Categories
รวมบทความ

มีดหมอ หลวงพ่อเดิม

ประวัติ มีดหมอ หลวงพ่อเดิม

มีดหมอ หลวงพ่อเดิม

มีดหมอ หลวงพ่อเดิม หรือ มีดเทพศาสตราวุธ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ นครสวรรค์ ที่ท่านสร้างไว้มี 2 ขนาด มีดหมอ ขนาดใหญ่ เรียกว่า มีดควาญช้าง ขนาดเล็กลงมาเรียกว่า มีดหมอปากกา ใช้พกพาติดตัวได้ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ท่านได้เริ่มสร้าง มีดหมอ มาตั้งแต่ปี 2456 บ้างก็ว่า สร้างราวๆ ปี 2460 ก็แล้วแต่ตำราแต่ละเล่ม ที่ค้นคว้าหา หลักฐานมาได้ คงไม่ได้ต่าง กันมากนัก ในช่วงสมัย แรกๆนั้น

ศิษย์แต่ละ คนต่างว่าจ้าง ช่างทำกันเอง แล้วเอามาให้หลวงพ่อ ลงจารอักขระและ ปลุกเสกให้ ต่อมามีคน สนใจมากขึ้น ทางวัดก็ได้ได้จ้างช่างชาวอำเภอพยุหะคีรี ให้ตีมีดส่งวัด โดยตรง ช่างตีมีดมีหลายคน อาทิ ช่างไข่ ช่างฉิม ช่างสอน ช่างแม้น โดยจะเน้นแกะสลักใบมีด เป็นลายต่างๆ เช่น ลายเทพพนม ลายนาคเกี้ยว ลายน่องสิงห์

ลายกระหนกผีเสื้อ และ ลายเสมาใบโพธิ์ มีดหมอหลวงพ่อเดิม ที่ท่านสร้างนั้น ได้ออกแบบใช้งานอื่นด้วย สำหรับชาวบ้านในยุคนั้น คือ มีดใหญ่ใช้ควาญช้าง บังคับช้างให้เชื่องเพราะ ว่ากันว่า หลวงพ่อเดิม ท่านชำนาญวิชาคชสาร ใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวได้ รวมทั้งฟันหาสมุนไพรในป่า ฯลฯ ในฐานะเครื่องรางของขลัง ก็ถือว่า มีดหมอ

เป็นวัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอดเพราะ ใช้ป้องกันคุณไสย กำบังศัตรู ขับไล่ภูตผีปีศาจ ป้องกันอสรพิษเขี้ยวงา ได้เป็นอย่างดี เรียกว่าใช้ได้สารพัดสรรพคุณ เชื่อกันว่า มีดหมอหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ ยังมีอานุภาพพุทธคุณทางด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรี

รวมทั้งสามารถเสริมสร้างบารมี เป็นมหามงคล แก่ผู้ที่มีไว้สักการบูชาอีกด้วยมีดหมอ อันดับ1 มีดเทพศาสตราวุธ ของวงการนักสะสมสรุปก็คือ มีดหมอหลวงพ่อเดิม มีคุณวิเศษ ครอบจักรวาล เป็น มีดเทพศาสตราวุธ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ นครสวรรค์ ที่ใช้ได้ทุกด้านเลยทีเดียว

หากเราเอ่ยชื่อเกจิ ที่มีชื่อเสียง เกี่ยวกับมีดหมอนั้น ต้องรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ หรือ พระครูนิวาสธรรมขันธ์ หรือ หลวงพ่อเดิม พุทธสโร เพราะท่านคือ เทพเจ้าแห่งนครสวรรค์ ผู้สร้างมีดหมอที่โด่งดังมาก ที่สุดในประเทศไทย ท่านมีลูกศิษย์มาขอศึกษาวิชาพุทธาคมมากมาย

มีดหมอ หลวงพ่อเดิม

ชาตกําเนิด ผู้สร้าง มีดหมอ หลวงพ่อเดิม

ต้นตระกูลของ หลวงพ่อเดิม เป็นชาวนา อยู่ในหมู่บ้านหนองโพ โยมบิดาของท่าน ชื่อ เนียม ภูมณี ส่วนโยมมารดาชื่อ ภู่ โดยโยมบิดาของท่านได้ถือกำเนิดที่บ้านเนินมะกอก อยู่เลยหมู่บ้านหนองโพ ไปประมาณสองสถานี ต่อมาได้แต่งงานอยู่กิน กับโยมมารดา ของหลวงพ่อเดิม ซึ่งเป็นชาวบ้านหนองโพ และพากันย้ายครอบครัวอยู่ที่บ้านโพ 

หลวงพ่อเดิมนั้น เกิดเมื่อวันพุธ แรม 11 ค่ำ เดือน 3 ปีวอก ตรงกับวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2403 และยังพี่น้องร่วมท้องอีก 5 คนคือ นางทองคำ คงหาญ, นางพู ทองหนุน, นายดวน ภู่มณี, นางพันธ์ จันทร์เจริญ, และ นางเปรื่อง หมื่นนราเดชจั่น

