Categories
รวมบทความ

หลวงพ่อวิชัย เขมิโย

ประวัติ หลวงพ่อวิชัย เขมิโยเกจิผู้เปี่ยมด้วยเมตตา

หลวงพ่อวิชัย เขมิโย

หลวงพ่อวิชัย เขมิโย นี้เป็นบันทึกประวัติชีวิต ของท่านพระอาจารย์วิชัยโดยตรง ชีวิตการธุดงคกรรม ฐานของท่าน ที่ละเอียดมีแง่มุมอันมีเนื้อหาสาระหลากหลาย เป็นประสบการณ์ในชีวิตของพระป่า ที่มีอุดมคติอุดมการณ์ความมุ่งหมาย เป็นสัจจุแน่วแน่

ตรงตามที่พระพุทธองค์ทรง ปรารถนาให้สาวก และพุทธศาสนิกชนปฏิบัติ นั่นคือ มรรค ผล นิพพาน! ปฏิปทาการดำเนิน ของท่านพระอาจารย์วิชัยนี้ เต็มไปด้วยความซื่อสัตย์มั่นคงใน พระศาสนาโดยแท้ มิได้อาลัยแก่ร่างกายและชีวิต เปี่ยมไปด้วยพลอินทรีย์บารมีอันมุ่งมั่น ควรเป็นที่นับถือ ไหว้นพ เคารพสักการบูชา

ชาติกําเนิ หลวงพ่อวิชัย เขมิโย

ชื่อ เดิม “วิชัย คล่องแคล่ว” เกิดวันจันทร์ ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 7 ปีระกา ตรงกับวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2488 สองพันสี่ร้อยแปดสิบแปด ณ ที่บ้านหินลาด ตำบลกุดชมภู อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นบุตรคนที่ ๓ ของนายบัว นางกอง คล่องแคล่ว

สำหรับคุณแม่บวชเป็นแม่ชีอยู่ด้วยขณะนี้ พ่อนั้นตายเสียตั้งแต่ข้าพเจ้าอายุได้ 1 ขวบกว่า ๆ อาชีพเดิมของบิดามารดา คือการทำนาตามบรรพบุรุษหลายชั่วคน เมื่อตอนเล็ก ๆ ข้าพเจ้าชอบอยู่กับยาย คือแม่เอาข้าพเจ้าไปฝากยายไว้ซึ่งอยู่คนละบ้าน เพราะแม่ของข้าพเจ้าท่านได้ไปแต่งงานใหม่ ทำให้ข้าพเจ้ากับน้องได้ไปอยู่กับยาย

ที่ได้เริ่มรู้จักกับความว้าเหว่ อ้างว้างของลูก ที่กำพร้าพ่อและพลัดพรากจาก แม่เมื่อข้าพเจ้าอายุได้ 7 ขวบ ยายก็ให้เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนบ้านแก่งเจริญ ข้าพเจ้าทำงานหนักที่พอจะทำได้มาตั้งแต่เด็ก ๆ จะเรียกว่าเป็นชีวิตทั้งกำพร้าพ่อแม่ก็ว่าได้เพราะไม่ค่อยจะได้อยู่กับแม่ข้าพเจ้า

ได้ช่วยยาย และพวกน้าผู้หญิง ผู้ชายทำงาน กล่าวคือเมื่อตื่น ขึ้นมาก็ต้องไปตักน้ำใส่ตุ่มน้ำกินน้ำใช้ เพราะหมู่บ้านที่อยู่นั้นบ่อน้ำอยู่ห่างไกลออกไปประมาณ 1 กม. และเมื่อตักน้ำกินมาไว้เต็มตุ่มแล้ว ข้าพเจ้าก็ต้องลงไปตักน้ำในแม่น้ำมูล มาใช้และรดห้างพลู กินหมากให้ยาย นี่เป็นงานประจำตอนเด็กนอกจากนั้น ยังต้องช่วยน้า ผู้หญิงตำข้าวด้วย เพราะสมัยนั้นหมู่บ้านแถบนี้ยังไม่มีโรงสีข้าว

