Categories
รวมบทความ

หลวงปู่สารณ์ สุจิตโต

ประวัติ หลวงปู่สารณ์ สุจิตโต

หลวงปู่สารณ์ สุจิตโต

ชาติกําเนิด หลวงปู่สารณ์ สุจิตโต

หลวงปู่สารณ์ สุจิตโต ท่านนั้น เกิดเมื่อวันศุกร์ พุทธศักราช 2424 ที่บ้านสังข์ อ.มหาชนะชัย จ.อุบลราชธานี (ปัจจุบัน อ.ค้อวัง จ.ยโสธร) ช่วงวัยเด็กได้อาศัยเรียนกับพระภิกษุ ที่วัดบ้านสังข์

ชิวิตวัยหนุ่ม และอุปสมบท


ก่อนที่จะสู่เพศบรรพชิต หลวงปู่สารณ์ สุจิตโต ขณะอายุได้ประมาณ 25 ปี ท่านได้แต่งงานมาแล้วกับนางออน คนบ้านติ้ว (ต.กุดน้ำใส อ.ค้อวัง จ.ยโสธร)
มีบุตรธิดาด้วยกัน 2 คน เป็นหญิง 1 ชาย 1 ท่านได้เลี้ยงดูครอบครัวท่านเป็นอย่างดี หลวงปู่สารณ์ สุจิตโต ท่านเป็นนายฮ้อย พ่อค้าวัวควาย มีฐานะพออยู่พอกินในหมู่บ้านติ้ว เวลาที่ท่าน ไปหาปลากับพ่อตา โดยหลวงปู่สารณ์ สุจิตโต  เป็นผู้พายเรือและพ่อตาเป็นผู้ทอดแห

แล้วปลาที่หามาได้ ท่านหลวงปู่ก็มัก จะปล่อยลงน้ำไป เอาแต่ตัวที่มันตายกับมาบ้าน ท่านทำบ่อยครั้งจึง ทำให้พ่อตาไม่พอใจ โดยท่านให้เหตุผลว่าสงสารปลาตัวที่มันดิ้นหรือ กระโดดแรงๆ ด้วยที่ท่านเป็นผู้มีจิตเมตตาต่อสัตว์โลก เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

หลวงปู่ท่านเป็นศิษย์ รุ่นใหญ่ ของพ่อแม่ ครูอาจารย์มั่น ภูริทัตโต แม่ทัพธรรมแห่งภาคอีสาณ เมื่อผมไปสืบค้น ประวัติในหนังสือบูรพาจารย์ ที่มูลนิธิพระอาจารย์มั่นพิมพ์ออกมา ก็พบชื่อหลวงปู่สาร ชาวอุบลราชธานี ว่าเป็นศิษย์ยุคต้นที่มาเยี่ยมเยียนหลวงปู่มั่นด้วย

หลวงปู่สารณ์เป็น เถระผู้ใหญ่ เป็นอาจารย์ ของหลวงปู่พรหม จิรปุญโญ วัดป่าประสิทธิธรรม ผู้ที่หลวงปู่มั่น กล่าวว่าสำเร็จเร็วกว่าหมู่ โดยเป็นผู้ชักชวนผู้ใหญ่พรหมในขณะนั้นให้ออก บวชอีกทั้งหลวงปู่ยังเป็นผู้เริ่มสร้างวัดดอยแม่ปั๋ง ก่อนหลวงพ่อหนู และหลวงปู่แหวน จะไปพำนักอยู่

เมื่อกับมาจำพรรษาที่บ้านสังข์อิทธิปาฏิหารย์และเรื่องเล่ามากมายได้เป็นที่กล่าวขวัญของชาวบ้าน

พ่อใหญ่แพทย์ได้เล่า ให้ผมฟังว่า หลวงปู่เคยเล่าเรื่อง ตอนธุดงค์ให้ฟังว่า ครั้งที่ภาวนาอยู่ภูเก้าตาดโดน ได้มีงูใหญ่มา กินตัวท่านเข้าไปถึงครึ่งตัว (ไม่แน่ใจว่านิมิตหรือเหตุการณ์จริง) ความที่หลวงปู่มีอาคมแก่กล้า ท่านก็ได้ใช้สารพัดคาถาพระเวทย์ ไล่งูนั้นเสีย

