Categories
รวมบทความ

หลวงปู่กูด รักขิตสีโล

ประวัติ หลวงปู่กูด รักขิตสีโล

หลวงปู่กูด รักขิตสีโล

ชาติกําเนิด หลวงปู่กูด รักขิตสีโล

หลวงปู่กูด รักขิตสีโล นามเดิม นายกูด ค่ำโพธิ์ ท่านเกิดเมื่อวันพุธ ที่ 8 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2459 ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 6 ปีมะโรง ณ บ้านหนองหิน ตำบลหนองหิน อำเภอยโสธร จังหวัด อุบลราชธานี ณ ปัจจุบันเป็น อ.เมือง จ.ยโสธร บิดาชื่อนายชาย ค่ำโพธิ์ มารดาชื่อ นางดี ค่ำโพธิ์ มีพี่น้องร่วมท้อง 7 คนด้วยกัน

สมัยเมื่อท่านวัยเด็ก

สมัยเมื่อวัยเด็ก การศึกษาของท่าน สมัยก่อนนั้น ไม่มีห้องเรียน ท่านต้องเรียนกันตามร่มไม้ ท่านได้เล่าเรียน จนจบชั้นประถม ศึกษาปีที่ 4 ต่อมาบิดา มารดาของท่าน ได้เสียชีวิตลง หลวงปู่เจิ่น จึงรับภาระหน้า ที่เลี้ยงดูน้องๆ ทุกคน น้องๆ ทุกคนจึงมีความ เคารพหลวงปู่เจิ่น เปรียบเสมือนเป็นพ่อแม่ ของตนเอง หลวงปู่เจิ่นบอกว่าน้องๆ ของท่านว่านอน สอนง่ายกันทุกคน หลวงปู่กูดสมัย เป็นฆราวาส ท่านนั้นมีอาชีพทำนา ทําไร่

เมื่อท่านนำวัวควาย ไปกินหญ้าเสร็จแล้ว ท่านมักจะหลบ ไปนั่งภาวนาที่ใต้ต้นหว้าที่ทุ่งนาของ ท่านเป็นประจำทุกๆ วัน ที่นาของหลวงปู่ ได้อยู่ติดกับเพื่อนบ้านท่านหนึ่ง ซึ่งมีอายุต่างกันถึง 10 ปี แต่มีอัธยาศัยที่ตรงกันคือ ชอบสนทนาธรรมะกันนั้นเอง

และมีความคิดอยาก ที่จะอุปสมบท ด้วยกันทั้งคู่ ท่านทั้งสองได้คบค้าสมาคมเป็น เพื่อนสนิท มิตรสหาย กันมาก จนได้เข้ามาอุปสมบทเป็นพระกัมมัฏฐานที่ ปฏิบัติดี ปฏิบัติ ชอบด้วยกันทั้ง 2 รูป เพื่อนของหลวงปู่กูด ที่กล่าวถึง วัดป่าศิลาพร จ.ยโสธร หรือที่รู้จักกัน ในนามหลวงปู่บุญมี วัดป่านาคูณ จ.อุดรธานี

หลวงปู่กูด รักขิตสีโล

อุปสมบท

นับตั้งแต่หลวงปู่กูด ท่านนั้นได้ อุปสมบท ท่านสังเกตว่าทางเดินจงกรมของท่านจะมี กิ้งกือ ตะขาบ งูเพา งูมีพิษ และสัตว์ ที่มีพิษทุกชนิด เมื่อมาเห็นทางเดินจงกรม จะไม่ข้าม ทางจงกรม ของท่านเลย และจะหันหลังกลับทันที ท่านได้เฝ้าสังเกต อยู่เงียบๆ และแผ่เมตตา

ให้กับสัตว์เหล่านี้เป็นพิเศษ เพราะแม้จะเป็นศัตว์เดรัจฉาน ก็ยังรู้ความไม่ย่ำยีตัดทางเดินจงกรมของพระผู้ปฏิบัติ เพื่อความพ้นทุกข์ รวมทั้งเทพ นาคด้วย ก็จะไม่เดินข้าม ทางจงกรม นี้เลย

หลวงปู่กูด ท่านเป็นพระที่มี เทพเทวดา รักเคารพมาก ในเวลากลางคืนจะปรากฏเหตุการณ์ มหัศจรรย์ คือ มีแสงสว่างเจิดจร้า อยู่รอบๆ แสงสว่างนี้สว่างไสวและงดงามมาก มีแต่รอบๆ กุฏิหลวงปู่กูดเท่านั้น ที่แห่งอื่นนั้นไม่มี เห็นเป็นแต่ความมืด เท่านั้นที่ปกคลุมอยู่ ในแต่ละคืน พระเณรไม่เป็นอันปฏิบัติอันใด ทั้งสิ้น จะมาคอยดูแต่ แสงสว่าง