หลวงพ่อวิชัย เขมิโยตกระกำลำบาก 

หลวงพ่อวิชัย เขมิโย

ชีวิตข้าพเจ้า จึงตกระกำลำบาก เด็กเพื่อนฝูงรุ่นเดียวกันเขาสบายกันมาก ส่วนข้าพเจ้าเวลา กินก็แสนจะลำบาก แม้แต่เวลานอนก็ลำบาก ถึงฤดูทำนาต้องไปนอนที่กระท่อมนา กับน้าผู้ชาย ตื่นเช้ามาต้องนึ่งข้าวเหนียวหุงข้าวให้น้า เพราะน้าตื่นขึ้นมาก็รับไปไถนา

เมื่อหุงข้าวเสร็จ ก็ต้องหามฟืนกลับบ้าน ซึ่งห่างจากทุ่งนาประมาณ 4 ทกม. พอถึงบ้านก็ต้องรีบกินข้าวไปโรงเรียน ระยะทางจากหมู่บ้านไปถึงโรงเรียน 3 กม.

สมัยนั้นยังไม่พัฒนา ทางการให้ 3 – 4 หมู่บ้านไปเรียนหนังสือรวมกันที่โรงเรียนแห่งเดียว ทำให้เด็กนักเรียนแต่ละหมู่บ้านต้องเดินไปเรียนกันทางไกลหน่อย พอเลิกเรียนในตอนบ่าย ก็เดินกลับบ้านรีบกินข้าว ซึ่งส่วนมากเป็นข้าวเหนียวในก่องข้าวหรือกระติบเย็นชืดกับปลาร้าและพริกแทบ

ทุกวัน อร่อยมากเพราะหิว คนเราเมื่อหิวกิน อะไรก็อร่อยทั้งนั้น จากนั้นก็เอากระบุงใส่ปุ๋ยคอกหาบไป ทุ่งนาวันละหาบ เฉพาะตอนเย็นการไปนาและ กลับมาบ้านนั้น บ่าของข้าพ เจ้าจะไม่ว่าง จากไม้คานเลย

เพื่อนฝูงที่เขามี นาอยู่ใกล้กัน 4 – 5 คน เขาเดินไปตัวเปล่า เดินมาตัวเปล่าหยอกล้อกันบ้าง วิ่งไล่จับกันสนุกสนาน ส่วนข้าพเจ้าทำ ไม่ได้เพราะบ่าต้องหาบคอนใส่ ของหนังอึ้ง หมดสนุกสนานมี แต่ความเศร้าสร้อย

คนที่ท่านรักข้าพเจ้ามาก

รักเสมือนลูก ของท่านจริง ๆ ส่วนน้าผู้หญิงนั้นแก ไม่รักข้าพเจ้าเลย ชอบข่มเหงรังแกตลอดเวลา บางครั้งทำอะไรไม่ ทันใจแกก็จะจิกหัวหรือเฆี่ยนเอา แต่ถ้าน้าผู้ชายเห็น แล้วจะทำไม่ได้ ชีวิตของข้าพเจ้าหากไม่มีน้าผู้ชายช่วยปกป้องแล้วลำบาก แสนเข็ญมากแม้แต่

เวลาเข้าเรียนหนังสือเพื่อนเขาได้กระดานใหม่ ๆ คือ กระดานชนวน ได้กางเกงใหม่ เสื้อใหม่ ดินสอใหม่ ส่วนข้าพเจ้าไม่เคยได้เขียนกระดานใหม่ ไม่เคยได้ดินสอใหม่แท่งยาว ๆ เหมือนเขาเลย

ยายเป็นคนตระหนี่ ประหยัด จึงให้ใช้กระดานแตก ๆ แต่พอเขียนได้ ดินสอก็สั้น ๆ กุด ๆ แม้แต่กางเกงของข้าพเจ้า ก็ขาดกะรุ่งกะริ่ง เพื่อนชอบล้อเล่นอยู่เรื่อยว่า “ลุงก็มาโรงเรียนเหรอ

หนังสือเรียนก็เก็บ เอาของเก่าเขามาให้อ่าน ขาดไปก็มี แต่ก็ยังเป็นบุญบารมีของข้าพเจ้า ที่เรียนหนังสือได้เก่ง พอสมควร ได้เป็นหัวหน้าชั้นบ่อยที่สุดพูดถึงของใช้แล้ว น้อยนักน้อยหนา ที่จะได้ใช้ของใหม่ ๆ ดี ๆ ถ้าเป็นผ้านุ่งผ่าห่มก็รับ เอาของเก่าพี่ชายบ้าง ยายเอาของคนอื่นมาให้บ้าง