แต่อย่างไรงูก็ไปหยุดการ กลืนกินองค์ท่าน สุดท้ายสิ่งที่ทำให้ ท่านรอดมาได้นั้นคือ พ่อจ๋า แม่จ๋า นั่นคือคุณพระบิดา คุณพระมารดา ที่หาคณานับไม่ได้ ท่านจึงอบรมสั่งสอนศิษย์เรื่องนี้เสมอ

ศิลปกรรมล้ำค่าในเขตสังฆาวาส


ศิลปกรรมในเขต สังฆาวาสส่วน ใหญ่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4เพื่อเป็นพระตำหนัก ที่ประทับ ของพระมหากษัตริย์ขณะทรงผนวชในวัดนี้ พระตำหนักต่างๆ ที่อยู่ในคณะพระตำหนัก ประกอบด้วย พระตำหนักปั้นหยาพระตำหนักจันทร์ พระตำหนักเพ็ชร พระตำหนักทรงพรต พระตำหนักเดิม (พระตำหนักใหญ่)พระตำหนักซ้าย พระตำหนักล่าง พระตำหนักบัญจบเบญจมา และหอสหจร

ความเป็นมาของ พระตำหนักต่างๆ เริ่มจาก พระตำหนักปั้นหยา
พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงสร้างพระราชทาน
พระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฏฯ เมื่อทรงอาราธนา ให้เสด็จมาประทับ ที่วัดแห่งนี้
และประทับอยู่ที่พระตำหนักปั้นหยา ตลอดระยะเวลาแห่งการผนวช
โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อมาจากสวน ขวาในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยพระบาท สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2

ต่อมา พระตำหนักนี้ได้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และเจ้านายทุกพระองค์ที่ทรงผนวชและเสด็จประทับ อยู่ที่วัดแห่งนี้รูปทรงของพระตำหนักเป็นตึก 3 ชั้น สถาปัตยกรรมแบบยุโรปก่ออิฐถือปูน หน้าจั่วประดับด้วยกระเบื้องเคลือบภายในแบ่งเป็นห้องพระ ห้องพระบรรทม

หลวงปู่สารณ์ สุจิตโต

และห้องทรงพระอักษรอีกทั้งยังมี คำจารึกที่แผ่นศิลาในพระตำหนักปั้นหยาชั้นล่างพระตำหนักปั้นหยาตั้งอยู่ทาง ซ้ายมือของคณะพระตำหนักต่างๆ
เป็นเขตหวงห้ามสำหรับสตรี คือห้ามมิให้สตรีเพศขึ้นพระตำหนักนี้ถัดจากพระตำหนักปั้นหยาคือ พระตำหนักจันทร์เป็นพระตำหนักที่พระบาสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

ทรงสร้างด้วยทรัพย์ ส่วนพระองค์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจันทราสรัทธาวาส กรมขุนพิจิตเจษฐฃฏาจันทร์ถวายเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระวชิรญาณวโรรสในบริเวณพระตำหนักจันทร์ด้านทิศตะวันออก

ติดกับรั้วเหล็กมีศาลาเล็กๆมีพาไล 2 ด้าน ฝาล่องถุนก่ออิฐถือปูน โถงเป็นเครื่องไม้ หลังคามุงกระเบื้องศาลาหลังนี้เดิมเป็นพลับพลาที่ประทับของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงสร้างไว้ในสวนพระราชวังเดิมแล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมาปลูกไว้ เมื่อปี พ.ศ. 2452

ปาฏิหาริย์และความอัศจรรย์บางอย่าง ของ หลวงปู่สารณ์ สุจิตโต

หลวงปู่สารณ์ สุจิตโตท่านเป็นศานุศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต มีความเล่าขานต่อกันมาในอดีตท่านได้แสดงปาฏิหาริย์ และสร้างความอัศจรรย์ให้ปรากฎหลายอย่าง เช่น หากมีบุคคลจะไปวัดเพื่อพบท่านหลวงปู่สารณ์ ด้วยเรื่องอะไรท่านมักจะรู้ล่วงหน้า แม้เราคุยกันเรื่องอะไรท่านจะทราบ และ ถามกลับไป ทําให้ผู้พบเห็นงงในความสามารถ และสร้างความศรัทธามากขึ้

