Categories
รวมบทความ

หลวงพ่อบุญเพ็ง ขันติโก

ประวัติ หลวงพ่อบุญเพ็ง ขันติโก เทพเจ้าแห่งความเมตตา

หลวงพ่อบุญเพ็ง ขันติโก

หลวงพ่อบุญเพ็ง ขันติโก เป็นที่รู้จักในฐานะ พระนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานผู้มีศีลาจารวัตรอันงดงาม และเป็นพระนักเทศนาโวหารผู้มีปฏิภาณไหวพริบดี เทศนาอบรมจิตภาวนา วิปัสสนากรรมฐาน นอกจากนี้ ท่านยังเป็นพระนักพัฒนารับอุปการะการสร้าง และปฏิสังขรณ์เสนาสนะของวัดต่างๆ บำเพ็ญคุณูปการแก่คณะสงฆ์ และเมตตาเกื้อกูลแก่สังคมและประเทศชาติ

ชาติกําเนิดหลวงพ่อบุญเพ็ง ขันติโก

นามเดิมว่า บุญเพ็ง ปิลอง เกิดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2495 ตรงกับ วันจันทร์ขึ้น 15 ค่ำ เดือนสี่ ปีมะโรง วันเกิดอาจจะมีการคลาดเคลื่อน จากความเป็นจริงอยู่บ้าง เติบโตและใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหนองหัวงัว ตำบลนาคูณใหญ่ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม บิดาชื่อนายบุตร ปิลอง

มารดาชื่อ นางวันนี ปิลอง มีอาชีพทำนา หลวงพ่อ จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ ดังนี้ 1.นางพุธ คะมุง 2.นายแพง ปิลอง 3.หลวงพ่อบุญเพ็ง ขันติโก 4.นางอุ่น ปิลอง

อุปสมบท หลวงพ่อบุญเพ็ง ขันติโก

หลวงพ่อท่าน อุปสมบทในวันที่ 3 พฤษภาคม 2492 ที่วัดศรีจันทร ์ธรรมยุต จังหวัดขอนแก่น โดยมี พระพิศาลสารคุณ เป็นพระอุปัชฌายะ พระครูคัมภีรนิเทศ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาสุพจน์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายา กัปปโก ซึ่งแปลว่า ผู้สำเร็จ

เมื่ออุปสมบทแล้วได้จำพรรษาที่วัดเทพนิมิต บ้านบัวบาน เป็นเวลา 2 ปี ในระหว่างนั้น โยมบิดาได้ป่วย และเสียชีวิต ในปีพุทธศักราช 2493

หลังจากจัดการฌาปนกิจศพ โยมบิดาเรียบร้อยแล้ว หลวงพ่อจึงได้เดินทางมาศึกษาปริยัติธรรม และพำนักยังวัดสุทธจินดา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จนถึงเดือนสิงหาคม พุทธศักราช 2494 โยมมารดาเสียชีวิต ท่านจึงเดินทางกลับมายังวัดป่าวิเวกธรรม เพื่อจัดการงานศพของโยมมารดา และท่านก็ไม่กลับ ไปศึกษาปริยัติธรรมอีก ขณะนั้นท่านได้วิทยฐานะเป็น นักธรรมโท

พอหลวงพ่ออายุได้ 22 ปี คุณตาได้ทำบุญให้คุณยาย โดยให้หลวงพ่อบวชเพื่อทดแทนบุญคุณที่ท่านเคย เลี้ยงลูกหลานมา หลวงพ่อได้บวชมหานิกาย ที่วัดชนะสังวร บ้านหนองหัวงัว ตำบล นาคูณใหญ่ ในขณะที่บวชนั้นหลวงพ่อได้พบกับพ่ออุ้ยทิดนาค ทิดในสมัยก่อน

หมายถึงคนที่เคย บวชมาแล้วตั้งแต่ 3 พรรษาขึ้นไปท่าน อยู่บ้านนาเดื่อ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ท่านได้มาเล่าเรื่องธรรมะ ของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ผู้มีญาณพ้นทุกข์ ไปกับธรรมะ ในสมัยนั้นให้ฟัง

ในเรื่องการ ปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน คือหลวงปู่ตื้อ อาจลธัมโม เป็นพระธุดงค์กัมมัฏฐาน สอนศีลธรรม ให้ญาติโยมเข้าใจ ตามรอยหลวงปู่มั่น พ่ออุ้ยทิดนาคท่านฉลาด อดทน บำเพ็ญภาวนา ตามรอยครูบาอาจารย์ แบบกัมมัฏฐาน ศีลธรรมบริสุทธิ์ตาม พระวินัยอย่างเคร่งครัด หลวงพ่อ บุญเพ็งบวชได้ 2 เดือน พ่ออุ้ยทิดนาคได้มาอยู่ ที่วัดด้วยได้ประมาณ 1 เดือน

หลวงพ่อบุญเพ็ง ขันติโก

ท่านได้สอนให้ทำลูกประคำ ไม้แก่นขาม เพื่อให้นำไปภาวนา ในช่วงนั้นจิตประดับอยู่กับพุทธโธอย่างดียิ่ง การทำลูกประคำไม้แก่นขามไม่ใช่ทำได้ง่ายๆทำเสร็จ แล้วก็ให้นำไปบริกรรมพุทธโธ หลวงพ่อบริกรรมอยู่ได้หลายคืนเกือบจะถึงหนึ่งอาทิตย์ ได้นิมิตขึ้น แบบอัศจรรย์ ได้ไปถึงแม่น้ำใหญ่เหมือนกับท้องฟ้า