ที่รอบกุฏิหลวงปู่อยู่ เท่านั้น เมื่อหลวงปู่กูดทราบ จึงได้บอกเทพทั้งหลายว่า ให้หยุดการกระทำอันจะเป็นอันตราย แก่พระเณร เพราะการที่ท่านมาพบในลักษณะนี้ ผู้อื่นพบเห็น ก็จะหลงใหลเคลิบเคลิ้ม ไม่เป็นอันทำอะไร ดังนั้น ในคืนถัดมาแสงสว่างจึงไม่มี การที่มีเทพ พรหม มากราบหลวงปู่กูด ก็เพื่อมานิมนต์ขอให้หลวงปู่กูด ปรารถนาพุทธภูมิ ต่อไป เพื่อให้เขาทั้งหลายมีที่พึ่งทางใจสืบไป

เทวดา พญานาค มาขอฟังธรรม


หลวงปู่กูด รักขิตสีโล ท่านได้ขึ้นไปภาวนา อยู่ที่ถ้ำภูยางอู่ ในถ้ำนี้เองเวลากลางคืนได้มีเทพ และนาคมากมายมา ขอสมาทานศีล 5 และขอฟังธรรมจากหลวงปู่กูดด้วย ลักษณะของเทพที่มา มีลักษณะกิริยามารยาทเรียบร้อย หน้าตางดงามมาก นุ่งขาวทั้งชายหญิง เทวดาทรงผมธรรมดา เทพธิดา ปล่อยผมยาว เป็นเด็กก็มี

ส่วนผู้เป็นหัวหน้านั้นเป็นเทพบุตร หลวงปู่กูดท่านนั่ง สมาธิอยู่ลานหินกว้าง เหล่าเทพมาถึง แล้วก็นั่งรอเป็นทิวแถว เป็นระเบียบ เรียบร้อยดีมาก ไม่มีเสียงดังให้ได้ยินเลย หลวงปู่กูด ท่านให้รับศีลและให้ตั้ง อยู่ในพระไตรสรณคมน์แล้ว ท่านไม่ได้เทศน์ สั่งสอนอะไรเลย จึงนั่งสมาธิเงียบๆ อยู่ พวกเทพเห็นดังนั้น ก็นั่งสมาธิกับหลวงปู่กูด ด้วยประมาณ 1 ชั่วโมง จึงกราบลงแล้ว ลากลับไป

เมื่อเทพเหล่านั้น กลับไปแล้ว พวกนาคก็มาหาท่านอีก หัวหน้าก็เป็นชายอีกเช่นเดียวกัน เขาอาราธนาศีล เก่งเหมือน กันหมดทุกคน ไม่ว่าเทพหรือนาค หลวงปู่กูด ก็อัศจรรย์ใจ ยิ่งนักว่า ทำไมเขา ถึงอาราธนาศีลเก่งนัก เหล่าเทพนาคเขาบอกว่าเคยเป็น ลูกศิษย์หลวงปู่มั่น มาก่อน หลวงปู่มั่นท่านสอนให้อยู่ใน ไตรสรณคมน์ มาก่อน จึงอาราธนาศีลเป็น

หลวงปู่กูด รักขิตสีโล

ลักษณะของนาค ที่มานั้น มาเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมือนกัน ต่างกันก็ตรงเครื่องนุ่งห่ม โดยสีผ้าของนาค นี้มีสีผ้าคล้ายใยบัว แต่ไม่คล้ำนัก ผมไม่ดกบางๆ แต่งตัวเรียบร้อย เหมือนกับแขกอินเดีย โพกหัวด้วยผ้าบางๆ สีคล้ายสีชมพู แต่อ่อนมาก

มรณภาพ ละสังขาล

โลกนี้ดุจ หม้อกระทะ ใหญ่ที่ค้างไว้ตลอด กาลช้านานแล้ว ใครเกิดมาก็มาตกอยู่ในกระทะใหญ่นี้โดยไม่รู้สึกตัว ยิ่งตกยิ่งมัวยิ่งเมา โดยไม่รู้ตัว ดีชั่วไม่คำนึงถึงอันตรายทั้งสิ้น สมัยใดหรือยุคใด ก็ตามย่อมเจริญแต่ความมึนเมา เอาตัวรอดจากตาข่าย ไม่ค่อยได้ ตกอยู่ใน

หลุมเพลิงอย่างไร ก็ชอบอย่างนั้น ตกอยู่ในโอกแอ่งแก่งกันดาร เท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักเต็มไม่รู้จักคลาย โลกทั้งหลาย ก็เป็นอย่าง นี้มาแต่อดีตชาติ และอนาคตก็จะเป็นอยู่อย่างนี้ โอวาทธรรมคำสอน หลวงปู่กูด รักขิตสีโล

หลวงปู่กูด ละสังขาร ลงเมื่อ วันพระแรม 8 ค่ำ เดือน 9 ปี ขาล เมื่อเวลา 10.45 น. นั้นตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ.2553 ณ วัดป่าศิลาอาสน์ ต.หนองหิน อ.เมือง จ.ยโสธร สิริอายุ 94 ปี 3 เดือน

ขอขอบคุณบทความดีๆ โดย ufa168