Categories
รวมบทความ

หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ

ประวัติ หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ เทพเจ้าแห่งความสัาเร็จ

หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ

ชาติกําเนิด ของ หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ

หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ เกิดในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2460 เดิมชื่อสังเวียนเป็นบุตรคนที่ 3 ของนายควง นางสมบุญ สังข์สุวรรณ เกิดที่ตำบลสาลี อำเภอ บางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี มีพี่น้อง 5 คน เมื่ออายุ 6 ขวบเข้าเรียนหนังสือที่

โรงเรียนประชาบาล วัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัด พระนครศรีอยุธยา จนจบชั้นประถมปีที่ 4 เมื่ออายุ 15 ปี เข้ามาอยู่กับท่านยาย ที่บ้านหน้าวัดเรไร อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดธนบุรี ในสมัยนั้น

และได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ อายุ 19 ปี เมื่ออายุ 6 ขวบ เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียน ประชาบาล วัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนจบชั้น ประถมปีที่ 4 เมื่ออายุ 15 ปี เข้ามาอยู่กับท่านยายที่บ้านหน้าวัดเรไร อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดธนบุรี และได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ อายุ 19 ปี เข้าเป็นเภสัชกร ทหารเรือ สังกัดกรมแพทย์ทหารเรือ

อุปสมบท

พออายุได้ 20 ปี อุปสมบท เป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.2480 ที่.วัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัด พระนครศรีอยุธยา โดยมีพระครูรัตนาภิรมย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวิหาร กิจจานุการ ปาน โสนนฺโท เป็นพระกรรม วาจาจารย์ และพระอาจารย์เล็ก เกสโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ มีคำสั่งพระอุปัชฌาย์ ความว่า ขณะเข้าบวช หลวงพ่อปาน

ท่านได้บอกท่าน อุปัชฌาย์ว่า เจ้านี่หัวแข็งมาก ต้องเสกด้วยตะพดหนักหน่อย ท่านอุปัชฌาย์ ท่าน เป็นพระทรง ธรรมเหมือน หลวงพ่อปาน หลวงพ่อเล็กก็เหมือนท่าน อุปัชฌาย์ ท่านยิ้มแล้วพูดว่า “3 องค์นี้ไม่สึก อีกองค์ต้องสึกเพราะมีลูก เมื่อจะสึกไม่ ต้องเสียดายนะลูก

เกษียณแล้วบวชใหม่ มีผลสมบูรณ์เหมือนกัน 2 องค์นี้พอครบ 10 พรรษา ต้องเข้าป่า เมื่อเข้าป่าแล้ว ห้ามออกมายุ่ง กับชาวบ้าน จนกว่าจะตาย จะพาพระและชาวบ้านที่อวดรู้ตกนรก จะไปตามทางของเธอ ท่านปานช่วยสอนวิธีเข้าป่าให้หนักหน่อย ท่านองค์นี้ หมายถึงฉัน

จะเข้าป่าไปกับเขา แต่ห้ามอยู่ไปป่าเป็นวัตร เพราะเธอมีบริวาร ต้องอยู่สอนบริวารจนตาย พอครบ 20 พรรษา จงออกจากสำนักเดิม เธอจะได้ดี จงไปตามทางของเธอ ฉันบวช พระมามากแล้ว ไม่อิ่มใจเท่าบวชพวกเธอ

หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ

การศึกษา และ การปฏิบัติธรรม

หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ท่านสอบ ได้นักธรรมตรี โท เอก ภายใน 3 ปี นับช่วง อายุ 21, 22 และ 23 ปี ตามลำดับ ต่อมาได้ศึกษา พระกรรมฐาน จากครูอาจารย์หลายท่าน อาทิ หลวงพ่อปาน โสนันโท วัดบางนมโค หลวงพ่อจง พุทธสโร วัดหน้าต่างนอก พระอาจารย์เล็ก เกสโร วัดบางนมโค

พระครูรัตนภิรมย์ วัดบ้านแพน, พระครู อุดมสมาจารย์ วัดน้ำเต้า, หลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ หลวงพ่อเนียม วัดน้อย หลวงพ่อโหน่ง อินฺทสุวณฺโณ วัดอัมพวัน วัดคลองมะดัน และหลวงพ่อเรื่อง วัดใหม่ พิณสุวรรณ พ.ศ.2481

เข้ามาจำพรรษา วัดช่างเหล็ก อ.ตลิ่งชัน จ.ธนบุรี เพื่อเรียน ภาษาบาลี สอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ได้ย้ายมา อยู่วัด อนงคาราม หลังจากนั้นได้เป็นรองเจ้าคณะ 4 วัดประยุรวง ศาวาสวรวิหาร เป็นเจ้าอาวาส วัดบางนมโค และย้ายไปอีกหลายวัดจน พ.ศ.2511

จึงมาอยู่วัดท่าซุง บูรณะซ่อม สร้างและขยายวัดท่าซุง จากเดิมพื้นที่ 6 ไร่เศษ จนกระทั่งมีบริเวณพื้นที่ประมาณ 289 ไร่ พ.ศ.2527 ได้รัพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่

พระสุธรรมยานเถร พ.ศ.2532 ได้รับพระราช ทานเลื่อน สมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชพรหมยาน ไพศาลภาวนานุสิฐ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี”

หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ

มรณภาพ 

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2535 พระเดช พระคุณหลวงพ่อ พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) ได้อาพาธด้วยโรค ปอดบวม อย่างแรง และติดเชื้อในกระแสโลหิต เข้ารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช และมรณภาพ ที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.2535 เวลา 16.10 น. ตลอดระยะเวลา ที่อุปสมบท อยู่หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ได้ทำหน้า ที่ของสงฆ์ ใน พระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์ กล่าวคือ ด้านชาติ สร้างโรงพยาบาล สร้างโรงเรียน และจัดตั้งธนาคารข้าว ออกเยี่ยมทหาร ของชาติ และตำรวจ ตระเวนชายแดนหน่วยต่างๆ เพื่อปลุกปลอบขวัญ และกำลังใจ และแจกอาหาร ยา อุปกรณ์อำนวยความสะดวก และวัตถุมงคล ทั่วประเทศ

ด้าน พระมหากษัตริย์ ท่านได้สนอง พระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) โดยจัดตั้งศูนย์สงเคราะห์ ผู้ยากจนในถิ่นทุรกันดารตาม พระราชประสงค์ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) ศูนย์ที่ได้ดำเนินการสงเคราะห์ราษฎร ในถิ่นทุรกันดาร ทั่วประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 จนกระทั่งมรณภาพ

ขอขอบคุณบทความชีวประวัติหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ โดย ufabet.com