แล้วเห็นเรือวิ่งมารับ มีผู้ชายคนหนึ่ง รูปร่างใหญ่ อยู่บนเรือได้นิมนต์หลวงพ่อขึ้นบนเรือบอกว่าจะพาไป หลวงพ่อได้ยินก็ขึ้นเรือแล้วเรือก็วิ่งไป หลวงพ่อเพลิดเพลินไม่มีอะไรเหมือน เมื่อมองไปที่ฝั่ง แม่น้ำมองเห็นสาวๆงามตา เรือจอดเทียบท่าน้ำ ผู้ชายคนนั้น ก็ได้นิมนต์หลวงพ่อลง เมื่อเท้าเหยียบพื้น พื้นนั้นเหมือนปูด้วยพรม แต่หลวงพ่อคิดว่าท่านลืมรองเท้า ถ้ามีหินขรุขระ คงจะเจ็บเท้าก็เลยกลับขึ้นไปนั่งเรือตามเดิม

จิตสะดุ้งตื่นขึ้นเหมือนเกิดใหม่ในชีวิต หลวงพ่อมาเล่านิมิตนั้น ให้พ่ออุ้ยทิดนาคฟัง เมื่อพ่ออุ้ยทิดนาคได้ฟังแล้ว ก็ยกมือพนมขึ้นเหนือหัว กล่าวคำสาธุ และท่านก็พูดว่า นั้นแหละคือแดนสวรรค์ นิพพาน ถ้าท่านได้พบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ดีอบรมสั่งสอน ท่านก็จะบรรลุธรรม ถึงขั้นพระนิพพานได้ ซึ่งในขณะนั้นหลวงพ่อยังไม่มี ครูบาอาจารย์คอยชี้แนะ เมื่อหลวงพ่อบวชได้ 3 เดือน ท่านจึงได้ลาสิกขาเพศ ออกไป

ชีวิตการครองเรือน มีคนมาขอให้หลวงพ่อ ไปอยู่ด้วย เพื่อทำมาค้าขายอยู่ที่อำเภอ ศรีสงคราม โยมแม่ของหลวงพ่อ เป็นคนจิตใจกว้างขวางทั้งที่ช่วงนั้นอยู่ในระหว่างการทำนา แต่ท่านก็อนุญาต ให้ไปเพื่อจะได้ไปตามบุญตามกรรม เพื่อลูกจะได้รู้จักบุญรู้จักคุณ โดยให้รักษาศีลธรรมไปด้วย จะได้อยู่รอดปลอดภัย หลวงพ่อค้าขายอยู่ได้

ศึกษาธรรมะกับ หลวงปู่ตื้อ

ต่อมาหลวงพ่อยัง ได้มีโอกาสไป ศึกษาธรรมะกับ หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม ที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และได้สั่งสมความรู้ และไหวพริบปฏิภาณในการแก้ไขปัญหาธรรมะจาก หลวงปู่ตื้อ รวมทั้งด้านอิทธิวิธี ซึ่งหลวงปู่ตื้อท่านมีความเป็นเลิศ ยามว่างหลวงพ่อท่าน จะเล่าให้บรรดาสานุศิษย์ฟังถึงความสงบเย็น ความมุ่งมั่น อดทน ความกล้าหาญ เมตตา และเสียสละของหลวงปู่สิม และปฏิภาณ ไหวพริบ อิทธิฤทธิ์ ของหลวงปู่ตื้อ

ซึ่งหลวงพ่อท่านรับ มาปฏิบัติจนเท่า ทุกวันนี้ต่อมาหลวงพ่อยัง ได้มีโอกาสไปศึกษาธรรมะกับ หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม ที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และได้สั่งสมความรู้ และไหวพริบ ปฏิภาณในการแก้ไขปัญหาธรรมะจากหลวงปู่ตื้อ รวมทั้งด้าน อิทธิวิธีซึ่ง หลวงปู่ตื้อท่าน

มีความเป็นเลิศ ยามว่างหลวงพ่อท่าน จะเล่าให้บรรดา สานุศิษย์ฟังถึงความสงบเย็น ความมุ่งมั่น อดทน ความกล้าหาญ เมตตา และเสียสละของหลวงปู่สิม และปฏิภาณ ไหวพริบ อิทธิฤทธิ์ ของหลวงปู่ตื้อ ซึ่งหลวงพ่อท่านรับมาปฏิบัติจนเท่าทุกวันนี้

มรณภาพ ละสังขาล

หลวงพ่อท่านยังให้ความช่วยเหลือสังคม ในด้านสาธารณสุข ด้วยการบริจาคครุภัณฑ์ทางการแพทย์ประจำปี 2542-2544 ใช้ประจำห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น อาทิ เครื่องวัดคลื่นหัวใจเครื่องไตเทียม เครื่องกระตุกหัวใจ พ.ศ.2545-2546 มอบเครื่องครุภัณฑ์ ทางการแพทย์ประจำห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาทิ เครื่องวัดคลื่นหัวใจเครื่องไตเทียม

ช่วงบั้นปลายชีวิต ยังคงเดิน หน้าพัฒนาวัดและจิตใจ ของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง จวบจนวาระสุดท้ายเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2560 เวลา 15.39 น. หลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก ได้มรณภาพลงอย่างสงบ สิริอายุรวม 89 ปี พรรษา 68

ขอขอบคุณบทความชีวประวัติเกจิอาจารย์ โดย ufabet

*หาอ่านบทความสร้างรายได้ยามทุกข์ยาก >> คลิ้ก