Categories
รวมบทความ

พระราชมงคลวัชราจารย์

พระราชมงคลวัชราจารย์

พระราชมงคลวัชราจารย์

พระราชมงคลวัชราจารย์ โปรดเกล้าฯตั้งสมณศักดิ์

พระราชมงคลวัชราจารย์ โปรดเกล้าฯตั้งสมณศักดิ์ เป็น พระราชมงคลวัชราจารย์ โดยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตรถวายแด่พระราชมงคลวัชราจารย์ (หลวงปู่พัฒน์ ปุญญกาโม) ณ วัดธารทหาร อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์

พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทาน สัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร

กิติสิริสมบูรณ อดุลยเดช สยามินทราธิ เบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรด พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์

พระราชาคณะ  พระครูนิวิฐปุญญากร (หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน) วัดธารทหาร จ.นครสวรรค์ เป็น พระราชมงคลวัชราจารย์ (หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน) วัดธารทหาร จ.นครสวรรค์ เป็น พระครูนิวิฐปุญญากร เป็น พระราชมงคลวัชราจารย์ ไพศาลศาสนกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดธารทหาร จังหวัดนครสวรรค์ มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1

พระราชมงคลวัชราจารย์

วันที่ 28 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี อันเชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตรถวายแด่พระราชมงคลวัชราจารย์ หลวงปู่พัฒน์ ปุญญกาโม ณ วัดธารทหาร อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์

ชีวิตในวัยเยาว์

เมื่อเด็กชายพัฒน์ เติบโตขึ้นจนอายุได้ 5 ขวบ ขณะนั้น ทางบ้านสระทะเลได้ เกิดภัยแล้งขึ้น ทำให้ครอบครัว ต้องอพยพไปทำนา ที่บ้านหนองเนิน อ.ท่าตะโก ซึ่งชาว บ้านแทบทั้งหมด เป็นไทยทรงดำ ครอบครัว ของท่านทำนา อยู่ที่นั่น ได้เพียง 3 ปี อยู่ๆไม่รู้นายพุฒ บิดาของ เด็กชาย พัฒน์ คิดอย่างไร จึงย้ายมา ทำนา ที่บ้านหนองหลวง

หรือเป็นเพราะชะตา ฟ้าลิขิต ให้เป็นดังคำกล่าว ของหลวง พ่อเทศเนื่องจาก ในเวลานั้น หลวงพ่อเดิม และ หลวงพ่ออิน ได้นำช้าง ทั้งเจ้าคูณและนางบัวบาน มาร่วมกันสร้าง เสนาสนะ ให้วัดหนองหลวง อยู่พอดี เมื่อหลวง พ่อเดิม รู้ว่าเด็กชายพัฒน์ มาอยู่ที่บ้านหนองหลวง จึงขอให้หลวงพ่ออิน หลวงพ่ออิน เป็นศิษย์ ผู้น้องหลวงพ่อเดิม

ซึ่งสนิท กับครอบครัว ของเด็กชายพัฒน์ ไปขอเด็กชายพัฒน์ มาเป็นลูกศิษย์ อยู่ที่วัดหนองหลวง เหตุนี้เอง ที่ทำให้เด็ก ชายพัฒน์ ได้ใกล้ชิดกับหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ โดยหลวง พ่อเดิม มักจะเรียกเด็กชายพัฒน์ไปบีบนวด และสอนคาถาสั้นๆ ให้ท่องจำ เสมอๆจน คุ้นเคยกัน

เด็กชายพัฒน์ มีความชื่นชอบ ในทางพระ และท่านก็ตั้งใจ ฝักใฝ่ในกรรมฐาน และ พุทธาคม พอมีเวลาว่าง จากการ ช่วยพ่อแม่ ทำไรทำนา เด็กชายพัฒน์ ก็มัก ชอบไปอยู่กับหลวงลุงหมึก เพื่อเรียน กรรมฐานและวิชาอาคม ทุกครั้งไป ทั้งๆที่เด็กหนุ่มๆ ในวัยนั้นทุกคน มักจะสนใจแต่สาวๆ

