Categories
ประวัติพระเกจิ

พระเครื่องเมืองสงขลา

พระเครื่องเมืองสงขลา ความเป็นมาของพระครูภัทรธรรมรัตน์

พระเครื่องเมืองสงขลา ที่ผู้คนต่างนับถือ พ่อท่านพลัด พระครูภัทรธรรมรัตน์ หรือ พ่อท่านพลัด พระผู้ก่อตั้งวัดโคกสูง หมู่1.ตําบลท่าข้าม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา่ ท่านถือเป็น พระเกจิรุปหนึ่ง ที่มีพลังจิตแกร่งกล้า เหนือธรรมชาติ ท่านอุทิศตน เพื่อพระบวรพุทธศาสนา หลายคนพูด เป็นเสียงเดียวกันว่า พ่อท่านพลัด พระครูภัทรธรรมรัตน์ ท่านบรรลุธรรมสําเร็จเป็นพระอรหันต์

หากท่านเคยสันจร ไปกลับสงขลาด้วย เส้นทางกาญจนวนิช แล้วละก็ ท่านก็ต้องผ่านวัดโคกสูง อย่างแน่นอน ซึ่งที่นี่ มีการจําลองนรก ไว้ให้คนที่เข้าไปชม ได้เตือนสติตัวเอง อยู่เสมอว่าก่อนท่านจะ ตัดสินใจทําอะไรที่ผิดต่อบาป นอกจากการจําลองนรก ที่ทําให้คนรู้จักวัดนี้ ยังมีสุดยอดพระเกจิแห่งเมืองสงขลา พ่อท่านพลัด หรือ พระครูภัทรธรรมรัตน์ เจ้าอาวาสองค์แรก แห่งวัดโคกสูงที่ชาวบ้านให้ความศรัทธาและเคารพนับถือ

พ่อท่านพลัด พระครูภัทรธรรมรัตน์ ท่านเกิด เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ปี พ.ศ.2454 ตําบล ท่ามะเดื่อ อําเภอ เขาชัยสน จังหวัด พัทลุง ท่านศึกษาวิชาสามัญ จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ท่านเกิดในครอบครัวที่ ค่อนข้างยากจนซึ่งขณะนั้นเด็ก ๆ เมื่อท่านอายุ 12 ปี มารดาก็เสียชีวิตไปอีกคน ซึ่งในขณะนั้นครอบครัวของท่าน ลำบากมาก ต้องไปขอยืมเงินจากเจ้าของสวนยาง เพื่อนำไปทำศพให้แม่ และ ชดใช้หนี้โดยการเอา

พระครูภัทรธรรมรัตน์

ตัวท่านเองไปทำงานใช้หนี้ เมื่อทำงานใช้หนี้ได้ปีเศษ มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งรู้สึกสงสารจึงนำเงิน ไปไถ่ตัวท่านออกมา และ ท่านก็ออกมารับจ้าง ทำไร่ทำนาหาเลี้ยงชีพ เมื่ออายุ 17 ปี ท่านถูกกล่าวหาว่า เป็นเสือพลัดเที่ยวออกปล้นชาวบ้าน ครั้งนั้นทำให้ท่านต้องหนี หัวซุกหัวซุนเนื่องจาก ตำรวจตามจับ แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี เนื่องจากมีปกป้องท่าน โดยการช่วยรับรองกับทางตำรวจว่าท่านเป็นคนดี ไม่ได้เป็นเสือพลัด อย่างที่ทุกคนกล่าวหา

พ่อท่านพลัด เมื่ออายุได้ 22 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่อยู่ในเกณฑ์บวชของชายไทยตามประเพณี ทำให้ท่านคิดที่จะบวชแทนคุณบิดามารดา และ ได้พิจารณาเห็นว่าชีวิตของคนมีแต่ความทุกข์ โดยเฉพาะตัวท่าน ท่านจึงคิดจะหาความสงบ หาแสงสว่างทางธรรม เลยตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์ ได้อุปสมบท ณ พัทสีมา วัดควนฝาละมี อำเภอปากพยูน จังหวัดพัทลุง

 เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2476 เวลา 14.05 น. โดยมี พระครูวัตตานุกูล (พ่อท่านจันทร์) วัดควนฝาละมี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระสมุห์วัน ปุญฺญสิริ วัดรัตนาราม (พระครูศรัทธานุรักษ์) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการชุม ยสโร วัดควนปิยาราม (พระครูวิลาศวรัญญู) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาว่า ภทฺธิโย ก่อนที่ท่านจะบวช ท่านได้กล่าววาจาต่อญาติโยม ที่ไปร่วมอนุโมทนา และ เป็นเจ้าภาพให้กับท่านว่า “ขอให้ทุกท่านตั้งใจให้ดี การทำบุญกุศล กับ ข้าพเจ้าในครั้งนี้ ข้าพเจ้าจะขอบวชตลอดชีวิต

พ่อท่านพลัด หรือ พระครูภัทรธรรมรัตน์ เมื่อท่านบวชแล้วได้จำพรรษา อยู่วัดควนฝาละมี ท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัย ต่อมาท่านได้ขอลา พระอุปัชฌาย์อาจารย์เพื่อออกธุดงค์ ท่านได้ออกธุดงค์ เพื่อหาพระอาจารย์ ที่มีชื่อเสียงด้านวิชาอาคม ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์ พ่อท่านมหาลอย จนฺทสโรและพระสมุห์ชุม วัดแหลมจากปากรอ อำเภอเมืองจังหวัดสงขลา (ปัจจุบันอำเภอสิงหนคร) ได้วิชาหลายอย่างจากพ่อท่านมหาลอย ร่วมทั้งวิชาแพทย์แผนโบราณ 

