Categories
รวมบทความ

หลวงปู่ฟัก สันติธัมโม

ประวัติ หลวงปู่ฟัก สันติธัมโม เกจิแห่งเมือง จ.จันทบุรี 

หลวงปู่ฟัก สันติธัมโม

หลวงปู่ฟัก สันติธัมโม ท่านจะเป็นด้วยหลวงตามหาบัวหยั่งรู้ว่า พระอาจารย์ฟักจะต้องออกไปจากวัดป่าบ้านตาด เพื่อไปดูแลโยมบิดามารดาของพระอาจารย์ฟักหรือเปล่าไม่มีใครทราบได้

เพราะอยู่ๆ ท่านก็อนุญาตให้ออกไปปลีกวิเวกได้โดยพระอาจารย์ฟักไม่ได้ร้องขอ เมื่อหลวงตาให้โอกาส ท่านก็ออกเดินทางจากวัดป่าบ้านตาดในปีพ.ศ. 2510 โดยไม่คาดคิดว่าจะไม่ได้กลับมารับใช้หลวงตาเหมือนแต่เดิมมา

บ้านสามผานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี และบริเวณพื้นที่อาณาเขตของบ้านสามผานก็มีภูเขาเล็กๆ ชื่อว่า “เขาน้อย” ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “วัดพิชัยพัฒนาราม (เขาน้อยสามผาน)” หนึ่งในวัดป่าสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่ได้สืบทอดวิถีชีวิตและวัตรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด 

วัดพิชัยพัฒนาราม (เขาน้อยสามผาน)ในอดีตเป็นเพียงที่พักสงฆ์ มูลเหตุเกิดจากในสมัยที่ท่านพ่อลี ธัมมธโร วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินธุดงค์ผ่านมาทางนี้และเห็นว่าที่ดินบนเขานอกจากจะเป็นที่รกร้างไม่มีใครเป็นเจ้าของแล้วยังเหมาะสมสำหรับเป็นที่ปฏิบัติธรรม ท่านจึงมีดำริและกำหนดให้สร้างสำนักสงฆ์ขึ้นบนยอดเขาแห่งนี้ครับ 

ชาติกําเนิดหลวงปู่ฟัก สันติธัมโม

พระครูสันติวีรญาณ (ฟัก สฺติธมฺโม) หรือ หลวงปู่ฟัก นามเดิมท่านคือ สุขจิตร์ พูลกะสิน เป็นบุตรของ คุณพ่อสังข์ และ คุณแม่เจน พูลกะสิน เกิดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2478 ณ บ้านเลขที่ 1 หมู่ 4 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

จากคำบอกเล่าของคุณยายท่านหนึ่ง เพื่อนและญาติรุ่นพี่สมัยเป็นฆราวาส กล่าวว่า ตอนเด็กพระอาจารย์ฟักท่านอ้วนขาวเหมือนลูกฟัก จึกถูกเรียกว่า ฟัก แต่พ่อแม่เรียกว่า หนู มีน้องสาวหนึ่งคนชื่อ แฟง เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก อายุยังไม่ถึง 9 ขวบ ท่านเลยกลายเป็นลูกโทนไปโดยปริยาย

อุปสมบท หลวงปู่ฟัก สันติธัมโม

หลวงปู่ฟัก สันติธัมโม

งานฉลองกึ่งพุทธกาลเกิดขึ้นเมื่อคืนวันวิสาขบูชาที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2499 ได้ประกาศหลังแสดงพระธรรมเทศนาจบลงว่า “เราจะจัดงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษในปี 2500 ที่วัด อโศการาม

ท่านย้ำเหตุที่จะทำงานนี้ว่า 1.ช่วยหมู่คณะ 2.เพื่อเกียรติพระศาสนา 3. เพื่อรักษาข้อปฏิบัติให้ไปสู่จุดหมายคือพระนิพพาน