พอถึงหน้าหนาว ผ้าห่มก็แสนจะขาด ปะแล้วปะอีก กางเกงและเสื้อก็ปะแล้วปะอีก ชีวิตของ ลูกกำพร้าที่อยู่อาศัย ยายและน้านั้นแสนจะลำบากเหลือเกิน ชีวิตเอ๋ยช่างอาภัพโชค กระไรหนออย่างนี้ มองดูชีวิตเพื่อนรุ่นเดียวกันเขาช่าง มีความสุขมาก ครั้นพออายุได้ 8 ขวบ

เรียนอยู่ประถม 2 พี่ชายลูกคนละพ่อเขา ไปบวชเป็นสามเณร จิตใจของข้าพเจ้าอยากจะตามไปบวช ด้วยเหลือเกิน ได้เห็นพี่ชายห่มผ้าจีวรเหลืองอร่ามเหมือนทองดอก บวบงามจับใจ ทำให้ใจไม่อยากจะอยู่บ้านเลย เพราะอยู่บ้านกับยาย กับน้าผู้หญิง มีแต่ความทุกข์กาย ทุกข์ใจเสมอจะยากลำบากกับการงาน หนักเกินวัยเด็ก

เวลา เช้าฤดูแล้ง ยายให้ไปส่งข้าว เณรพี่ชายที่วัดทุกเช้า ข้าพเจ้าบอกเณรพี่ชายให้หาหนังสือพระเณรที่เกี่ยวกับการ บอกวิธีบวชเรียนและ สวดมนต์มาให้ พี่เณรก็เอาหนังสือเจ็ดตำนาน มาให้อ่านและได้บอกคำขอบวชให้ด้วย

ข้าพเจ้า เอามาอ่านมา ท่องทุกวัน ท่องคล่องปาก เพราะเคยได้ยินพระสงฆ์ท่านสวดมนต์อยู่เสมอ วันไหนว่างก็แอบไปวัด เพราะวัดคือสถานที่เล่นเย็นใจหรือสนุกสนาน ของเด็ก ๆ บ้านนอก เมื่อไปวัดก็ท่องคำขอบบวชเณรให้ขึ้นและได้ขอร้อง ให้พี่เณรมาช่วยพูดกับยาย ขอร้องให้ยายอนุญาตให้ข้าพเจ้าบวชเณรบ้า งพี่เณรก็บอกว่า เรียนหนังสือยัง

ไม่ทันจบ ป.4 บวชเณรไม่ได้หรอก แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ฟัง ได้รบเร้าอยู่เรื่อย ๆ จนพี่เณรทนไม่ไหว ต้องมาบอกยาย เลยโดยยายตวาดเอาแต่ถึงอย่างไรข้าพเจ้าก็ ไม่ลดละความพยายาม จะบวชให้ได้ ปี

ต่อมาข้าพเจ้า พยายามหา วิธีบวชให้ได้วันไหนว่างแอบไปฟังท่านอาจารย์ที่วัดเทศน์ และสนทนากับ ท่านบ้างท่านก็ชวนบวชทำให้ศรัทธาของ ข้าพเจ้ายิ่งมีมากขึ้น บางวันไถนาปลูกข้าว อยู่แต่ร่างกายส่วนจิตใจมาอยู่วัด ตลอดเวลา

ปัจุบัน

จากเชียงใหม่เข้าจังหวัดลำพูน มาพักศึกษาธรรมกับครูบาเจ้าพรหมจักร์ ก็ปี พ.ศ. 2516 จำพรรษาอยู่ถ้ำผาจมออกพรรษาก็เดินธุดงค์อยู่ในบริเวณจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ปี พ.ศ. 2517จำพรรษาอยู่ถ้ำผาจลุย บ้านป่าแงะ ตำบลแงะ อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย พักปฏิบัติอยู่ที่นี่ 14 เดือนปี พ.ศ. 2518 ก็ได้ย้อนกลับมาจำพรรษาอยู่วัดถ้ำผาจมอีกครั้งหนึ่งจนถึงในปัจจุบันนี้ แต่ละปีนั้นจะออกแสวงหาวิเวกตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นประจำทุกปี

ขอขอบคุณบทความเกจิอาจารย์ โดย สโบเบ็ต888

เครดิต : https://ufabets5.com/%E0%B8%AA-%E0%B9%82%E0%B8%9A-%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B9%87-%E0%B8%95-888/

**สามารถอ่านบทความเด็ดๆ เพิ่มเติม >> คลิ้ก <<