ชีวิตเมื่อเยาว์วัย

ชีวิตเมื่อเยาว์วัยของ หลวงพ่อเดิม ได้รับการอบรมสั่งสอน จากวัดหนองโพ โดยสมัยก่อน ชาวนาจักนำ บุตรหลายไปฝาก ฝังที่วัด ในระยะฤดูแล้ง คือระหว่าง เดือน 9-11 เพราะเป็นระยะ ว่างจากงานไร่นา

ต่อมาเมื่อ เข้าสู่ ช่วงวัยรุ่น มีปรากฏในบันทึกว่า ท่านชอบเลี้ยงสัตว์ และชำนาญในเรื่อง นกเขามาก เรียกว่าดูลักษณะและ ฟังเสียงได้คล่อง ว่ากันว่าร่ำเรียนมาจาก นายพราน ดักนกในหมู่บ้าน พุดได้ว่าท่านรักสัตว์ทุกชนิด มาจนบวชแล้ว ก็ยังเลี้ยงสัตว์ ไว้มากมาย

หลวงพ่อเดิม เมื่อรุ่นหนุ่ม จะไปไหนมักจะ เอาผ้าขาวม้า โพกศรีษะอยู่เสมอ เป็นชายที่มีผิวขาว สูงโปร่ง หน้ายาว ศรีษะนูน แต่ที่ต้องโพกผ้าบนศีรษะเพราะท่าน มีผมหยิก เกรงว่าจะโดนล้อเลียน ด้วยความเชื่อคนไทยไม่นิยมคนผม หยิกเท่าไหร่นัก

นอกจากนี้ หลวงพ่อเดิม ก็มีอุปนิยสัยแตกต่าง จากชายหนุ่ม ทั่วไปตรงที่ท่านไม่มีนิสัยติดโลกีย์ ว่ากันว่าอาจจะเป็นกุศล ประจำตัวของท่านที่จะได้บวชเรียน ทำประโยชน์ ให้แก่พระพุทธศาสนา ต่อไปในภายภาคหน้า เรียกว่าท่านนั้นบริสุทธิ์ผุดผ่อง มาก่อนจะเข้า อุปสมบท มีบุญเก่ามาเกื้อหนุนให้ท่านได้ดำเนินตามรอย พระพุทธบาท

ต่อมาเมื่อท่านอายุ ครบบวชแล้ว โยมบิดามารดาได้สอบถามความสมัครใจ ท่านจึงไม่ขัดข้อง ที่สุดแล้วท่านได้เข้าอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดเขาแก้ว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์เมื่อวันอาทิตย์ แรม 13 ค่ำ เดือน 11 ปีมะโรง โทศก ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม 2423 โดยมี หลวงพ่อแก้ว วัดอินทราราม วัดใน เป็นอุปัชฌาย์

มีดหมอ หลวงพ่อเดิม

หลวงพ่อเงิน(พระครูพยุหานุศาสก์)วัดพระปรางค์เหลือง ตำบลท่าน้ำอ้อย อำเภอยุพหะคีรี ครูสวด และ หลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล ตำบลสระทะเล อำเภอพยุหะคีรี คู่สวด ได้รับฉายาทาง พระพุทธศาสนาก็คือ “พุทธสโร”

เมื่อุปสมบท แล้วได้เดินทาง กลับมาจำพรรษาอยู่ ณ วัดหนองโพ เพื่อศึกษาเล่าเรียนตาม ทางที่พระนวกะ จะพึ่งได้รับ

ทั้งนี้ ด้วยความที่ตั้งแต่วัยเด็ก มาจนกระทั่งรุ่นหนุ่ม หลวงพ่อมิเคยได้รับการศึกษาเป็นชิ้นเป็นอันมาก่อน จนกระทั่งได้บวชเรียน ดังนั้นเมื่อมาจำพรรษาอยู่ที่วัดหนองโพ ท่านจึงมีความมานะพยายามเล่าเรียนศึกษาเป็นอันมาก

มรณภาพ ละสังขาล

เมื่อชราภาพคณะสงฆ์จึงได้เลื่อนขึ้น เป็นตำแหน่งกิตติมศักดิ์ ท่านเปรียบเสมือนร่มโพธิ์และร่มไทรที่มีกิ่งก้าน สาขาแผ่ออกไป อย่างไพศาล เป็นที่พึ่งพาอาศัย ของพุทธศาสนิกชน ไม่เลือกชั้นวรรณะ ท่านมรณภาพอย่างสงบในปี พ.ศ.2494 ท่ามกลาง ความโศกเศร้า ของลูกศิษย์ลูกหาและพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย สิริอายุรวม 92 ปี 71 พรรษา

ขอขอบคุณ บทความชีวประวัติเกจิอาจารย์ โดย ufa168

* อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี้ >> https://ufabets5.com/contentandnews/