Categories
รวมบทความ

หลวงปู่ดี จัตตมโล

ประวัติ หลวงปู่ดี จัตตมโล เกจิดังแห่งเมือง สุพรรณบุรี

หลวงปู่ดี จัตตมโล

หลวงปู่ดี จัตตมโล ท่านเป็น อดีตเจ้าอาวาสวัดพระรูป ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พระเกจิชื่อดังในจังหวัดสุพรรณบุรี ต้นตำรับพระปิดตาและพระผงสุพรรณ ปี 2514 มรณภาพลงอย่างสงบด้วย โรคชรา ภายในกุฏิวัดพระรูป ท่าม กลางความเศร้าสลด ของคณะศิษยานุศิษย์ทั่วไป

ชาติกําเนิด หลวงปู่ดี จัตตมโล

หลวงพ่อดี มีนามเดิมว่า นายดี ศรีขำสุข เกิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2454 ที่บ้านคันลำ ต.ดอนตาล อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายปั้น และ นางหรุ่น ศรีขำสุข มีพี่น้อง 5 คน ท่านเป็นบุตรคนสุดท้อง ในช่วงวัยเยาว์ ได้ติดตามพี่ชายคือ พระอาจารย์เผื่อน ปุสสชิโน ศรีขำสุข ซึ่งบวชเป็นพระภิกษุ มาอยู่อาศัยที่วัดพระรูป

ได้ศึกษาเล่าเรียน ภาษาขอมกับ พระอาจารย์คง วัดไชนาวาส เขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี และเรียน หนังสือไทยกับ พระอาจารย์ช้าง เจ้าอาวาสวัดพระรูปครั้นอายุ 23 ปี ได้เข้าพิธี อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดไชนาวาส โดยมี พระครูสมณะการพิสิฐ หลวงพ่อท้วม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูถาวรสุวรรณคุณ หลวงพ่อคำ เป็นพระกรรม วาจาจารย์ และ พระอาจารย์บุญ วัดไชนาวาส เป็นพระอนุสาวนาจารย์

อุปสมบทหลวงปู่ดี จัตตมโล

หลังจากอุปสมบท ได้อยู่จำพรรษาที่วัดพระรูป และมุ่งมั่นศึกษา พระปริยัติธรรม และ พระธรรมวินัย สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี ในปี พ.ศ. 2524 ได้รับแต่งตั้ง จากคณะสงฆ์ จังหวัดสุพรรณบุรี ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระรูปพ.ศ.2488- หลวงปู่ดี ได้ร่วมกับคณะกรรมการวัด พระภิกษุ-สามเณร บูรณปฏิสังขรณ์สิ่งก่อสร้างต่างๆ ภายในวัด เช่น กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ พระอุโบสถพ.ศ.2513

หลวงปู่ดี ได้สร้างพระเครื่อง และ พระบูชาแบบต่างๆ เพื่อหาเงินสร้างวิหารพระพุทธไสยาสน์ โดยท่านได้ตั้งจิตอธิษฐาน จุดธูปเทียนบูชาพระ ชุมนุมเทวดา ก่อนปฏิญาณตนต่อหน้า พระพุทธรูป ว่า ข้าพเจ้าขอสร้างพระชนิดต่างๆ เพื่อนำเงินมา บูรณะวัดพระรูป จะไม่นำเงินส่วนนี้ มาใช้ส่วนตัวเป็นอันขาด ถ้าข้าพเจ้าเอาไปใช้ส่วนตัว ขอให้ตกนรกอย่าได้เกิดมาเป็นมนุษย์อีกเลย

หลวงปู่ดี วัดพระรูป ได้นิมนต์ พระคณาจารย์ รวบรวมดอกไม้ร้อยแปด ว่านร้อยแปด แร่ธาตุต่างๆ และผงกรุต่างๆ นำมาสร้างพระเครื่องขึ้น ดังนี้ พระผงสุพรรณ พระนางพญา พระซุ้มกอ พระสมเด็จ พระรอด พระกำแพงศอก, และโลหะพิเศษต่างๆ พระที่ชำรุด และมวลสาร ที่มีคนนำมาถวาย โดยมีพิธีพุทธาภิเษกครบไตร มาส 3 เดือนเต็ม จึงได้นำออกมาให้เช่าบูชาพระเครื่องทุกแบบ ทุกพิมพ์ ทุกรุ่น ที่หลวงปู่ดีสร้างปรากฏว่า

ได้รับความนิยม เป็นที่เลื่อมใสศรัทธา ของชาวเมืองสุพรรณบุรี จนกระทั่งถึงระดับประเทศ ได้ชื่อว่า เป็นพระเกจิอาจารย์ ชื่อดังระดับประเทศอีกรูปหนึ่ง ที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา สามารถกราบไหว้ ได้อย่างสนิทใจ หลวงพ่อดีท่านเล่าให้ฟังว่า ท่านได้เข้าไปใน พระอุโบสถและตั่งสัตย์ปฏิญาณว่า “ลูกไม่มีเงินที่จะพัฒนาวัด และเกินกำลังเหลือเกินจะขอสร้างวัตถุมงคลเพื่อหารายได้เข้าวัด ขอให้วัตถุมงคลนี้มีเมตตา บารมี

และศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้ผู้ที่มาเช่านำ ไปใช้เกิดศิริมงคล ลูกขอทำวัตถุมงคลนำเงินมาบูรณะวัดพระรูปให้ เจริญก้าวหน้าต่อไป ในการสร้างพระเครื่องพิมพ์ต่าง ๆ ท่านได้นำพระพิมพ์ต่าง ๆ ที่แตกหักจากเจดีย์ต่าง ๆ ทั่วเมืองสุพรรณ โดยเฉพาะพระชำรุดหักของวัดบ้านกร่าง วัดพระรูป และวัดมหาธาตุ พระผงสุพรรณ มาเป็นส่วนผสมในมวลสาร

หลวงปู่ดี จัตตมโล ศึกษาพระไตรปิฎก

หลวงปู่ดี จัตตมโล

เมื่อทรงศึกษาพระไตรปิฎกโดยละเอียด ก็ทรงพบว่าข้อปฏิบัติทางพระธรรมวินัยของภิกษุ บางหมู่ในเวลานั้น มีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปจากพระธรรมวินัยมาช้านานแล้ว จึงสลดพระทัย ในการจะทรงเพศบรรพชิตต่อไป วันหนึ่งเสด็จเข้าสู่พระอุโบสถ วัดมหาธาตุ ทรงอธิษฐานขอให้ได้พบวงศ์บรรพชาอุปสมบท ที่บริสุทธิ์สืบเนื่องมาแต่พระพุทธเจ้าแต่ดั้งเดิมภายใน 7 วัน มิฉะนั้นจะทรงเข้า พระทัยว่าพระพุทธศาสนา ที่บริสุทธิ์สิ้นแล้ว

ก็จะลาสิกขาเสียจาก สมณเพศไปเป็นฆราวา สรักษาศีลห้าศีลแปด ครั้นผ่านไปได้สักสองสามวัน ก็ได้ทรงได้ยินข่าว พระเถระชาวรามัญ มอญ รูปหนึ่งชื่อ ซาย พุทฺธวํโสซาย ในภาษามอญว่าหมายถึง น้ำผึ้งอุปสมบทมาจากเมืองมอญ ได้เป็นพระราชาคณะที่ พระสุเมธมุนี และเป็นเจ้าอาวาสวัดบวรมงคล 

หรือมีชื่อที่เรียกกันทั่วๆ ไปว่า วัดลิงขบ เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตรงกันข้ามกับวัดสมอราย เป็นผู้ชำนาญในพระวินัยปิฎกและประพฤติปฏิบัติอย่างเคร่งครัด จึงเสด็จ ไปทรงศึกษาด้วย พระสุเมธมุนีได้ทูลอธิบายถึงวัตรปฏิบัติ ของคณะสงฆ์รามัญ นิกายสีมากัลยาณี ที่ท่านได้อุปสมบทมาให้ทรงทราบ อย่างละเอียด ชี้ให้เห็นชัดว่าวงศ์บรรพชาอุปสมบทนี้มีเชื้อสาย มาจากพระอนุรุทธเถระ พระอรหันตสาวกในสมัยพุทธกาล

ผู้เป็นเลิศทางด้านทิพยจักษุ หรือตาทิพย์ เชื่อมโยงมาจนถึงพระอุปัชฌาย์ของพระสุเมธมุนีได้ 88 ชั่วคนแล้ว ทรงพิจารณา เห็นว่าถูกต้องตามพระพุทธพจน์ที่ทรง ศึกษาจากพระไตรปิฎก จึงมีพระราชศรัทธาที่จะประพฤติตามแบบ พระมอญ และเนื่องจาก ทรงพิจาณา เห็นว่าอุปสมบทวิธีตามแบบรามัญน่าจะถูกต้องตาม พระพุทธบัญ ญัติมากที่สุด

ในเวลานั้น จึงทรงทำทัฬหีกรรม คือ ทรงอุปสมบทซ้ำในคณะสงฆ์รามัญนิกายสีมากัลยาณีอีกครั้งหนึ่ง ณ วัดสมอราย โดยมีพระสุเมธมุนี ซาย พุทฺธวโสเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อ พ.ศ.2368 อันเป็นปีที่ทรงผนวชได้ 2 พรรษา และเสด็จกลับไปประทับ อยู่ที่วัดมหาธาตุตาม เดิมนั้นเองครับ

มรณภาพละสังขาล

ชาวเมืองสุพรรณบุรี จนกระทั่ง ถึงระดับประเทศ ได้ชื่อว่า เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังระดับ ประเทศอีกรูปหนึ่ง ที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาสามารถกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ จนกระทั่ง เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 18 ก.พ.51 หลวงปู่ดีได้ละสังขารสิริอายุ 96 ปี พรรษา 73 ลูกศิษย์ท่านมี ทั้งเจ้านายผู้ใหญ่ คนร่ำรวย และคนยาก คนจนแต่ท่าน ก็สงเคราะห์ลูกศิษย์เท่าเทียมกัน ไม่มีใคร เป็นศิษย์คน พิเศษแต่อย่างใด ทุกวันนี้ท่านยัง อยู่ในใจคนที่เคารพท่านเสมอ ทุกวันนี้ถ้าไม่ติดโควิทระบาด ผู้คนเต็มวัดเช่นเคยครับ

ขอขอบคุณบทความชีวประวัติ เกจิอาจารย์ดัง โดย ufabet168

อ่านบทความดีๆ เพิ่มเติมได้ที่ >> คลิ้ก!!