Categories
รวมบทความ

หลวงพ่อโสธร

หลวงพ่อโสธร

หลวงพ่อโสธร ตํานาน

หลวงพ่อโสธร หรือหลวงพ่อโสธรนั้น มีตำนานที่มาต่างๆกัน และในตำนานนั้นจะเกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปองค์อื่นๆด้วย  บ้างก็ว่าเป็นพระสามพี่น้อง คือหลวงพ่อบ้านแหลม หลวงพ่อโตบางพลี และหลวงพ่อโสธร บางตำนานก็ว่าเป็นพระพี่น้องห้าองค์ โดยมีหลวงพ่อวัดไร่ขิง และหลวงพ่อวัดเขาตะเคราเพิ่มขึ้นมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มิอาจหาข้อสรุปที่แน่นอนได้ อีกทั้งองค์หลวงพ่อเอง บ้างก็ว่าเป็นทองสัมฤทธิ์

บ้างก็ว่าเป็นองค์ไม้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในส่วนตัว ของผู้เขียนเองแล้ว การที่เราได้นับถือและปฏิบัติตน อยู่ในศีลในธรรม เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาต่อองค์ท่านแล้ว ผมเชื่อว่านี่เป็น สิ่งสำคัญที่สุด และบารมีขององค์หลวงพ่อโสธร ก็จะคุ้มครอง เราและครอบครัว อีกทั้งคนใกล้ชิดของเรา ผมจึงขอนำประวัติของพระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ทั้งหมดมานำเสนอในคราวเดียวกันนี้เลย

วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา

หลวงพ่อโสธร

วัดโสธรวราราม วรวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหารวัดโสธรวรารามวรวิหาร เดิมชื่อว่า วัดหงษ์ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ในรัชสมัยสมเด็จ พระนารายณ์มหาราช เป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อพุทธโสธร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของฉะเชิงเทรา เป็นพระพุทธ รูปปูนปั้นปางสมาธิ

หลวงพ่อโสธร หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48 เมตร ฝีมือช่างล้านช้างตามตำนานเล่าว่า หลวงพ่อพุทธโสธร เป็นพระพุทธรูปหล่อสำริดปางสมาธิหน้าตักกว้างศอกเศษ มีรูปทรงสวยงามมาก ได้แสดงปาฏิหาริย์ลอยน้ำมา และมีผู้อัญเชิญ ขึ้นมาประดิษ ฐานที่วัดแห่งนี้ แต่พระสงฆ์ในวัดเกรงจะมีผู้มาลักพาไปจึงได้เอาปูนพอก เสริมหุ้มองค์เดิมไว้จน

มีลักษณะที่ เห็นในปัจจุบันแต่เดิม หลวงพ่อพุทธโสธรประทับอยู่ในโบสถ์หลังเก่ที่มีขนาดเล็ก รวมกับพระพุทธรูปอื่นๆ 18 องค์ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จราชดำเนินมาที่วัดแห่งนี้ มีพระราชปรารภ เรื่องความคับแคบของพระอุโบสถเดิม พระพรหมคุณาภรณ์ จริปุณโญ ด. เจียม กุลละวณิชย์ อดีตเจ้าอาวาส จึงได้รวบรวมเงินบริจาค เพื่อจัดซื้อที่ดินสำหรับสร้าง พระอุโบสถหลังใหม่

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2549 การก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ สร้างขึ้นครอบพระอุโบสถหลังเดิม โดยใช้เทคนิควิศวกรรมสมัยใหม่ โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายองค์หลวงพ่อพุทธโสธร และพระพุทธรูปทั้ง 18 องค์ ศิลปะภายในพระอุโบสถ หลวงพ่อพุทธโสธร

ประกอบด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังโดยรอบนับตั้งแต่พื้นพระอุโบสถ เสา ผนัง และเพดานจะบรรจุเรื่องราวให้เป็นแดนแห่งทิพย์ เป็นเรื่องราวของสีทันดรมหาสมุทร จตุโลกบาล สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พรหมโลก ดวงดาว และจักรวาล โดยตำแหน่งของดวง ดาวบนเพดาน กำหนดตำแหน่งตรงกับวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2539 ณ เวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคำ

ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อพุทธโสธร

หลวงพ่อโสธร

ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อโสธร หรือหลวงพ่อพุทธโสธรนี้ มีผู้เล่าสืบกันมาหลายกระแส บ้างว่า ท่านมีพี่น้องที่ลอยน้ำมาพร้อมกัน 3 องค์ คือ หลวงพ่อบ้านแหลม หลวงพ่อโตบางพลี และหลวงพ่อโสธร ส่วนอีกตำนานหนึ่งบอกว่า ท่านเป็นพี่น้อง กับหลวงพ่อบ้านแหลมและหลวงพ่อวัดไร่ขิง และก็ยังมีนิยายปรัมปราที่เล่าสืบมาว่า

ท่านลอยน้ำมาพร้อม กับหลวงพ่อบ้านแหลม และหลวงพ่อวัดเขาตะเครา
อย่างไรก็ตาม ตำนานที่เล่าขานกันมานี้ก็มีความคล้ายคลึงกันว่า พระพุทธรูป 3 องค์พี่น้องลอยน้ำมาจากทางเมืองเหนือ จนกระทั่งมาถึงแม่น้ำเจ้าพระยาตรงบริเวณที่ปัจจุบันเรียกว่า “สามเสน” จึงได้แสดงอภินิหารลอยให้ชาวเมืองเห็น

ชาวบ้านจึงได้ทำการฉุดพระ พุทธรูปทั้งสามองค์ โดยใช้เวลา 3 วัน 3 คืนก็ฉุดไม่ขึ้น กล่าวกันว่าครั้งนั้นใช้ผู้คนเป็นแสนๆ ก็ไม่สำเร็จ ตำบลนั้นจึงได้ชื่อว่า สามแสน ต่อมาจึงเพี้ยนเป็น สามเสน พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ก็จมน้ำลง จากนั้นก็ลอยล่องเข้าสู่คลอง พระโขนง ลัดเลาะ ไปสู่แม่น้ำบางปะกง และได้ลอยผ่านคลอง

ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า คลองชักพระ พระพุทธรูปได้แสดงอภินิหารลอยขึ้นให้ชาวบ้านเห็น ชาวบ้านจึงพากัน มาชักพระขึ้นจากน้ำ แต่ไม่สำเร็จ จึงเรียกคลองนี้ว่า คลองชักพระ แล้วทั้งสามองค์ ก็ได้ลอยทวนน้ำขึ้นไปทางหัววัดอีก สถานที่นั้นจึงเรียกว่า วัดสามพระทวน และเรียกเพี้ยนเป็น “วัดสัมปทวน” ทั้งสามองค์ได้ลอยตาม แม่น้ำบางปะกงเลยผ่าน หน้าวัดโสธรไปถึงคุ้งน้ำใต้วัดโสธร และแสดง อภินิหารให้ชาวบ้านเห็นอีก

ชาวบ้านได้ช่วย กันฉุดแต่ไม่ขึ้น จึงเรียกหมู่บ้านและคลองนั้นว่า “บางพระ” มาจนทุกวันนี้ หลังจากนั้นพระพุทธรูปองค์ หนึ่ง คือ หลวงพ่อโสธรได้แสดงอภินิหารลอยมา ขึ้นที่หน้าวัดโสธร ซึ่งแต่เดิมเรียกว่า วัดหงษ์ ชาวบ้านช่วยกันยก และฉุดขึ้นจากน้ำ แต่ไม่สามารถนำขึ้นได้ จนมีอาจารย์ผู้หนึ่งรู้วิธีอัญเชิญ โดยตั้งพิธีบวงสรวง ใช้สายสิญจน์คล้องกับพระหัตถ์ จนสามารถอัญเชิญขึ้น มาประดิษฐาน ในวิหารได้สำเร็จ