พระเครื่องเมืองสงขลา

หลังจากนั้นท่านได้ลาพ่อท่านมหาลอย เพื่อได้ศึกษาวิชา ณ สำนักวัดเขาเอาะ (วัดเขาอ้อ) ตำบล มะกอกเหนือ อำเภอ ควนขนุน จังหวัด พัทลุง โดยได้เรียนวิชาแพทย์แผนโบราณ วิชาโหราศาสตร์และไสย์เวทย์วิชาอาคมต่าง ๆ โดยได้ฝากตัวเป็นศิษย์ พระครูสิทธิยาภิรัต (พ่อท่านเอียด) วัดดอนศาลา พระอาจารย์ปาล ปาลธมฺโม วัดเขาอ้อ และ พ่อท่านคง สิริมโต วัดบ้านสวน ท่านยังได้ศึกษา ฝากตัวเป็นศิษย์อาจารย์นำ จันทร์แก้ว ซึ่งเป็น

อาจารย์ฝ่ายฆราวาส เมื่อได้ศึกษาวิชา ตามตำราของเขาอ้อแล้ว พ่อท่านพลัดได้ลาพระอาจารย์ เพื่อออกธุดงค์ ไปอยู่ตามป่าเขา จากเหนือจรดใต้ เพื่อฝึกวิปัสสนากรรมฐาน ทำให้ท่านมี สมาธิจิตเข้มแข็ง ประกอบกับผู้ที่จะออกธุดงค์ ในสมัยก่อนต้องมีวิชาอาคมเก่งกล้าพอ ถึงจะมีชีวิตรอดกลับมาได้ จึงถือได้ว่าท่านมีความเข้มขลัง ในด้านไสยศาสตร์ ไม่เป็นสองรองใคร ต่อมาท่านได้กลับมา จำพรรษาที่ วัดหารเทา 

พระเครื่องเมืองสงขลา พ่อท่านพลัด กับเหตุการณ์ครั้งหนึ่ง มีการปล้นเรือยนต์ ที่วิ่งในทะเลสาบสงขลา ครั้งนั้นพ่อท่านพลัด ได้โดยสารมาด้วย เรือยนต์โดยสาร สมัยนั้นเป็นเรือ 2 ชั้น เมื่อท่านเห็นว่า พวกโจรจะมาปล้นเรือ ท่านก็ได้ให้ชาวบ้านเอาของมีค่ามาใส่ไว้ในจีวรของท่าน พวกโจรได้ยิงอินทเนีย

พระเครื่องเมืองสงขลา

ค่าที่ชาวบ้าน ก็เลยมาค้นที่ พ่อท่านพลัด แต่ก็มองไม่เห็นของมีค่า ที่ตัวพ่อท่าน และ โจรไม่กล้าทำร้าย ใครบนเรือ รีบหนีไปทันที เพราะเกรงกลัวตบะ ของพ่อท่านพลัด ทำให้พ่อท่านพลัด มีชื่อเสียงโด่งดังมาก จากปากต่อปาก ทำให้มีชาวบ้านมาหาท่าน เป็นจำนวนมากในแต่ละวัน

ปี พ.ศ.2495 ในช่วงที่ท่านจำพรรษาที่ วัดสระเกษ นายพ่วง สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัด สงขลา ได้มาฝากตัวเป็นศิษย์ พ่อท่าน และได้ขอร้องพ่อท่านให้เกลี้ยกล่อม พวกไอเสือทั้งหลายให้มอบตัว โดยสัญญาว่าจะไม่จับตาย จะดำเนินคดีด้วยความยุติธรรม ท่านผู้ว่าพ่วง ได้ขอให้พ่อท่านพลัดทำหนังสือส่งไปให้บรรดาไอเสือเพื่อให้มอบตัว โดยให้มาหาท่านและท่านจะเป็นผู้พาไปมอบตัวเอง ซึ่งขณะนั้นท่านได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดแจ้ง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

พระเครื่องเมืองสงขลา โดยการชักชวนของ พระวิเชียรโมลี เจ้าอาวาสวัดแจ้ง รองเจ้าคณะจังหวัด สงขลา (สมณศักดิ์ก่อนมรณภาพพระราชวชิรโมลี) เพราะเป็นคนพัทลุงเหมือนกัน บรรดาเสือทั้ง 4 ก็ได้มามอบตัว ก่อนจะถูกจับ พ่อท่านพลัดได้ขอ เครื่องรางที่ท่านทำให้คืน พ.ศ.2500 อ้ายเสือทั้ง 4 ได้พ้นโทษออกจากการจองจำ ได้เดินทางมาหา พ่อท่านพลัด 

เพื่อขอบวช พ่อท่านพลัด ก็เป็นธุระจัดการให้ เสือเลาะ ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม ก็ขอบวชด้วย ได้ฝึกซ้อมคานนาคแล้ว แต่ญาติได้ขอไว้ว่าจะนับถือศาสนาพุทธ ก็ไม่ว่าแต่ขออย่าบวช เพราะญาติพี่น้องจะถูกสังคมจะเข้าสังคมไม่ได้ ท่านจึงไม่บวช ในตอนนั้นชาวบ้าน จะเรียกวัดแจ้งว่า “วัดสามเสือในช่วงที่ท่านจำพรรษาอยู่วัดแจ้ง

กลับไปด้านบน