Categories
รวมบทความ

หลวงพ่อวาส สีลเตโช

ประวัติ หลวงพ่อวาส สีลเตโช เกจิ แห่งวัดสะพานสูง

หลวงพ่อวาส สีลเตโช

หลวงพ่อวาส สีลเตโช พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง แห่งวัดสะพานสูงอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรีเป็น ศิษย์เอกสืบสายธรรมจากหลวงปู่เอี่ยม หลวงปู่กลิ่น หลวงพ่อทองสุข และหลวงตาใย แห่งวัดสะพานสูง รวมทั้ง อาจารย์แปลก ร้อยบาง ฆราวาสจอมขมังเวท ด้วยพระสงฆ์ทุกรูปที่กล่าวนามมา ล้วนเป็นพระเกจิชื่อดังเรืองนาม ด้วยกันทั้งสิ้นหลวงปู่วาส ครองตนอย่างสมถะ ไม่สะสมทรัพย์สินใดๆ มักน้อย ถือสันโดษ

มานานหลายสิบปีแล้วที่สำคัญท่านเป็นพระที่มีเมตตาธรรมสูง เป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนอย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังเป็นพระนักพัฒนาที่ชาวบ้านให้ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในวัตรปฏิบัติและปฏิปทาปัจจุบัน หลวงปู่วาส สีลเตโช สิริอายุ 95 พรรษา 74

ชาติกําเนิด หลวงพ่อวาสสีลเตโช

หลวงปู่วาส เกิดในสกุล เกิดน้อย เมื่อวันศุกร์ที่ 1 มีนาคม 2459 ที่บ้านในเขต อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายพัด และ นางเลื่อน เมื่ออายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีบรรพชา-อุปสมบท มี พระสุเมธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาส ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่กลิ่น วัดสะพานสูง จ.นนทบุรี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน จ.นนท บุรี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายานามว่า สีลเตโช

อุปสมบท หลวงพ่อวาส สีลเตโช

ในปี พ.ศ.2480 ตรงกับปีทื่หลวงพ่อวาส สีลเตโช ท่านเป็นหางนาคเตรียมตัวบวช ณ พัทธสีมาวัดสะพานสูง ในยุคนั้นการบวช ไม่เหมือนกับปัจจุบันผู้จะบวชต้องมาลง ชื่อขอบวชก่อน ส่วนวันบวชขึ้น อยู่กับหลวงปู่กลิ่น ฯ ท่านจะเป็นผู้กำหนด ซึ่งจะบวช พร้อมกันทั้งหมด ในวันเดียวกัน ไม่ใช่นาคจะเป็นผู้เลือกวันบวช ถึงกำหนดต่างคนต่าง แห่นาคมาที่วัด ใครลงชื่อก่อนก็บวชก่อน บวชเป็นคู่ ๆ เรียงตามลำดับกันไป ไม่มีการจัดโต๊ะจีนเลี้ยงฉลองกันเหมือนปัจจุบัน

หลวงพ่อวาส สีลเตโช

การเดินทางยากลำบากไม่ เหมือนปัจจุบัน ถ้ามาทางเรือ ก็สะดวกหน่อย สมัยก่อนของที่จะถวายพระไม่ว่า จะเป็นอุปัชฌาย์ คู่สวด พระอันดับ ได้เหมือนกันหมด ส่วนใหญ่จะนิยมเป็นน้ำมันก๊าด หนึ่งขวดสตางค์รูจำนวน ๓ อัน ด้ายหนึ่งขด เข็มหนึ่งอันเสียบปักไว้ ที่ฝาขวดเท่านั้นเองสำหรับหลวงพ่อวาส ฯ เจ้าภาพใหญ่ก็คือโยมย่าของท่าน