แผนงานเบื้องต้นของท่านในครั้งนั้นมี 4 ประการ คือ 1.สร้างพระหนึ่งล้านองค์เพื่อแจกผู้มาร่วมงานและบรรจุลงเจดีย์ 2.สรางพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย 3.อุปสมบทพระภิกษุ 80 รูป บรรพชาสามเณร 80 รูป บวชนุ่งขาวถือศีล 8 (อุบาสก) 80 คน อุบาสิกา 80 คน ถเมีจำนวนเกินที่กำหนดไว้ยิ่งดี การบวชมี 7 วันเป็นอย่างต่ำ 4.สร้างพระเจดีย์ไว้เป็นที่ระลึกในงานสำคัญนี้

ผลของการจัดงานครั้งนั้นได้มีคุณูปการอย่างเอเนกอนันต์ต่อพระพุทธศาสนาและพุทธศาสนิกชนจนถึงทุกวันนี้ เพราะได้ให้กำเนิดพระสุปฏิปันโน ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติชอบ เพื่อความรู้ยิ่ง หนึ่งในนั้น คือ “หลวงปู่ฟัก” ท่านในวัย 22 ปี เป็นหนึ่งใน 637

ชายหนุ่มที่อุปสมบทในงานฉลองกึ่งพุทธกาล ณ วัดอโศการาม เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2500 มีพระอาจารย์สีลา อิสสโร วัดป่าอิสระธรรม จังหวัดสกลนคร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระประจักษ์ โอภาโส วัดป่าดาราภิรมย์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า สนฺติธมฺโม” ความหมายคือ ธรรมะเพื่อความสงบ

ศึกษาธรรม

หลังจากสิ้นท่านพ่อลีในปี พ.ศ. 2504 แล้ว ท่านจึงเดินทางไปจำพรรษาที่วัดป่าบ้านตาด ซึ่งในช่วงนั้นถือเป็น “บ้านตาดยุคแรก” เพิ่งสร้างวัดป่าบ้านตาดได้ไม่นาน ลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัวมีหลายรุ่นมาก จึงมาการจำแนกไว้ 4 ยุค คือ

1.ยุคบ้านห้วยทราย” ช่วงที่หลวงตามหาบัวจำพรรษาที่วัดป่าห้วยทราย อำเภอคำชอี จังหวัดมุกดาหาร คือยุคก่อนสร้างวัดป่าบ้านตาด อยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2494-2498 ลูกศิษย์ในยุคนั้นเป็นระดับครูบาอาจารย์อาวุโสที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันหลายท่าน อาทิ หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดป่ากุง จังหวัดร้อยเอ็ด ,หลวงปู่ลี กุสลธโล วัดถ้ำผาแดง จังหวัดอุดรธานี เป็นต้น

2.หลังจากหลวงตามหาบัวได้พาโยมแม่ออกบวช และน้ำคณะไปสร้างวัดที่สถานีทดลอง จังหวัดจันทบุรี ตามที่ญาติพระอาจารย์เจี๊ยะ จุนโท ถวายที่ดิน รวมทั้งไปพำนักที่วัดเขาน้อยสามผานระยะหนึ่งแล้วก็ได้กลับมาสร้างวัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี เมื่อ พ.ศ. 2499 เพราะโยมแม่ไม่ค่อยสบายและสุงวัยมากแล้ว ไม่สะดวกที่จะเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ ยุคนี้เป็นช่วงเวลาที่หลวงตามหาบัวได้เน้นการสอนพระเป็นพิเศษ

ครูบาอาจารย์ที่อยู่ร่วมกันในเวลานั้นก็มี อาทิ หลวงปู่ทอง จันทสิริ วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ หลวงปู่ฟัก สนฺติธมฺโม วัดเขาน้อยสามผาน จังหวัดจันทบุรี คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ เป็นต้น