แต่เด็กหนุ่มอย่างนาย พัฒน์กลับคิดอยาก จะบวชเป็นพระ ในขณะที่หลวงลุงหมึก ได้ลาสิกขา จากพระมาเป็น อาจารย์ฆราวาส เมื่อบวชแล้วพระพัฒน์ ก็ได้เริ่มเรียน นักธรรมตรี และโท ไปได้สักระยะ โดยระหว่างนั้นหลวงพ่อเดิม ได้ไปสร้าง เสนาสนะและโบสถ์ อยู่ที่ วัดอินทราราม

วัดของ หลวงพ่อแก้ว พระอุปัชฌา ของหลวงพ่อเดิม อยู่ติดกับวัดเขาแก้วโดยมีเพียงถนนกั้น เมื่อหลวงพ่อเดิม รู้ว่านายพัฒน์ บวชเป็นพระพัฒน์แล้ว หลวง พ่อเดิม จึงให้คนมา ตามพระพัฒน์ ไปเรียนพุทธาคมกับท่าน เมื่อพระพัฒน์ ไปพบกับหลวงพ่อเดิม ที่วัดอินทราราม หลวงพ่อเดิมก็เริ่มถ่ายทอดวิชชา กรรมฐานและพุทธาคม เกือบสองพรรษา

พระราชมงคลวัชราจารย์

ปัจจุบัน

ปัจจุบันอายุ หลวงพ่ออายุ100 ปี เกิดเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2465 ที่บ้านสระทะเล ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ บุตรนายพุฒ และนางแก้ว ก้อนจันเทศ อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ.2489 ณ วัดสระทะเล โดยมีพระธรรมไตรโลกาจารย์ หลวงพ่อยอด วัดเขาแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว เป็นพระกรรม วาจาจารย์ พระอธิการชั๊ว วัดสระทะเล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ปุญฺญกาโม”

หลังบวชท่านเริ่ม เรียนนักธรรมตรี และโทไปได้สักระยะ ระหว่างนั้นหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ได้ไปสร้างเสนาสนะ และโบสถ์อยู่ที่วัดอินทราราม วัดของหลวงพ่อแก้ว พระอุปัชฌาย์ ของหลวงพ่อเดิม หลวงพ่อพัฒน์ ได้ไปเรียนกรรมฐานและพุทธาคมกับท่าน

โดยหลวงพ่อเดิม ให้ไปจำวัด อยู่กับหลวงพ่อ กันที่วัดเขาแก้วซึ่ง อยู่ติดกัน เพราะขณะนั้น วัดอินทรารามกำลัง ซ่อมสร้างเสนาสนะอยู่จึงไม่สะดวกในการพัก ท่านจึงต้องเดินไปเช้า เย็นกลับระหว่างวัดทั้งสอง เรียนวิชาอยู่เกือบสองพรรษาจึงจบ

จากนั้นได้ออกธุดงค์ ไปเรียนวิชาทาง เมตตามหานิยมกับ หลวงพ่อชุบ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง จ.อุตรดิตถ์ และรับตำแหน่งเจ้าอาวาสรวมเป็นเวลา 6 ปีรวมเป็น 6 ปี จึงกลับมาจำพรรษาที่วัดสระทะเล ขณะนั้นโยมพ่อโยมแม่ย้ายมาซื้อที่ดินทำนาอยู่แถวบ้านห้วยด้วน ธารทหาร

เมื่อกำนันตำบลธารทหารทราบ เรื่องจึงพาโยมทั้งสอง มาอาราธนาท่านให้มาช่วยพัฒนาวัด หลวงพ่อพัฒน์ก็ตอบตกลงและย้ายมาอยู่วัดธารทหาร(ห้วยด้วน) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 เป็นต้นมาโดยไม่ย้ายไปอยู่วัดอื่นเลย

ขอขอบคุณบทความสาระน่ารู้โดย sagaming66