มีครั้งหนึ่งขณะที่หลวงปู่สารณ์ สุจิตโต นั่งสมาธิปฏิบัติ ธรรมกัมมัฏฐานอยู่ในช่วงดึกสงัดในป่าทึบ พระรูปอื่น ที่นั่งอยู่ใกล้ ได้เห็นงูเหลือมใหญ่ เลื้อยมาพันรอบตัวท่านหลวงปู่ จนมองเกือบ จะไม่เห็นองค์ท่านนานพอควร ท่านหลวงปู่สารณ์ ก็มิได้ตื่นตกใจกลัวแต่อย่างไร มีแต่แผ่เมตตาแก่สัตว์เหล่านั้น ในที่สุดงูร้าย ก็มิได้ทำอันตรายแก่หลวงปู่เป็นที่อัศจรรย์ยิ่ง

บ่อยครั้งที่ชาวบ้านนิมนต์ท่านไปนั่งตรง ที่ชาวบ้านเชื่อว่ามีสิ่งเร้นลับหรือภูติผีต่างๆ เพื่อที่จะได้ทำมาหาเลี้ยงชีพได้สะดวก บางครั้งท่านก็ให้โชคลาภ สําหรับผู้มีบุญ เช่น บางคนฟังเทศนาท่าน แล้วนําไปแปลเป็นเลข แล้วแทงหวยถูก ข้างล่างข้างบนหลายราย

ความเลื่อมใส ศรัทธา ของชาวบ้าน มีต่อท่าน หลวงปู่สารณ์ มากมาย เช่น โยมพรหมและโยมแพง โยมพรหมซึ่งต่อมาก็คือ หลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญ สามีภรรยาคู่หนึ่งที่บ้านดงเย็น จังหวัด อุดรธานี ไม่มีบุตรด้วยกันเลื่อมใสศรัทธาแรงกล้า และ ด้วยบุญญาบารมี ของหลวงปู่สารณ์ บุคคลทั้ง 2 ออกบวชติดตาม โดยบริจาคทาน โค 100 ตัว กระบือ 100 ตัว ข้าวพร้อมยุ้งฉาง 4 ฉาง ติดตามปฏิบัติธรรม กับหลวงปู่สาร์ โดยมิได้ติดยึดอยู่กับความมั่งมีแต่ ประการใด เป็นที่สรรเสริญอย่างยิ่ง

หลวงปู่สารณ์ สุจิตโต

ละสังขาล

อีกเรื่องราว ของหลวงปู่คือ หวย สิ่งที่ทุกคนถวิลหา หลวงปู่ไม่เคยสนับสนุน ครั้งหนึ่งญาติ โยมแต่งดอก ไม้ธูปเทียนไปขอหวย ท่านก็สั่งสอนอยู่เป็นเวลานาน และบอกว่า อาตมาขอ “ห้ามสา” ชาวบ้านฟังก้หมดหวัง แต่ที่ไหนได้ งวดนั้นออกตรงๆ ครับ “ห้าสาม ห้ามสา”ของท่านนั้นเองหวยอีกงวด คนก็มาขอ ท่านก็ว่าให้ไปดูที่ เสากุ้น

คือเสาผุๆพังๆ นอกกุฏิ ญาติโยมก็ขัดก็หากันเต็มที่ ผลที่ได้ ไม่เจอเลขครับ แต่หวยงวดนั้น ออกที่เสากุ้นจริงๆ ศูนย์เก้าครับ นับว่าบุญมีแต่กรรมบังจริงๆก่อนหลวงปู่ มรณภาพท่าน ก็ล่วงรู้วันมรณภาพ จนได้เป้นเหตุให้สร้างเจดีย์ที่ผมเห็นนั่นเอง ได้บรรจุวัตถุศักดิ์สิทธิ์ ลงไปด้วย และท่านก็ให้สร้างต่อให้เสร็จหลวงจาก ท่านมรณภาพไป เพราะท่าน ได้สร้างไว้ครึ่งหนึ่งให้ญาติโยมสานบุญต่อไป

ขอขอบคุณบทความชีวประวัติเกจิชื่อดัง โดย ufabet

เครดิต : https://ufabets5.com/