชะล่าใจ ประมาทรุกไล่ฆ่าชาวบ้านมาถึงวัดฉลอง ชาวบ้านซึ่งได้รับผ้า ประเจียดจากหลวงพ่อแช่มโพกศีรษะ ไว้ก็ออกต่อ ต้านพวกอั้งยี่ พวกอั้งยี่ไม่สามารถทำร้าย ชาวบ้านก็ถูกชาวบ้านไล่ฆ่าฟัน แตกหนีไป ครั้งนี้เป็นชัยชนะครั้งแรก ของไทยชาวบ้านฉลอง ข่าวชนะศึกครั้งแรก ของชาวบ้านฉลอง รู้ถึงชาวบ้านที่หลบหนีไปอยู่ที่อื่น ต่างพากลับมายังวัดฉลอง

รับอาสาว่า ถ้าพวกอั้งยี่มารบอีก ก็จะต่อสู้ ขอให้หลวงพ่อแช่มจัดเครื่องคุ้มครองตัวให้ หลวงพ่อแช่ม ก็ทำผ้าประเจียดแจกจ่ายให้คนละผืน พร้อม กับแจ้งแก่ชาวบ้านว่า ข้าเป็นพระสงฆ์จะรบ ราฆ่าฟันกับใครไม่ได้ พวกสูจะรบก็คิดอ่านกันเอาเอง ข้าจะทำเครื่อง คุณพระให้ไว้สำหรับป้องกันตัวเท่านั้น” ชาวบ้านเอาผ้าประเจียด ซึ่งหลวงพ่อแช่มทำให้โพก ศีรษะเป็นเครื่องหมาย บอกต่อต้านพวกอั้งยี่

พวกอั้งยี่ให้ฉายา คนไทยชาวบ้านฉลองว่า พวกหัวขาว ยกพวกมาโจมตีคนไทยชาวบ้านฉลองหลายครั้ง ชาวบ้านถือเอากำแพง พระอุโบสถเป็นแนวป้องกัน อั้งยี่ไม่สามารถตีฝ่าเข้ามาได้ ภายหลังจัด เป็นกองทัพเป็น จำนวนพัน ตั้งแม่ทัพ นายกอง มีธงรบ ม้าล่อ เป็นเครื่องประโคมขณะรบกัน ยกทัพเข้าล้อมรอบ กำแพงพระอุโบสถ ยิงปืน พุ่งแหลน พุ่งอีโต้ เข้ามาที่กำแพง เป็นที่น่าอัศจรรย์ ที่บรรดาชาวบ้านซึ่งได้เครื่องคุ้มกันตัวจากหลวงพ่อ แช่มต่างก็แคล้วคลาด ไม่ถูกอาวุธของพวกอั้งยี่เลย


คณะกรรมการ เมืองภูเก็ต ได้ทำรายงานกราบทูล ไปยังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าโปรด กระหม่อมให้คณะกรรมการเมืองนิมนต์ หลวงพ่อแช่ม ให้เดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร มีพระประสงค์ทรงปฏิสันฐานกับหลวงพ่อแช่ม ด้วยพระองค์เอง หลวงพ่อแช่มและคณะเดินทาง ถึงกรุงเทพ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานสมฌ ศักดิ์หลวงพ่อแช่ม เป็นพระครูวิสุทธิวง ศาจารย์ญานมุนี ให้มีตำแหน่งเป็นสังฆปาโมกข์ เมืองภูเก็ต อันเป็นตำแหน่งสุงสุดซึ่งบรรพชิต จักพึงมีใน สมัยนั้นในโอกาสเดียวกัน ทรงพระราชทานนามวัดฉลองเป็น วัดไชยาธาราราม

มรณภาพ

หลวงพ่อแช่ม ท่านเป็นผู้เคร่ง ครัดในพระธรรมวินัยเป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสของชาว บ้านโดยทั่วไป พ.ศ.2393 พ่อท่านเฒ่ามรณภาพ หลวงพ่อแช่ม ได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็น เจ้าอาวาสแทน นับว่าเป็นเจ้าอาวาสที่มีอายุน้อยมาก เพียง 23 ปีเท่านั้นเองหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง มรณภาพเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2451 สิริรวมอายุ 81 ปี พรรษา 61 นับถึงปีนี้ครบรอบ 100 ปีพอดี แม้หลวงพ่อแช่ม ท่านจะละสังขารไปแล้ว แต่ความทรงจำในเกียรติคุณและความ ศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ยังคงมีอยู่อย่างมั่นคงในความจิตใจของชาว เมืองภูเก็ต และชาวไทยทั่วประเทศ

ขอขอบคุณบทความนานาสาระ จาก ufabet.com

Credit : https://ufabets5.com/