จัดเตรียมน้ำมันก๊าดถวายรูปละหนึ่งปี๊บ สมัยก่อนก็ราคาปี๊บละ ๑ บาท ถวายหมดทั้งวัด ที่นิยมถวายน้ำมันก๊าด ก็เพราะว่ายุคนั้นยังไม่มีไฟฟ้า ใช้ตะเกียงน้ำมันสำหรับจุดท่องมนต์ ในยามค่ำคืน ปัจจุบันตามวัดจึงนิยมจัดให้มีการหยอดเงินเติมน้ำมัน ตะเกียงกันอยู่ เพื่อหาเงินรายได้เข้าวัด ตอนที่หลวงพ่อวาส ฯ ท่านบวชนั้น มีพระสุเมธาจารย์

วัดปรมัยฯ เกาะเกร็ด เป็นอุปัชฌาย์ หลวงปู่กลิ่น หลวงพ่อสุ่น เป็นคู่สวด หลังจากบวชเป็นองค์พระแล้ว เป็นธรรมดาจะต้องจัดเลี้ยงฉลองพระใหม่ ในงานนี้หลวงปู่กลิ่น หลวงพ่อสุ่นรวมทั้งพระลูกวัด ก็รับนิมนต์ไปงานดังกล่าวที่บ้านหลวงพ่อวาส ฯ ด้วย คงไม่ธรรมดาแน่นอน

หลวงปู่กลิ่นฯ ท่านก็ ทราบว่าหลวงพ่อวาส ท่านก็เลือดเนื้อเชื้อสายลำดับที่สี่ของหลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม มีศักดิ์เป็นเหลนทางสายคุณทวดอิ่ม ซึ่งคุณทวดอิ่มนั้นเป็นน้องสาวคน สุดท้องของหลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม ซึ่งจะกล่าวลำดับในโอกาสต่อไป

บารมีครูบาอาจารย์ หลวงพ่อวาส สีลเตโช

เพราะบารมีหลวงปู่เอี่ยม หลวงปู่กลิ่น ท่านแผ่กระจายไปทั่ว มีลูกศิษย์ ลูกหา ผู้ศรัทธาเลื่อมใสมากมาย ทั้งคุณพระ คุณหลวง ผู้ราก มากมี ชาวนา ชาวสวน ชาวบ้าน ร้านตลาด พ่อค้าวานิชย์ ทั้งไทย จีน มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง พร้อมเพรียง ในงานดังกล่าว ไม่ต้องใช้เจ้าหน้าที่โปลิสมาคุมงาน 7 วัน 7 คืน ไม่มีเรื่องเกิดขึ้น เพราะบารมีหลวงปู่ ที่ทุกคนเกรงกลัวหนักหนา อาวุธคู่กายหลวงปู่

ไม่ใช่แค่พระธรรมคำสั่งสอนเท่านั้น หลวงปู่ ฯ ท่านมีอีด้วน หางกระเบนปลายหางกุด ใคร ๆ ก็กลัวนักกลัวหนา ถ้าถูกหลวงปู่ ฯ หวดเมื่อเป็นได้เรื่อง มีอันเป็นไปทุกราย ไม่ตายโหง ก็มีอันพิบัติ ถ้าสำนึกผิดก็นำดอกไม้ธูปเทียนใส่พาน มาถวายแล้ว ให้หลวงปู่ อาบน้ำมนต์หวดซ้ำอีกหนึ่งที เป็นการแก้อาถรรพ์ให้ แต่น้อยคนนักที่จะโดนหลวงปู่ หวด เพราะไม่คิดจะทำความผิดในเขต อาวาสของหลวงปู่

ที่ตระกูลหนึ่งในย่าน คลองภูมิ เกเรเข้ามาขโมย ของในวัดถูกจับได้นำไปผูกมัดติดไว้ที่ต้นตะเคียนหน้าวัด เมื่อหลวงปู่ สอบสวนไล่เรียงได้ความว่าเข้ามาขโมยหลายครั้งแล้ว จึงได้ลงโทษ ด้วยการใช้อีด้วนหวดไปที่กลางหลังหนึ่งที แล้วไล่ให้กลับบ้าน ออกไปทางวัดโปรดเกษ ซึ่งอยู่ติดกับวัดสะพานสูง เพราะหลวงปู่ ท่านรู้ว่ามีชาวบ้านรอจะทำร้ายอยู่ข้างวัดอีกด้านหนึ่ง ซึ่งด้วยความกลัวชาว บ้านจะดักทำร้าย