หลวงพ่อโสธร

ในราว พ.ศ.2313 ในการนี้จึงจัดให้มี การสมโภชฉลอง องค์หลวงพ่อ หลังจากท่านได้ประทับที่วัดหงส์ เรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านยังไม่รู้ว่าจะขนานนามชื่อของหลวงพ่อว่าอย่างไร แต่เข้าใจว่าท่านคง ต้องการชื่อเดิมของท่าน คือ “พระศรี” เพราะเป็นชื่อดั้งเดิมขณะ ประทับที่วัดศรีเมือง

ทางภาคเหนือ ประกอบกับมีเหตุการณ์ หลายอย่างที่ทำให้ชาวบ้านเข้าใจว่าหลวงพ่อมีความ ประสงค์จะใช้นามว่า “หลวงพ่อพุทธศรีโสธร” เพราะได้เกิดพายุพัดเอาหงษ์ที่ตั้ง อยู่บนยอดเสาหักลงมา ชาวบ้านจึงเปลี่ยนหงษ์เป็นเสาธง แล้วเรียกชื่อวัดหงษ์ เป็นวัดเสาธง ความศักดิ์สิทธิ์และอิทธิปาฏิหาริย์ของ หลวงพ่อโสธร

เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้ คนมากมายที่มีจิต ศรัทธา และเชื่อมั่นในบุญกุศลที่หลั่งไหลมากราบไหว้สักการบูชา และขอพรบารมีจากหลวงพ่อ จนเป็นที่กล่าวขานบอกเล่าต่อๆ กันมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางค้าขาย ทางคงกระพัน ทางแคล้วคลาด ทางรักษาโรค โดยใช้ขี้ธูป

ดอกไม้บูชาที่ แห้งเหี่ยวแล้ว และอธิษฐานหยดเทียน ขอน้ำมนต์จากหลวงพ่อ มาทำยาดังมีเรื่องเล่าว่า สมัยหนึ่งชาวบ้านโสธรเกิด ทุพภิกขภัยข้าวยากหมากแพง ฝนก็แล้ง จนเกิดโรคระบาด ทั้งคนและสัตว์ ล้มตายไปมาก มีครอบครัวหนึ่ง ป่วยเป็นไข้ทรพิษ

เมื่อหมดทางรักษาก็ไปนมัสการอธิษฐานขอความคุ้มครองจากหลวงพ่อ และนำเอาขี้ธูปและดอกไม้แห้ง ที่บูชาหลวงพ่อ และหยดน้ำตาเทียนที่ขอน้ำมนต์ แล้วเอามาต้มกิน ปรากฏว่าโรคหาย กิตติศัพท์หลวงพ่อจึงได้โด่งดังไปทั่ว ถึงกับมีการสมโภชและ แก้บนกันตราบทุกวันนี้

บนบานศาลกล่าว

บนบานหลวงพ่อ

ทุกวันจะมีประชาชน จากทั่วสารทิศมา กราบไหว้หลวงพ่อ บนบานขอพรให้ท่านช่วย โดยเฉพาะในวันเสาร์-วันอาทิตย์ ซึ่งผู้คนมากันอย่างล้นหลาม เสียงประทัดจะดังกึกก้อง ไปทั่วบริเวณพระอุโบสถ อย่างต่อเนื่องยาวนานในแต่ละวัน ซึ่งบอกให้รู้ว่า คนที่ได้รับพรจากหลวงพ่อแล้วสมปรารถนานั้น พากันมาแก้บนนั่นเอง และนอกจากประทัด แล้ว สิ่งที่ผู้คน บอกต่อๆ มาว่าเป็นของโปรดของหลวงพ่อ อีกอย่างหนึ่งก็คือ ว่าว และเมื่อแก้บนขอพรเสร็จแล้ว ก่อนกลับทุกรายจะไปรับน้ำมนต์ ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อีกอย่างหนึ่ง
ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก ufabet.com

Credit : https://ufabets5.com/