3.บ้านตาดยุคกลาง ช่วง พ.ศ. 2511-2528 4.บ้านตาดยุคปัจจุบัน เริ่มจาก พ.ศ. 2529 จนถึงปัจจุบันหลวงปู่ฟักเข้าสู่วัดป่าบ้านตาดพร้อมพระอาจารย์แสวง โอภาโส ซึ่งท่านเป็นสหธรรมมิกของหลวงปู่ฟัก ที่ไม่เพียงแต่อุปสมบทเป็นคู่นาคซ้ายขวา

ร่วมกันตั้งแต่ในงานฉลองถึ่งพุทธกาลที่วัดอโศการาม หากแต่ยังมาอยู่พร้อมกันที่วัดป่าบ้านตาดและไปอยู่บุกเบิกสร้างวัดเขาน้อยสามผาน กับหลวงปู่ฟัก กระทั่งมรณภาพที่นั่น นับเป็นกัลยาณมิตรองค์สำคัญของหลวงปู่ฟักอย่างยิ่ง

หลวงปู่ฟัก สันติธัมโม

ก่อนหลวงปู่ฟักจะมาถึงวัดป่าบ้านตาดไม่กี่วัน หลวงตามหาบัวได้ถามคุณแม่ชีน้อม ซึ่งพูดภาษาภูไทว่า เมื่อคนฝันผิเร่อฝันอะไร คุณแม่ชีท่านกราบเรียนว่า ฝันว่าได้ครกตำผักหุ่งตำมะละกอจากจันทบุรีผิวนอกอุยุอะยะ ขรุขระ แต่ผิวในเนียนเรียบ หลวงตามหาบัวถามเลี้ยงพระได้ทั้งวัดบ่ คุณแม่ชีน้อมตอบว่า เลี้ยงได้ทั่วอยู่หลวงตามหาบัวถามต่อได้เบิ่งดูข้างในไหม” คุณแม่ชีนอมกราบเรียนว่า จิตเพิ่น หลวงปู่ฟักผ่องใสดี

มรณภาพ ละสังขาล

เวลาประมาณ 6.30 น.ของวันที่ 8 มิถุนายน 2553 ที่บ้านสันติธรรม กรุงเทพฯ พระอุปัฏฐากได้พยุงหลวงปู่ฟักเข้าห้องน้ำ ท่านเริ่มมีอาการอ่อนแรง พูดไม่ชัด พระอุปัฏฐากได้ประคองท่านมาที่เตียงอย่างระมัดระวัง จากนั้นได้เรียกรถพยาพาล นำท่านส่งโรงพยาบาลศรีวิชัย 2 ซึ่งอยู่ใกล้บ้านที่พัก เพื่อใส่ท่อช่วยหายใจ

และทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง พบว่ามีเส้นเลือดในสมองแตก จากนั้นได้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลธนบุรี 1 แพทย์ได้อธิบายว่า จากผลการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบว่า มีเส้นเลือดในสมองแตกขนาดใหญ่เกือบครึ่งสมอง และแตกในจุดสำคัญที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย การผ่าตัดคงไม่สามารถช่วยชีวิตท่านพระอาจารย์ได้ โอกาสรอดชีวติน้อยมาก

วันที่ 9 มิถุนายน 2553 หลวงตามหาบัวได้สั่งความมาวันก่อนหน้าแล้วว่า ถ้าไม่ไหวให้นำท่านกลับวัด แต่รุ่งเช้าท่านก็ยังมีอาการทรงตัว ไม่มีใครกล้าย้ายท่านไปไหน จนความดันเริ่มตกในช่วงเที่ยงและเมื่อเวลา 14.00 น. สัญญาณชีพจรของท่านก็หยุดลง สิริรวมอายุได้ 74 ปี 7 เดือน 29 วัน 53 พรรษา

ขอขอบคุณบทความชีวประวัติเกจิอาจารย์ โดย ufabet168

*บทความส่งเสริมเงินในเป๋า >> คลิ้ก