หลวงพ่อวาส สีลเตโช

หลวงพ่อ การมอบทุนการศึกษา

รวมทั้งทุนเรียนดีสำหรับนักเรียน ที่สามารถสอบผ่านธรรมศึกษาชั้นตรี-โท และเอก รวมทั้งปรับแนวการเรียน การสอนธรรมศึกษาไม่ให้นักเรียนเกิดความเบื่อหน่าย ด้วยการจัดสอนดนตรี ไทยประเภทอังกะลุง และประเภทเครื่องสาย

ท่านได้สนับสนุน ปัจจัยส่วนหนึ่งใน การจัดหาเครื่องดนตรี รวมทั้งจัดให้มีการประกวดการแข่งขัน ขึ้นเป็นครั้งแรก ที่วัดสะพาน สูงในงานทำ บุญปิดทองหลวงปู่เอี่ยม หลวงปู่กลิ่น หลวงพ่อทองสุข ประจำปี 2553 มีนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ในอำเภอปากเกร็ดและอำเภอใกล้เคียงร่วมส่งเข้าประกวดชิงถ้วยรางวัล

สำหรับการมอบ ทุนการศึกษา ประจำปี 2553 หลวงปู่วาสยังได้มอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนยากจน ร่วมทั้งเด็กกำพร้า ตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงระดับปริญญาโท ทุกสาขาวิชา ตั้งแต่ 500-15,000 บาท

ท่านได้พัฒนาวัดสะพานสูง อย่างเป็นรูปธรรม ก่อสร้างเสนาสนะ ถาวรวัตถุจำนวนมากไว้เป็นอเนกประการ

หลวงปู่วาสจึงนับเป็นพระเกจิอาจารย์และพระนักพัฒนา ที่มีแต่ให้ ไม่เคยหวังผลจากความดีความชอบ หรือการตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น

ท่านได้ปรารภกับศิษ ยานุศิษย์อยู่เสมอว่า การส่งเสริมการเรียนการสอนให้กับเยาวชนของชาตินั้น อาตมาหวังเพียง ต้องการสร้างเนื้อนาบุญให้กับบุตรหลานของพุทธศาสนิก ชนให้เข้า หาธรรมะ เสมือนดังรากแก้วที่หยั่งลึกหาอาหารที่เป็นธรรมะ เพื่อสร้างน้ำเลี้ยง พุ่งผ่านแก่นธรรมในสภาพสิ่งแวดล้อมที่สังคมเสื่อมโทรม สู่ยอดธรรมะที่รุ่งโรจน์ของชาติในอนาคต”

ทุกวันนี้ หลวงปู่วาส ยังคงจารตะกรุดโสฬสมงคล และพระปิดตาสายวัดสะพานสูง เพื่อมอบให้กับผู้ที่ร่วม ทำบุญที่วัดสะพานสูง ซึ่งปัจจัยทุกบาททุกสตางค์ ได้นำไปร่วมทำบุญกับวัด และมอบกลับคืนสู่สังคม สร้างโอกาสให้กับผู้ด้อยโอกาส ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น

ทำให้ท่านได้รับการยกย่อง เป็นพระเกจิอาจารย์ที่เปี่ยม ด้วยเมตตาธรรมและวิทยาคมเข้มขลังระดับแนวหน้าของเมืองนนทบุรีอีกรูปหนึ่ง นั้นเองครับ

ขอขอบคุณบทความชีวประวัติเกจิอาจารย์ โดย ufabet

** หาอ่านบทความด้านการลงทุน >> https://ufabets5.com/contentandnews/